Home > รีวิวซีรีย์ > Shindo ก้องเพลงรักเพื่อ 2 หัวใจ

Shindo ก้องเพลงรักเพื่อ 2 หัวใจ

โพสเมื่อ วันที่ 27 March 2016 | เปิดอ่าน 907 views | หมวดหมู่ : รีวิวซีรีย์

รีวิวหนัง : Shindo ก้องเพลงรักเพื่อ 2 หัวใจ

Shindo ก้องเพลงรักเพื่อ 2 หัวใจ

เพลงรักที่เพราะที่สุด คือเพลงรักที่ส่งผ่านจากหัวใจ

 

รายละเอียดภาพยนตร์ Shindo ก้องเพลงรักเพื่อ 2 หัวใจ

 

ชื่อภาพยนตร์  Shindo ก้องเพลงรักเพื่อ 2 หัวใจ
ประเทศ ญี่ปุ่น
ปีที่สร้าง 2007
กำหนดฉาย 20 กันยายน  2550 โรงภาพยนตร์ Apex สยามสแควร์เท่านั้น
ประเภท เพลง ดราม่า
ความยาว 120   นาที
นักแสดงนำ Riko Narumi … Uta Naruse
Kenichi Matsuyama … Oto Kikuna
Satomi Tezuka … Mika Naruse
Masahiro Komoto … Kazuo Nagazaki
Hidetoshi Nishijima … Koichiro Naruse
Shihori Kanjiya … Kane Kamogawa
Kazuyoshi Kushida … Professor Mikoshiba
Kazuyuki Asano … Professor Komiyama
Midoriko Kimura … Masako Kikuna
Keita Okada … Susumu Ikeyama
Kazuya Sato … Morimoto
Tamae Ando … Kikuko Mishima
Erisa Yanagi … High School Student
Hideko Yoshida … Professor Katsura
Akira Emoto … Hisashi Kikuna
กำกับการแสดงโดย โคจิ ฮางิอุดะ (Going Home)
บทภาพยนตร์โดย โคสุเกะ มูกาอิ
ดัดแปลงจากการ์ตูนเรื่อง Akira SASO
ผู้จัดจำหน่าย M Pictures
Official Site Shindo Official Site

 
เรื่องย่อภาพยนตร์ Shindo ก้องเพลงรักเพื่อ 2 หัวใจ
วาโอะ (เคนอิจิ มัตสึยามะ) คือเด็กหนุ่มวัย 19 ผู้มุ่งมั่นที่จะทำความฝันของตัวเองให้เป็นจริงด้วยการสอบเข้าโรงเรียนดนตรีแห่งชาติให้ได้ แต่เสียงเปียโนจากปลายนิ้วของ วาโอะ กลับไม่สื่อไปถึงหัวใจของคำว่าดนตรีอย่างที่เขาหวัง วันหนึ่งกลางฤดูร้อนในขณะที่วาโอะนอนฟังเสียงน้ำอยู่บนเรือพายเขาก็ได้พบกับ ยูตะ (ริโกะ นารูมิ) สาวน้อยวัยสิบสาม ที่ออกตามหาตุ๊กตาหมีที่ถูกเด็กเกเรแกล้งเอามาโยนทิ้งที่ริมบึง ยูตะเป็นสาวน้อยมหัศจรรย์ที่มากไปด้วยพรสวรรค์ด้านดนตรี  แม่ของยูตะเคยเล่าให้เธอฟังว่า ยูตะสามารถเล่นเปียโนได้ก่อนที่เธอจะพูดได้เสียอีก แต่พรสวรรค์ของยูตะกลับเบิ่งบานภายใต้ความทรงจำที่เจ็บปวดของพ่อของเธอ การที่วาโอะได้พบกับยูตะทำให้พวกเขากลายเป็นเพื่อนสนิทกัน เมื่อยูตะเริ่มสอนให้วาโอะใช้หัวใจตัวเองเล่นเปียโน จนทำให้เขาสามารถสอบเข้าโรงเรียนดนตรีได้อย่างที่หวัง เมื่อวาโอะเริ่มเรียนในโรงเรียนดนตรี ความสัมพันธ์ระหว่างเขากับ ยูตะ ก็เริ่มห่างเหิน และอาการปวดหูของเธอก็เริ่มรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ จนเธอกลัวว่าสักวันหนึ่งเธออาจไม่ได้ยินเสียงเปียโนอีกต่อไป และก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป  ยูตะก็ตัดสินใจที่จะออกตามหาเปียโนที่เธอเคยเล่นกับพ่อในวัยเด็กด้วยความหวังที่จะเล่นเพลงรักครั้งสุดท้ายที่เปียโนหลังนั้น
 
