Home > รีวิวซีรีย์ > My Blueberry Nights

My Blueberry Nights

โพสเมื่อ วันที่ 31 March 2016 | เปิดอ่าน 1,365 views | หมวดหมู่ : รีวิวซีรีย์

รีวิวหนัง : My Blueberry Nights

My Blueberry Nights

    

|| เนื้อเรื่องย่อ My Blueberry Nights ||

ในที่สุดหนังเรื่องล่าสุดซึ่งเป็นหนังพูดภาษาอังกฤษเรื่องแรกของ Wong Kar Wai หว่องการ์ไว (2046)  ก็เสร็จเสียทีหลังจากเสียเวลาตัดต่ออยู่นาน แม้หลายคนอาจจะเหน็บแนมว่าถ้าไม่ได้มีกำหนดฉายเปิดตัว และร่วมประกวดในเทศกาลหนังเมืองคานส์ครั้งที่ 60 หนังอาจไม่เสร็จตามกำหนดฉายเดิมในสหรัฐฯ ก็เป็นได้

My Blueberry Nights เป็นหนังโรแมนติกว่าด้วยการค้นหาตัวเองครับ นักร้องสาว นอร่าห์ โจนส์ ถูกเลือกให้มารับบทนำในหนังเรื่องแรกของเธอเรื่องนี้ เธอเล่นเป็น อลิซาเบธ หญิงสาวผู้หวาดกลัวต่อการใช้ชีวิต วัน ๆ เอาแต่นั่งอยู่ในคาเฟ่ของนิวยอร์ค หาความสุขให้ชีวิตไปกับการกินพายบลูเบอรี่อันแสนอร่อยของร้านและมองดูคนอื่นใช้ชีวิตผ่านกระจกของร้าน

ในที่สุด อลิซาเบธก็เปิดรับ เจเรมี่ (จู๊ด ลอว์) เจ้าของร้านคาเฟ่ผู้หล่อเหลาเข้ามารักษาหัวใจอันบอบซ้ำ แต่ไม่นานเธอก็หายไปจากชีวิตของเจเรมี่อย่างไร้ร่องรอย ภายหลังเขาพบว่าเธอออกเดินทางเพื่อไปค้นหาตัวเอง จากเมมฟิส ไปเนวาด้า จนถึง Route 66 แล้วก็ไปพบพานตัวละครพิเศษมากมาย

   

|| นักแสดงนำ My Blueberry Nights ||

นักร้องรางวัลแกรมมี่ Nora Jones (นอร่าห์ โจนส์)
Jude Law (จู๊ด ลอว์)
Rachel Weisz (ราเชล ไวสซ์)

Natalie Portman (นาตาลี พอร์ทแมน)
David Strathairn (เดวิด สตาร์เธรน)

คนเขียนบทเป็นนักเขียนนิยายแนวอาชญากรรมที่เคยได้รับรางวัล Lawrence Block
Darius Khondji ที่มากำกับภาพแทน Christopher Doyle  ผลงานที่ผ่านมา อาทิ Se7en , EVITA , Panic Room ,The Interpreter และ Wimbledon
William Chang ที่เคยร่วมงานใน 2046 มาเป็น production designer

     

|| ข่าวเกี่ยวกับภาพยนตร์ ||

นอร่าห์ ลองเล่นหนัง! แบบฉบับ หว่อง การ์ ไว เปิดตัวที่คานส์ นักร้องสาวมากพรสวรรค์ นอร่าห์ โจนส์ แขวนไมค์เก็บเปียโนชั่วคราวหันมาตกปากรับคำเล่นภาพยนตร์ให้ผู้กำกับสุดแนวชาวไต้หวัน หว่อง การ์ ไว ในผลงานภาพยนตร์เรื่องล่าสุดของเขาเรื่อง My Blueberry Nights ซึ่งเมื่อครั้งที่สาวนอร่าห์ผู้น่ารักคนนี้ ถูกทาบทามให้มารับบทเป็น เอลิซาเบธ ในภาพยนตร์ภาษาอังกฤษเรื่องแรกของหว่อง การ์ ไว นั้น เธอไม่เคยดูหนังเรื่องใด ๆ ของผู้กำกับคนนี้มาก่อนเลย ได้แต่โฟกัสไปที่การทัวร์คอนเสิร์ตอย่างเดียว กระทั่งได้ดูผลงานสร้างชื่อของเขาในเรื่อง In the mood for love สาวนอร่าห์ก็ตกปากรับคำลองการแสดงทันที

“ฉันไม่ได้วางแผนเรื่องการจะมารับการแสดงมาก่อนเลยค่ะ แล้วจู่ ๆ เขาก็มาเคาะที่หน้าประตูของฉัน ซึ่งฉันไม่มีแววอะไรอย่างนี้มาก่อน ฉันคิดว่า เออ ฉันออกทัวร์คอนเสิร์ตอยู่นะ ฉันไม่ใช่นักแสดงซะหน่อย ไม่ว่าจะยังไงก็เถอะ” นอร่าห์ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวหลังจากที่หนังออกฉายรอบสื่อมวลชนในเทศกาลหนังเมืองคานส์เมื่อวันที่ 17 พ.ค. โดยภาพยนตร์เรื่อง My Blueberry Night นี้ ได้รับการคัดเลือกใเป็นภาพยนตร์เปิดเทศกาลหนังเมืองคานส์ ครั้ง ที่ 60 เป็นหนึ่งในภาพยนตร์ทั้งหมด 22 เรื่อง ที่เข้าประกวดชิงรางวัลปาล์มทอง และเป็นภาพยนตร์รอบปฐมทัศน์เปิดพรมแดงในงานกาล่าอีกด้วย

