Home > รีวิวซีรีย์ > I Am Legend ข้าคือตำนานพิฆาตมหากาฬ ดูหนังซีรี่ย์ฝรั่ง

I Am Legend ข้าคือตำนานพิฆาตมหากาฬ ดูหนังซีรี่ย์ฝรั่ง

โพสเมื่อ วันที่ 24 March 2016 | เปิดอ่าน 842 views | หมวดหมู่ : รีวิวซีรีย์

รีวิวหนัง : I Am Legend ข้าคือตำนานพิฆาตมหากาฬ

I Am Legend ข้าคือตำนานพิฆาตมหากาฬ

>> รายละเอียดเกี่ยวกับภาพยนตร์ “I Am Legend”
วันที่เข้าฉาย : 13 ธันวาคม 2550
ประเภทหนัง : Action / Thriller / Sci-Fi
ผู้กำกับ : Francis Lawrence
เขียนบท : ริชาร์ด แม็ตธีสัน
นักแสดง : Will Smith, Salli Richardson, Alice Braga

ค่ายผู้ผลิต : วอร์เนอร์ บราเดอร์ส พิกเจอร์ส , วิลเลจ โรดโชว์ พิกเจอร์ส
จัดจำหน่าย : Fox/Wb Thailand
ประเทศผู้ผลิต : United States

>> เนื้อเรื่องย่อภาพยนตร์ “I Am Legend”

“ผมชื่อโรเบิร์ต เนวิลล์ ผมเป็นผู้รอดชีวิตอยู่ในนิวยอร์ค ซิตี้ ถ้ามีใครอยู่ข้างนอกนั่น…ใครก็ตาม ได้โปรด คุณไม่ได้อยู่คนเดียว” โรเบิร์ต เนวิลล์ (วิล สมิธ) เป็นนักวิทยาศาสตร์ปราดเปรื่อง แต่แม้กระทั่งเขาก็ไม่อาจจำกัดวง ไวรัส ร้ายที่ไม่มีทางยับยั้ง ไม่มีทางรักษา และถูกสร้างขึ้นด้วยมือมนุษย์ เนวิลกลายเป็นมนุษย์คนสุดท้ายที่รอดชีวิตอยู่ใน นิวยอร์ค ซิตี้ และอาจจะในโลกนี้ เป็นเวลา 3 ปีที่เนวิลล์เพียรส่งสารผ่านคลื่นวิทยุทุกวัน เขาหมดหวังที่จะพบกับผู้รอดชีวิตคนอื่นๆ ในโลกภายนอก แต่เขาไม่ได้อยู่ลำพัง บรรดา เหยื่อโรคระบาดกลายพันธุ์พวกติดเชื้อ ซึ่งซ่อนอยู่ในเงามืด…เฝ้าจับตาทุกย่างก้าวของเนวิลล์ และคอยให้เขาพลาด กับความหวังครั้งสุดท้ายของมนุษยชาติ เนวิลล์มีแรงขับในภารกิจเดียวที่เหลืออยู่ของเขาคือ หาทางที่จะกลับข้างผลจากไวรัสด้วยการใช้ เลือดที่มีภูมิคุ้มกัน ของเขา แต่เขารู้ดีว่ามีกำลังเพียงน้อยนิด…และเวลาก็เหลือน้อยเต็มที

>> ข้อมูลเกี่ยวกับนักแสดงนำภาพยนตร์ “I Am Legend”

วิล สมิธ (Will Smith)

แม้ว่าจะสร้างชื่อจากการเป็น ศิลปินเพลงแร็พ แต่ วิล สมิธ ก็สามารถพิสูจน์ความสามารถทางด้านการแสดงของตน จนเป็นที่ยอมรับทั้งในแวดวงโทรทัศน์และจอเงิน นอกจากเป็นหนึ่งในคนบันเทิงชาวอเมริกัน ที่ประสบความสำเร็จสูงสุดคนหนึ่งแล้ว เขายังเคยได้รับการเสนอชื่อเข้าชิง รางวัลออสการ์นักแสดงนำชายยอดเยี่ยมจากการรับบทนักมวยผู้ยิ่งใหญ่ มูฮัมมัด อาลี ใน Ali (2001) อีกด้วย

วิล สมิธ มาจากครอบครัวชนชั้นกลางชาวฟิลาเดลเฟีย และได้ฉายา “พรินซ์” จากความพริ้วในการหลีกเลี่ยง และพาตัวเองให้หลุดจากปัญหาต่าง ๆ ได้ ฉายานี้ติดตัวเขาจนกลายเป็นชื่อเรียกติดปาก จนเมื่อจับคู่กับ เจฟ ทาวเนส เป็น ศิลปินดูโอเพลงแร็พ พวกเขาก็ยังใช้ชื่อวงว่า D.J. Jazzy Jeff & the Fresh Prince สมิธสร้างชื่อได้อย่างมากในฐานะนักร้องเพลงแร็พ โดยมีผลงานแพลตินัมสองอัลบั้ม และคว้ารางวัลแกรมมี่มาครองได้หนึ่งรางวัล