ยูตะ มีความลับที่ซ่อนทุกคนเอาไว้นั้นก็คือเธอกำลังสูญเสียการได้ยินเหมือนที่พ่อของเธอเคยเป็น พ่อของยูตะเป็นนักเปียโนอัจฉริยะที่เป็นที่รักใคร่ของเพื่อนฝูงและทุกคนที่รู้จักเขา ว่ากันว่าเสียงเปียโนจากปลายนิ้วของพ่อยูตะสามารถปลูกรอยยิ้มให้กับหัวใจของคนที่ชอกช้ำที่สุดได้ เมื่อครั้งที่ยูตะยังเป็นเด็ก พ่อชอบพาเธอไปที่สุสานเปียโน แล้วบอกให้เธอเลือกเปียโนที่ชอบที่สุดเพื่อที่สักวันพ่อจะซื้อให้เธอ  แต่หลังจากนั้นไม่นานพ่อของยูตะก็เริ่มไม่ได้ยินเสียงจนคืนหนึ่งในฤดูใบไม้ผลิ  เขาก็ได้ตัดสินใจที่จะจากยูตะและแม่ไปชั่วนิรันดร์  ทิ้งไว้เพียงเสียงเพลงรักที่นิ่มนวลแผ่วหวาน และยังคงก้องอยู่ในหัวของยูตะมาจนทุกวันนี้ ยูตะเกลียดเพลงรัก ครั้งหนึ่งเธอทะเลาะกับ วาโอะ แทบเป็นแทบตายตอนที่เขาไปนั่งดูนักเปียโนสาวคนหนึ่งเล่นเปียโน ยูตะบอกว่าเสียงดนตรีของเธอคนนั้นหวานเลี่ยนจนดูไม่เป็นตัวของตัวเอง ส่วนวาโอะกลับบอกว่าเธอเองต่างหากที่ไม่มีทางเข้าใจความหมายของคำว่าเพลงรัก วันหนึ่งหลังจากที่ไม่ได้เจอวาโอะมาสักพัก ยูตะ ตัดสินใจไปหาเขาที่โรงเรียนดนตรี และเธอก็ได้เห็นวาโอะ กำลังจูบกับสาวสวยคนหนึ่งและนั่นเป็นครั้งแรกที่ ยูตะ รู้สึกเจ็บที่หัวใจ และในเย็นวันนั้นเธอก็เริ่มเล่นเพลงรัก  เพลงรักที่ส่งผ่านมาจากหัวใจของเธอ
 
เกร็ดภาพยนตร์ Shindo ก้องเพลงรักเพื่อ 2 หัวใจ
แรงบันดาลใจที่ยิ่งใหญ่ของภาพยนตร์เรื่องนี้ คือเสียงเปียโนของ โยฮัน เซบาสเตียน บาค นักเรียนเปียโนส่วนใหญ่ตอนที่เริ่มเรียนเปียโนใหม่ ๆ มักจะฝึกซ้อมด้วยเพลงของ บาค ด้วยตัวโน้ตของเพลงมีรูปแบบที่ค่อนข้างชัดเจนแต่เมื่อพวกเขาพัฒนาฝีมือตัวเองเพิ่มขึ้นก็จะพบว่า เพลงของ บาค เป็นอะไรมากกว่าเสียงเพลงที่ออกมา ว่ากันว่าเพลงของ บาค ทุกเพลงสามารถนำโน้ตตัวสุดท้ายมาเล่นบรรจบกับโน้ตตัวแรกได้ โคจิ ฮางิอุดะ กล่าวถึงแรงบันดาลใจในการที่เขาเลือกใช้เพลงของ บาค มาเป็นเพลงประกอบในภาพยนตร์เรื่องนี้

