Home > รีวิวซีรีย์ > Fracture ค้นแผนฆ่า ล่าอัจฉริยะ

Fracture ค้นแผนฆ่า ล่าอัจฉริยะ

โพสเมื่อ วันที่ 31 March 2016 | เปิดอ่าน 1,005 views | หมวดหมู่ : รีวิวซีรีย์

รีวิวหนัง : Fracture ค้นแผนฆ่า ล่าอัจฉริยะ

Fracture ค้นแผนฆ่า ล่าอัจฉริยะ

<< รายละเอียดเกี่ยวกับภาพยนตร์ Fracture ค้นแผนฆ่า ล่าอัจฉริยะ >>

ชื่อภาษาอังกฤษ : Fracture

ชื่อภาษาไทย : ค้นแผนฆ่า ล่าอัจฉริยะ

กำหนดฉาย : 21 มิถุนายน 2550

แนวหนัง : Crime Thriller

สตูดิโอ : NEWLINE CINEMA

นักแสดงนำ : แอนโทนี่ ฮ็อปกิ้นส์ , ไรอัน กอสลิ่ง

กำกับภาพยนตร์ : เกรกอรี่ โฮบลิท

<< เรื่องย่อ Fracture ค้นแผนฆ่า ล่าอัจฉริยะ >>

เมื่อ เท็ด ครอว์ฟอร์ด (แอนโทนี่ ฮ็อปกินส์) รู้ว่า เจนนิเฟอร์ (เอ็มเบ็ธ ดาวิดทซ์) ภรรยาสาวของตนเองมีชู้ เขาก็วางแผนฆ่าเธอ แผนอันไร้ที่ติ เท๊ดด์ ครอฟอร์ด (แอนโทนี่ ฮ็อปกิ้นส์) ที่ยิงภรรยาตัวเองด้วยกระสุนที่เจาะเข้าที่ด้านหลังกะโหลกศรีษะ จากนั้นเขานั่งรอกดโทรศัพท์เรียกตำรวจมาที่เกิดเหตุ และเอ่ยประโยคอมตะในหนังเรื่องนี้ที่จะทำให้ชื่อของแอนโทนี่ ฮ็อปกิ้นส์ จะกลายเป็นที่จดจำอีกครั้ง “ I shoot my wife ” เขาสารภาพว่ายิงภรรยาตัวเอง และยอมให้ตำรวจจับเข้าห้องขัง แต่เรื่องกลับกลายเป็นว่าตำรวจหาปืนที่ยิงไม่พบ ในบรรดาตำรวจที่รุดมามายังที่เกิดเหตุ คือผู้เชี่ยวชาญการเจรจาต่อรองตัวประกัน นักสืบ ร็อบ นูนัลลี่ (บิลลี่ เบิร์ก) ที่ได้รับอนุญาตให้เข้าไปในบ้านเพียงคนเดียว น่าประหลาดที่ครอว์ฟอร์ดยอมรับทันทีว่ายิงภรรยาตนเอง แล้วนักสืบนูนัลลี่ก็ต้องตกใจสุดขีดและระเบิดอารมณ์ใส่ ครอว์ฟอร์ด เมื่อได้เห็นว่า หญิงสาวที่นอนจมกองเลือดอยู่นั้นคือชู้รักของเขาเอง

แม้เจนนิเฟอร์จะถูกยิงในระยะเผาขน แต่นูนัลลี่ก็รู้ว่าเธอยังไม่ตาย ครอว์ฟอร์ดถูกจับกุมทันทีและถูกนำตัวขึ้นศาลหลังจากสารภาพแต่คดีนี้อยู่ในความดูแลของ วิล บีชัม (ไรอัน กอสลิ่ง) อัยการหนุ่มไฟแรงที่ต้องการทำคดีนี้เป็นคดีสุดท้ายก่อนที่จะก้าวขึ้นไปรับตำแหน่งงาน ที่ใหญ่กว่า วิล คิดว่า เท๊ดด์ คือคนยิงแน่ ๆ และเขาจะต้องฉีกหน้ากากของเท๊ดด์ออกมาให้ได้ เรื่องราวการชิงไหวชิงพริบระหว่างเด็กหนุ่มที่ฉลาดเป็นกรดแต่ก็มีความหยิ่งทระนงในตัวเองสูงกับหนุ่มใหญ่ท่าทางสุขุมที่คิดอะไรได้ไกลและลึกเกินกว่าที่เราคิด งานนี้ดูหมูมากสำหรับผู้ช่วยอัยการเขตหนุ่มไฟแรง วิลลี่ บีชัม (ไรอัน กอสลิ่ง) ที่กำลังจะได้ก้าวออกจากเงาของอัยการเขตไปทำงานในสำนักงานกฎหมายเอกชนกำไรงาม