อย่างไรก็ตาม เมื่ออายุได้ 18 ปี สมิธเริ่มมีหนี้สินรุงรัง เพราะใช้เงินที่ได้มาอย่างไม่ยั้งมือ โชคดีที่ เบนนี่ เมดินา แห่ง วอร์เนอร์ บราเดอร์ส ต้องการจะทำละครเบาสมองทางโทรทัศน์เกี่ยวกับเด็กจนๆ คนหนึ่งที่ต้องใช้ชีวิตอยู่กับครอบครัวเศรษฐีชาวเบเวอร์ลี จึงได้ชักชวนให้สมิธเข้ามาร่วมงาน ละครเรื่องที่ว่าคือ The Fresh Prince of Bel Air ซึ่งได้รับความนิยมออกอากาศอยู่นานถึง 6 ปี และเป็นประตูให้สมิธได้ก้าวสู่วงการภาพยนตร์ บทแรกที่เขาได้รับคำชมจากนักวิจารณ์ เป็นบทเกย์หนุ่มในเรื่อง Six Degrees of Separation (1993) อีกสองปีถัดมา เขาประสบความสำเร็จกับหนังแอ๊คชั่นฟอร์มใหญ่อย่าง Bad Boys (1995) แล้วจึงสานต่อความสำเร็จได้อย่างสวยสดงดงาม ด้วยหนังวิทยาศาสตร์ฟอร์มยักษ์ที่ทำเงินมอย่างโหฬารที่สุดในรอบปี เรื่อง Independence Day (1996)

ดูเหมือนสมิธจะถูกโฉลกกับมนุษย์ต่างดาวเป็นพิเศษ เพราะหลังจาก Independence Day แล้ว เขายังประสบความสำเร็จกับเรื่อง Men in Black (1997) ที่โกยเงินไปได้มหาศาลพอๆ กัน โดยในเรื่องนี้เขาจับคู่กับ ทอมมี่ ลี โจนส์ เป็นสายลับผู้คอยตรวจตราความเคลื่อนไหว ของมนุษย์ต่างดาวที่อาศัยอยู่บนโลก นอกจากความสำเร็จด้านรายได้จากการฉายแล้ว ผลงานเรื่องนี้ยังนำมาซึ่งความสำเร็จนอกจอ เมื่อซิงเกิ้ลเพลงเด่นจากหนังได้รับความนิยมอย่างสูง และเป็นแรงบันดาลใจให้สมิธกลับมาแร็พอีกครั้ง ด้วยการออกอัลบั้มเดี่ยวที่ใช้ชื่อว่า Big Wille Style ซึ่งขายดีเป็นเทน้ำเทท่าถึงกว่า 8 ล้านชุด

ในปี 1998 สมิธกระทบไหล่รุ่นใหญ่อย่าง ยีน แฮ็คแมน บนจอเงิน ในผลงานเรื่อง Enemy of the State ที่ประสบความสำเร็จอีกเช่นเคย ปีถัดจากนั้น เขารับบทนำเป็นผู้รักษากฎหมายในยุคศตวรรษที่ 19 ในเรื่อง Wild Wild West แต่หนังเรื่องนี้กลับล้มเหลวทั้งด้านรายได้และเสียงตอบรับจากนักวิจารณ์

สมิธกู้ชื่อได้จากความสำเร็จที่ไม่โครมครามนัก กับบทแค็ดดี้ในเรื่อง The Legend of Bagger Vance (2000) แล้วจึงพิสูจน์ตนเองได้อย่างภาคภูมิ เมื่อเขารับบทเป็น มูฮัมมัด อาลี นักชกผู้เป็นตำนาน ในเรื่อง Ali (2001) บทนี้นับเป็นบทที่ยากที่สุดในอาชีพนักแสดงของเขา แต่ความอุตสาหะของเขาในการศึกษาบทเป็นอย่างดี ก็ทำให้เขาได้รับเสียงชื่นชมอย่างมาก และได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงออสการ์จากบทนี้ด้วย

ในปี 2002 สมิธกลับมาสวมบทเดิมเป็นสายลับในชุดดำ กับภารกิจในการรักษาความสงบเรียบร้อยของมนุษย์ต่างดาวอีกครั้ง ใน Men in Black II ที่ได้รับการคาดหวังอย่างสูง และในปี 2003 เขาจะพบกับผู้ชมอีกครั้ง ในผลงานภาคต่อ ของหนังที่แจ้งเกิดในวงการภาพยนตร์ให้กับเขา คือเรื่อง Bad Boys 2

>> ภาพจากภาพยนตร์ “I Am Legend”







ดูหนังตัวอย่าง I Am Legend ข้าคือตำนานพิฆาตมหากาฬ

  • ข่าวที่น่าสนใจ
  • ข่าวที่เกี่ยวข้อง