เกร็ดภาพยนตร์เกี่ยวกับเสียงดนตรีของ บาค

โยฮัน เซบาสเตียน บาค มีชื่ออีกอย่างหนึ่งว่า เจ.เอส.บาค บาคเกิดที่เมืองไอเซนาคในประเทศเยอรมันในเดือน มีนาคม ค.ศ. 1685 บาคเติบโตขึ้นมาในครอบครัวของนักดนตรีอาชีพ ดังนั้นเขาจึงได้รับการสนับสนุนส่งเสริมในการดนตรีมาตั้งแต่เยาว์ตามสภาพการณ์และสิ่งแวดล้อมเช่นนั้น เขาจึงต้องเป็นนักดนตรีอย่างหลีกเลี่ยงไม่พ้น บาครักดนตรีด้วยชีวิตจิตใจทุ่มเทพลังกายพลังใจและพลังความคิดให้แก่ดนตรีอย่างหมดสิ้น งานของเขาจึงประณีตบรรจงแบบหาที่ติมิได้เขาไม่เคยเรียกร้องขอความสนับสนุนจากผู้ใดไม่สนใจต่อการตอบแทนในความเป็นอัจฉริยะของเขา มีชีวิตอยู่อย่างสงบเสงี่ยมเจียมตัวและภาคภูมิใจในผลงานของตนอย่างเงียบๆ แต่เพียงผู้เดียวไม่มีความดิ้นรนทุรนทุรายที่จะให้โลกรับรู้และยอมรับความสามารถของเขาตลอดเวลาที่เขายังมีชีวิตอยู่คนทั้งหลายรู้จักเขาก็แต่เพียงเป็นนักออร์แกนที่มีฝีมือดีผู้หนึ่งเท่านั้นงานของ เจ.เอส บาค ได้รับการเผยแพร่ให้โลกได้ตื่นตะลึงในความยิ่งใหญ่ของเขาก็ต่อเมื่อ  เจ.เอส.บาค ได้จากโลกนี้ไปแล้วร่วมร้อยปี  เจ.เอส.บาค ได้แต่งเพลงจำพวกเชอร์ชแคนตาต้า (church cantata) มากกว่า 200 เพลง แพสชั่น 2 ชุด คือ  แพสชั่นที่ใช้ถ้อยคำตามคำบันทึกของเซนต์จอห์นและแพสชั่นตามคำบันทึกของเซนต์แมทธิวและแมสอีก1 ชุด คือ แมสอินบีไมเนอร์ที่มีชื่อเสียง

เจ.เอส.บาค เริ่มชีวิตการเป็นนักดนตรีจากการเป็นนักออร์แกนดังนั้นจึงมีผลงานทางด้านเพลงบรรเลงไว้อย่างมากมาย คือ เพลงแบรนเดนเบอร์คอนเชอร์โต 6 เพลง ไวโอลินคอนเชอร์โตเพลงสำหรับเครื่องดนตรีประเภทดีด เช่น สวี้ท (Suite) โซนาต้า (Sonata) พีลูด (prelude) fugue 48 เพลง และเพลงสำหรับออร์แกนอีกมากมาย สำหรับเพลงบรรเลงของ เจ.เอส.บาคนั้น ต้องยอมรับว่าเพลงของบาคนั้นถือว่ามีความยิ่งใหญ่มาก ทั้งนี้เนื่องจากบาคเป็นนักบรรเลงดนตรีมาตลอดเขาจึงให้ความสนใจและทุ่มเทกับการดนตรีประเภทบรรเลงมาก จึงได้ประพันธ์เพลงประเภทนี้ไว้อย่างมากมายหลายหลายชนิดด้วยความชำนาญยิ่ง