“ฉันดู In the mood for love แล้วฉันรู้สึกว่า ”””ว้าว นี่มันเป็นอะไรที่งดงามที่สุดเท่าที่ฉันเคยดูมาเลยนะ””” แล้วฉันก็นึกในใจว่า ผู้กำกับคนนี้คงมาชวนไปกินข้าวด้วยกันเฉย ๆ เขาคงอยากได้เพลงไปใส่ในหนังหรือเปล่า แต่แล้วเขาก็พูดว่า ”””คุณอยากไปเล่นหนังมั้ย””” ฉันเลยบอกไปว่า ”””ตกลง คุณนี่สุดยอดมากเลยนะ””” ฉันเปลี่ยนเป็นความรู้สึกที่ดีกับเขาและไว้ใจเขาทันที”  สาวเสียงเสน่ห์เผย อย่างไรก็ตาม การนี้ก็เป็นความเสี่ยงของหว่อง การ์ ไว ด้วยเช่นกัน เขาตัดสินใจคัดเลือกนอร่าห์ตั้งแต่ยังไม่ได้พบเธอ เพราะถูกดึงดูดจากลุคส์และเสียงชวนฝันของนอร่าห์นั่นเอง

    

   

สำหรับ นอร่าห์ โจนส์ เป็นศิลปินสาว วัย 28 ปี เจ้าของรางวัลแกรมมี่ที่อัลบั้มของเธอขายได้มากกว่า 10 ล้านแผ่น ผลงานภาพยนตร์เรื่องแรกในชีวิตเรื่องนี้ ต้องประกบคู่กับนักแสดงหนุ่มชาวอังกฤษอย่าง จู๊ด ลอว์ ภายใต้เรื่องราวของการสูญเสียความรักและตามหามันจนเจอ ท่ามกลางฉากของมหานครนิวยอร์ก และทั่วสหรัฐอเมริกา

หนุ่มจู๊ดรับบทเป็น เจเรมี่ ชาวเมืองแมนเชสเตอร์ จากอังกฤษ แต่มาเป็นเจ้าของคาเฟ่ในนิวยอร์ก ที่เข้ามาบอกกับเอลิซาเบธ (รับบทโดยนอร่าห์) ว่า คนรักของเธอกำลังนอกใจเธอ แล้วทั้งคู่ก็ค่อยๆ กลายเป็นของกันและกัน ส่วนเอลิซาเบธนั้นต้องเดินทางผจญภัยตามหาตัวตน จนไปพบกับนายตำรวจผู้หนึ่งที่จมอยู่ในความโศกเศร้าและดับอารมณ์ด้วยวิสกี้อยู่ตลอดเวลา (รับบทโดย เดวิด สตาร์เธรน) พร้อมด้วยภรรยาของเขา (รับบทโดย ราเชล ไวสซ์) และสาวนักพนัน (ที่รับบทโดย นาตาลี พอร์ทแมน)

   

ทั้งนี้ ผู้กำกับสุดแนวมากฝีมือผู้นี้เคยบอกไว้ในเทศกาลหนังเมืองคานส์ ในฐานะที่เป็นประธานคณะกรรมการตัดสิน เมื่อปีที่แล้วว่า เขาอยู่นอกวงโคจรของความสะดวสบายในภาพยนตร์เรื่องนี้อย่างสิ้นเชิง ความท้าทายของภาพยนตร์เรื่องนี้คือมันเป็นภาษาอังกฤษ ซึ่งไม่ใช่ภาษาผม ซึ่งก็ได้รับเสียงวิจารณ์ถูกยกย่องตั้งแต่แรก ในแง่ของภาพสวยและเรื่องดนตรีประกอบ มากกว่าเนื้อเรื่องหรือบทสนทนา  หว่องยังบอกอีกว่า เขาเห็นอยู่บ่อย ๆ ว่าพวกผู้กำกับชาวต่างชาติ ที่พยายามจะทำภาพยนตร์เกี่ยวกับประเทศจีน ทำออกมาได้กระอักกระอ่วนมาก ด้วยคาแรคเตอร์ของตัวละครที่ดูบิดเบือนไม่สมจริงและดูประหลาดไปเลย

” ผมอยากที่จะทำหนังภาษาอื่น มาตลอด และผมก็ต้องการที่จะหลีกเลี่ยงปัญหานี้ผมอยากจะให้ความยุติธรรมกับชาวอเมริกันจากบทบาทของตัวละคร ที่ผมเคยไปคาดหวังว่าจะได้เห็นจากหนังเรื่องอื่นๆ มานี่ล่ะ ” และเมื่อถามว่าทำไมเขาถึงได้เลือกที่จะใช้พายบลูเบอรี่เป็นการขึ้นต้นเรื่อง หว่องตอบว่า ” ผมตัดสินใจให้มันเป็นพายบลูเบอรี่ตั้งแต่ตอนเริ่มต้นแล้วผมถามนอร่าห์ว่าพายชนิดไหนที่คุณเกลียดมากที่สุดเธอดันตอบว่า พายบลูเบอรี่ นั่นล่ะคือความเจ็บปวดอย่างหนึ่ง “