แต่โลกนี้ไม่มีอะไรง่ายอย่างที่มองเห็น รวมทั้งคดีนี้ด้วย อำนาจอันหอมหวานและเสน่ห์ของทนายความสาวสุดเซ็กซี่ที่สำนักงานใหม่จะขวางทางชนะของบีชัมหรือไม่ หรือจะยิ่งแย่กว่านั้นถ้าเขาต้องทิ้งจรรยาบรรณของอาชีพผู้รักษากฎหมาย เกมไล่ล่าชิงไหวชิงพริบครั้งนี้ ทำให้บีชัมและครอว์ฟอร์ดเรียนรู้ว่าบน ทุกพื้นผิวที่มองดูเรียบไร้ร่องรอย ล้วนมีรอยแตกแฝงอยู่ทั้งสิ้น

    

    

<< ข้อมูลเพิ่มเติม ภาพยนตร์ Fracture ค้นแผนฆ่า ล่าอัจฉริยะ >>

นี่คือภาพยนตร์แนวทริลเลอร์ในสไตล์แมวจับหนูผลงานการกำกับเรื่องล่าสุดของ เกรกอรี่ ฮอบลิท นำแสดงโดย เซอร์แอนโทนี่ ฮ็อปกิ้นส์ มาประกบคู่เชือดเฉือนบทบาทกับ ไรอัน กอสลิ่ง ได้เปิดตัวในอเมริกาสามารถทำรายได้ไปทั้งสิ้นจากการฉาย 3 วัน 11,014,657 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 385 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นตัวเลขเปิดตัวอันดับ 2 บนตารางบ็อกซ์ออฟฟิศ และ Fracture ยังได้รับคำวิจารณ์ในระดับที่ดีมากจากนักวิจารณ์ในอเมริกา “เซอร์ แอนโทนี่  ฮ็อปกิ้นส์ สร้างผลงานเอนเตอร์เทนระดับมาสเตอร์พีซอีกครั้ง ด้วยแววตาและรอยยิ้ม ที่พร้อมจะเชือดเฉือนทุกคน ที่พร้อมจะจ้องตาเขาใน Fracture”

หลังจากประสบความสำเร็จอย่างสูง จนสามารถคว้ารางวัลออสการ์มาครองได้จากบท ฮันนิบาล เล็กเตอร์ในภาพยนตร์เรื่อง The Silent of the lamb ต่อจากนั้นมาก็ยังไม่มีภาพยนตร์เรื่องใด ที่เขาได้รับการยกย่องในระดับเดียวกัน จนกระทั่งภาพยนตร์เรื่อง  Fracture ออกฉาย เสียงชื่นชมด้านการแสดงของผู้ชายที่ชื่อ แอนโทนี่ ฮ็อปกิ้นส์ ก็สะดุดปากกานักวิจารณ์อีกครั้ง

