Home > รีวิวซีรีย์ > The Good German….ภารกิจรักเพลิงสงคราม

The Good German….ภารกิจรักเพลิงสงคราม

โพสเมื่อ วันที่ 28 March 2016 | เปิดอ่าน 654 views | หมวดหมู่ : รีวิวซีรีย์

รีวิวหนัง : The Good German ภารกิจรักเพลิงสงคราม

The Good German….ภารกิจรักเพลิงสงคราม

ชื่อภาพยนตร์   :  The Good German … ภารกิจรักเพลิงสงคราม
ประเภท  :   Drama
ผู้กำกับ  :  Steven Soderbergh (สตีเว่น โซเดอร์เบิร์ก), Paul Attanasio
นักแสดง  :  Cate Blanchett (เคต แบลนเช็ตต์) , George Clooney (จอร์จ คลูนีย์), Tobey Maguire (โทบี้ แมกไกวร์)
สร้างโดย  :  Warner Home Video
ผู้จัดจำหน่าย  :  Catalyst (แคททาลิสท์)
วันวางจำหน่าย  :  20 ก.ค. 2550
Official site  :   http://thegoodgerman.warnerbros.com/

  

>> เนื้อเรื่องย่อภาพยนตร์ The Good German <<

ใครจะรู้ว่า เจค กีสเมอร์ (จอร์จ คลูนี่ย์) นักข่าวชาวอเมริกันคาดหวังจะได้เจออะไรในเบอร์ลิน หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 สิ้นสุดลง สันติภาพ…ก็เป็นได้หรืออย่างน้อยก็แค่เรื่องราวมาทำข่าว แต่ที่แน่ๆ คงไม่ใช่ ลีน่า (เคต แบลนเช็ตต์) สาวสวยผู้เป็นอดีตรักอันแสนระทมของเขา และในการแฝงตัวสะกดรอยตาม ลีน่า ไม่เพียงแต่จะนำ เจค ไปพบกับ นายทหารหนุ่มเจ้าเล่ห์ (โทบี้ แม็กไกวร์) ผู้เป็นคนรักใหม่ของเขาเท่านั้น แต่มันยังนำเขาไปพบกับการฆาตกรรมที่ไม่มีใครต้องการคลี่คลายปมยกเว้น เจค  

  

>> เกี่ยวกับภาพยนตร์ The Good German <<

ถือเป็นงานทดลองของผู้กำกับฯ “สตีเฟ่น โซเดอร์เบิร์ก” ที่มีลิสต์ผลงานน่าจดจำอย่าง Kafka, Erin Brockovich, Traffic, Solaris และ 3 ภาคของ Ocean”s Eleven Twelve และ Thirteen

The Good German เป็นงานลองทำของแปลกของโซเดอร์เบิร์ก เขาสร้าง The Good German เป็นหนังฟิล์มขาวดำ และยังใช้วิธีการถ่ายทำที่จำลองการทำงานในแนวคนทำหนังยุค 40 ด้วย เขาลองใช้เครื่องไม้เครื่องมือและเทคนิคการถ่ายภาพต่างๆ ในแบบฮอลลีวู้ดสมัยก่อน อาทิ การใช้ไฟแบบชนิดขดลวดการใช้ไมโครโฟนแบบที่ยืนถือแขวนไว้เหนือศีรษะนักแสดง แทนการใช้ไมค์ติดตัว

   

วิธีย้อนยุคเช่นนี้ เป็นความตั้งใจทั้งให้หนังออกมาเป็นความรู้สึกหนังยุค 40 เพราะกระบวนการถ่ายทำด้วยวิธีย้อนยุคที่ว่า ทำให้บางครั้งภาพขาวดำในเรื่องบางช่วงดูหลอกตา สว่างจ้าเกิน ตัวนักแสดงดูล้นจากฉากไม่กลืนกัน และเสียงการพูดคุยที่ดังค่อยไม่สม่ำเสมอด้วยการใช้ไมโครโฟนลอย … แม้จะดูเป็นข้อด้อยด้านงานผลิต แต่นี่คือความดิบและย้อนยุคที่โซเดอร์เบิร์กต้องการนำเสนอ

The Good German ดัดแปลงจากนิยายที่ผูกเหตุการณ์จริงที่กรุงเบอร์ลินหลังสงครามโลกครั้งที่สองเพิ่งจบลงไม่นาน สภาพบ้านเรือนตึกอาคารถนนที่รกร้างเสียหายซากปรักหักพังจากการต่อสู้ทำสงครามเสริมส่งกับสภาพจิตใจของตัวละครหลักๆ ในเรื่องที่แต่ละคนก็เสมือนมีซากมีรอยแผลจากอดีตหลังเยอรมันยุคอดอล์ฟ ฮิตเลอร์ ผู้นำพรรคนาซี จบลงจากการแพ้ในสงครามโลกครั้งที่สอง เบอร์ลินได้รับความเสียหายถูกทำลายจากการทำสงคราม เบอร์ลินถูกแบ่งออกเป็นสองฟากการปกครอง โดยพันธมิตรผู้ชนะสงครามทั้งสหรัฐอเมริกา อังกฤษ ฝรั่งเศส และรัสเซียที่แบ่งเค้กกันดูแล

   

หนังอิงกับสถานการณ์ของเหตุการณ์ช่วงนี้ให้เห็นการต่อสู้ของตัวละครในการปลดปล่อยตัวเองสู่อิสระ หลายต่อหลายฉากแสดงให้เห็นการถูกกดขี่ การอยู่อย่างยากลำบากหลังภาวะสงคราม การจะข้ามเขตแดนฝั่งปกครอง ทุกอย่างต้องลักลอบและเป็นไปได้ยาก สภาพชีวิตตัวละครทุกตัวมีขีดกั้นวง เป็นการเริ่มต้นหลังภาวะสงคราม Post War ที่ต่างก็ตกอยู่ภายใต้อำนาจของทุนนิยมใหม่ที่กำลังจะเข้ามา

The Good German จัดเป็นหนังฟิล์มนัวร์ ที่โซเดอร์เบิร์กต้องการทำให้มีกลิ่นอายหนังฟิล์มนัวร์ยุค 40 และอารมณ์บางช่วงที่เป็นความโรแมนติคก็คล้ายคลึงกับหนังอย่างคาซาบลังก้า แต่ที่สุดแล้วบทหนังที่ยังไม่รัดกุม ทำให้ The Good German ไม่ได้ให้ความรู้สึกลึกลับซ่อนเงื่อนตามสไตล์ฟิล์มนัวร์เท่าที่ควร และออกจะเดาทางเรื่องได้ไม่ยาก แต่ที่น่าสนใจมากกว่าเห็นจะเป็นงานแนวทางทดลองของโซเดอร์เบิร์ก และพลังการแสดงของนักแสดงอย่างเคท บลันท์เช็ต ที่ให้อารมณ์เหมือนนักแสดงในยุคนั้นจริงๆ

 >> ภาพจากภาพยนตร์ The Good German <<

  

  

  • ข่าวที่น่าสนใจ
  • ข่าวที่เกี่ยวข้อง
  • วันเดียวเที่ยวใกล้กรุงกับ 10 ที่สุดฮอต
    ใครกำลังมองหาที่เที่ยวใกล้กรุงเทพแบบไปเช้า-เย็นกลับ EDTguide ขอรวบรวมให้เลือกไปกันได้หลากหลายแนว  ไม่ว่าจะเป็นแนวฟาร์ม  ธรรมชาติ สวนสนุก หรือแหล่งการเรียนรู้

บทความล่าสุด