บาคชอบในความสงบเยือกเย็นของเพลง และในเวลาเดียวกันบาคก็นิยมในความจริงต่ออารมณ์ที่เพื่อนนักแต่งเพลงรุ่นเดียวกันแสดงออก บาคจึงนำสิ่งที่ชอบทั้งสองนี้มาผสมผสานและปรากฏว่ากลมกลืนเข้ากันได้เป็นอย่างดียิ่ง ความเป็นอัจฉริยะของตนเองทำให้เพลงมีความสมบูรณ์ในอารมณ์และได้ความหมายลึกซึ้งมากขึ้นสไตล์การแต่งเพลงของ เจ.เอส.บาค เป็นแบบเฉพาะบุคคลเพราะถึงแม้จะได้รับแบบอย่างมาจากชาวอิตาเลียน แต่บาคได้นำมาดัดแปลงตบแต่งขัดเกลาเสียใหม่ให้เข้ากับรสนิยมและทัศนะของเขาจึงยังสามารถคงความเป็นตัวของตัวเองอยู่ได้ เจ.เอส.บาคมีความประณีตบรรจงในการแต่งเพลงมากจะเพ่งเล็งที่รายละเอียดในงานเพลงของเขาทุกแง่ทุกมุมงาน ของบาคได้รับการกลั่นกรองเป็นอย่างดีเยี่ยมจึงหาที่ตำหนิมิได้บาค มีความสามารถเป็นอย่างยิ่งในการใช้ทำนองเพลงสอดประสานกันเองอย่างที่เรียกตามศัพท์วิชาการเป็นภาษาอังกฤษว่าโพลีโฟนิคสไตล์ (Polyphonic style) ยากที่จะหาผู้ใดเสมอเหมือนได้ทั้งในอดีตและปัจจุบัน เพลงของบาคมีความลึกซึ้งในอารมณ์แสดงถึงศรัทธาที่มีอย่างจริงใจ

ตัวละคร – นักแสดงภาพยนตร์ Shindo ก้องเพลงรักเพื่อ 2 หัวใจ

 

ชื่อ – นามสกุล : เคนอิจิ มัตสึยามะ
รับบท : วาโอะ
วันเกิด : 5 มีนาคม 1985
กีฬาโปรด : กระโดดสูงและวีลแชร์บาสเกตบอล ความสามารถพิเศษคือรับบทไหนก็ได้ ตั้งแต่บทนักเรียนไฮสคูล จนถึงนักดนตรี หรือแม้แต่ทหารเรือ เคนอิจิตีบทแตกได้ทุกบทบาท
เริ่มงานบันเทิง : ในปี 2001 ด้วยการถ่ายโฆษณารณรงค์ภายใต้ชื่อชุด Looking For A New “New” ของบริษัท Parco ปีถัดมารับบทสมทบในภาพยนตร์เรื่องแรก คือ Bright Futureกำกับโดย คิโยชิ คูโรซาว่า ปี 2004 รับบทนำครั้งแรกในภาพยนตร์เรื่อง Winning Pass กำกับโดย ชินอิจิ นากาตะ ปี 2005 แฟนคลับต่างประเทศเริ่มจำหน้าค่าตาเคนอิจิได้มากขึ้น หลังจากที่ปรากฏตัวในหนังบล็อกบัสเตอร์เรื่อง NANA กับ Otoko-tachino Yamato หรือ ยามาโต้ พิฆาตยุทธการ และยิ่งเป็นที่รู้จักกว้างขวางมากขึ้นจากภาพยนตร์เรื่อง Death Note หรือ สมุดโน้ต กระชากวิญญาณ ทั้ง 2 ภาค ที่รับบทเป็นแอล สายลับที่ตามจับฆาตกร
ผลงานอื่น ๆ : ทีวีซีรีส์ ปี 2007 เรื่อง Sexy Voice and Robo ปี 2006 Machiben, Tsubasa No Oreta Tenshitachi-Episode 2 ปี 2005 Ichi Ritoru no Namida, Division 1 Stage 15 ปี 2004 Be-Bop High School ปี 2003 Gokusen Special ปี 2002 Gokusen ส่วนภาพยนตร์นอกเหนือจากที่กล่าวมาแล้ว ได้แก่ ปี 2008 Don”t Laugh at My Romance ปี 2007 The Blue Wolf : To the Ends of the Earth and Sea, Child Pordigy, Yume Juu Ya, Oyayubi Sagashi, Shindo ปี 2005 Kasutamu-medio 10.30, Furyo Shonen no Yume, Linda Linda Linda ปี 2004 Taste of Brown, Shibuya Ghost Story 2 และ KAMACHI
รางวัลที่เคยได้รับ : ปี 2007 รางวัลนักแสดงที่มีพรสวรรค์ยอดเยี่ยม เทศกาลภาพยนตร์โยโกฮามา จากผลงาน 3 เรื่อง Death note, Otoko-tachi no Yamato และ Oyayubi sagashi ปี2006 รางวัลนักแสดงยอดเยี่ยม จาก Hochi Film Awards เรื่อง Death Note และ Otoko-tachi no Yamato 5 มีนาคม 1985
บ้านเกิด :  เมืองอาโอโมริ
ส่วนสูง : 185 เซนติเมตร
กรุ๊ปเลือด : บี
อาหารโปรด : ของหวานทุกชนิด
สเป๊กสาว : ผู้หญิงที่อยู่ด้วยแล้ว เขายังเป็นตัวของตัวเองได้