Fracture คือผลงานการกำกับเรื่องล่าสุดของ เกรกอรี่ ฮอบลิท ผู้กำกับที่เคยหลอกคนดูทั่วโลก มาแล้วด้วยฝีมือการแสดงของ เอ็ดเวิร์ด นอร์ตัน จากภาพยนตร์เรื่อง Primal Fear  และในปี 2007 นี้ เกรกอรี่ ฮอบลิท  ก็ได้จับผู้ชาย 2 คน 2 วัย  แอนโทนี่ ฮ็อปกิ้นส์  และไรอัน กอสลิ่ง ( The Notebook ) ที่ล้วนแต่ได้รับการยอมรับ ด้านฝีมือการแสดงด้วยกันทั้งคู่   โดยตัวหนัง Fracture  เล่าเรื่องราวของ เท๊ดด์ ครอฟอร์ด (แอนโทนี่ ฮ็อปกิ้นส์) ที่ยิงภรรยาตัวเองด้วยกระสุน ที่เจาะเข้าที่ด้านหลังกะโหลกศรีษะ จากนั้นเขานั่งรอกดโทรศัพท์เรียกตำรวจมาที่เกิดเหตุ  และเอ่ยประโยคอมตะในหนังเรื่องนี้ ที่จะทำให้ชื่อของแอนโทนี่ ฮ็อปกิ้นส์  จะกลายเป็นที่จดจำอีกครั้ง  “I shoot my wife”  เขาสารภาพว่ายิงภรรยาตัวเอง  และยอมให้ตำรวจจับเข้าห้องขัง แต่เรื่องกลับกลายเป็นว่า ตำรวจหาปืนที่ยิงไม่พบ และตำรวจที่จับกุม คือชู้รักของภรรยาเขา และเป็นคนเดียวที่พกปืนเข้ามาในบ้านในตอนนั้น แต่คดีนี้อยู่ในความดูแลของ วิล บีชัม (ไรอัน กอสลิ่ง)  อัยการหนุ่มไฟแรง ที่ต้องการทำคดีนี้เป็นคดีสุดท้าย ก่อนที่จะก้าวขึ้นไปรับตำแหน่งงานที่ใหญ่กว่า  วิล คิดว่า เท๊ดด์ คือคนยิงแน่ ๆ และเขาจะต้องฉีกหน้ากากของเท๊ดด์ออกมาให้ได้  เรื่องราวการชิงไหวชิงพริบ ระหว่างเด็กหนุ่มที่ฉลาดเป็นกรด แต่ก็มีความหยิ่งทระนงในตัวเองสูง กับหนุ่มใหญ่ท่าทางสุขุมที่คิดอะไรได้ไกลและลึกเกินกว่าที่เราคิด

ความน่าสนใจของ Fracture อยู่ที่เกมการไล่ล่าของ 2 ตัวละคร ที่คนดูต่างคาดไม่ถึงในสิ่งที่ทั้ง วิล และ เท็ดด์ คิด “ ฉากที่ แอนโทนี่ ฮ็อปกิ้นส์  นั่งอยู่ในมุมมืด แล้วพูดว่า  I shoot my wife ( ผมนี่แหละยิงเมียตัวเอง ) จะเป็นอีกฉากหนึ่งที่ถูกจดจำ ไปอีกนาน ”

ใน Fracture ตัวละครแต่ละตัว ล้วนแต่เวียนว่ายอยู่ในบาปของตัวเองโดยมี เจนนิเฟอร์  ภรรยาของ เท็ดด์ ที่นอนโคม่าอยู่ในห้อง ไอซียู เป็นศูนย์กลาง เท็ดด์ ( แอนโทนี่ ฮ็อปกิ้นส์ )  มีอาชีพเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวะอากาศยาน เขาสามารถมองหาจุดบกพร่องทุกแห่ง ในวงจรของเครื่องบินได้ ดังนั้นจึงไม่แปลก ที่เขาจะใช้เวลาเพียงชั่วพริบตาเดียว ในการชี้จุดที่เป็นต้นเหตุ ของเครื่องยนต์ขัดข้องจนเครื่องบินตกได้  แต่เท็ดด์กลับใช้ความเป็นอัจฉริยะ วางแผนฆาตกรรมภรรยาตัวเอง และแก้แค้นชายชู้ ด้วยวิธีที่จะไม่มีใครสามารถเอาผิดเขาได้ ในขณะที่  วิล  ( ไรอัน กอสลิ่ง ) อัยการหนุ่มไฟแรง ที่แสวงหาความก้าวหน้าอยู่เสมอ  เขาทระนงในฝีมือว่าความของตัวเอง และคิดเสมอว่าไม่มีใครที่เก่งกว่านั้น ทำให้เขาแทบจะไม่ยอมฟัง หรือขอความช่วยเหลือจากใครเลย และเมื่อเขาเจอกับเท็ดด์ เขาก็เริ่มเรียนรู้ว่า ความทระนงกลายเป็นสิ่งต้องห้าม ที่ทำให้เขามองข้ามเหตุผลบางอย่างไป

“ว่ากันว่าความพยาบาทเป็นเหมือนขนมหวาน ยิ่งเมื่อใครได้ลิ้มลองความหวาน ก็จะยิ่งตามติดลิ้น จนอดไม่ได้ที่จะกัดกินคำต่อไป เช่นเดียวกับความทะเยอทะยาน  การใฝ่หาอำนาจ ที่ทำให้คนเราหลงลืมตัวตน และความเป็นตัวของตัวเอง 21 มิถุนายน  พิสูจน์บทบาทแห่งเสียงชื่นชมของ แอนโทนี่ ฮอปกินส์ ได้ทุกโรงภาพยนตร์