 

  ชื่อ – นามสกุล : ริโกะ นารูมิ
รับบท : ยูตะ นารูเซะ
วันเกิด : 18 สิงหาคม 1992
บ้านเกิด : จังหวัดคานางาวะ
ส่วนสูง : 160 ซม.
กรุ๊ปเลือด : โอ
ผลงาน : “Juken no kamisama” (2007) TV Series ,Kimi ni shika kikoenai (2007), Ashita no watashi no tsukurikata (2007) , Shind? (2007) , Ame no machi ,Uotazu (2006), “Ichi ritoru no namida” (2005) TV Series, Yokai daisenso (2005) ,Trick : The Movie (2002)

 

นักแสดงนำทั้ง 2 คนใน SHINDO : ก้องเพลงรักเพื่อ 2 หัวใจ L ใน Death Note ทั้ง 2 ภาค ซึ่ง ทำให้เขาได้รางวัลนักแสดงที่มีพรสวรรค์ยอดเยี่ยม จากเทศกาลภาพยนตร์โยโกฮามา ในขณะที่ ริโกะ นารูมิ เรียกได้ว่าเป็นสาวน้อยอัจฉริยะตัวจริงเพราะด้วยวัยเพียง 14 ปี เธอแสดงทีวีซีรีย์มาแล้ว 7 เรื่อง และภาพยนตร์อีก 2 เรื่อง “ฉันเคยร่วมงานกับเขามาแล้วในซีรีย์ One Liter of Tears ตอนนั้นเขายังไม่ฮอตขนาดนี้  แต่เราก็ไม่ค่อยมีโอกาสร่วมฉากกันเท่าไรมักจะเห็นกัน ผ่านมอนิเตอร์มากกว่า  การที่ได้กลับมาร่วมงานกันอีก ถือเป็นโอกาสที่ดีเพราะการที่ได้แสดงร่วมกับเขา ทำให้ฉันได้พัฒนาฝีมือตัวเองเพิ่มขึ้นด้วย เพราะ เคนจัง มักจะมีเทคนิคดี ๆ ในการแสดงออกทางสีหน้ามาสอนฉันบ่อย ๆ”ริโกะ กล่าวถึงการแสดงร่วมกับ เคนอิจิ มัตสึยามะจัดว่าเป็นหนุ่มสาวที่กำลังมาแรงในญี่ปุ่นตอนนี้  เคนอิจิ มัตสึยามะ โด่งดังมาก ๆ จากบทนักสืบ

ริโกะ นารูมิ ได้รับคัดเลือกให้มารับบท ยูตะ นารูเซะ สาวน้อยวัย 13 ที่เกิดมาพร้อมพรสวรรค์ของนักเปียโน  ก็เพราะว่าวันหนึ่งผู้กำกับ โคจิ ฮางิอุดะ มีโอกาสได้ดูซีรีย์ One Liter of Tears และเขารู้สึกได้ถึงแรงดึงดูดบางอย่างจากสาวน้อยที่ชื่อ ริโกะ นารูมิ และนั่นทำให้เขาตัดสินใจส่งบทไปให้เธอมาออดิชั่น ส่วน เคนอิจิ มัตสึยามะ นั้นไม่ต้องพูดถึงเพราะหลังความสำเร็จของภาพยนตร์เรื่อง Death Note ใครๆ ต่างก็อยากได้เขามาร่วมงานด้วยและนับว่าโชคช่วยที่ มัตสึยามะ ตัดสินใจรับบท วาโอะ ชายหนุ่มผู้ตามหาเสียงเพลงที่ขาดหายไปในหัวใจเขา