bbs

โพสเมื่อ วันที่ 28 August 2022 | เปิดอ่าน 356 views | หมวดหมู่ : รถยนต์

bbs ล้อปลอม

BBS

bbs สวัสดีครับแฟนเพจ Thailand ทุกท่าน เนื่องด้วยช่วงนี้ทางทีมงานได้รับการติดต่อเข้ามามากมายจากแฟนเพจหลายๆท่านที่ได้สอบถามเข้ามาเกี่ยวกับล้อ งานเทียบ vs BBS แท้ และบางท่านยังขอให้ช่วยตรวจสอบว่าล้อของแต่ละท่านเป็นแท้จริงหรือไม่ ทั้งนี้หลายๆท่านอาจจะยังคงสงสัยว่าล้อแท้จริงๆแล้วมีมากกว่าแค่ราคาแพงกว่าแค่นั้นจริงๆหรือ?? คำตอบคือไม่เลยครับ…
.
ท่านทราบหรือไม่ว่าจริงๆแล้วล้อแม็กที่แต่ละท่านนำมาใส่รถของท่านนั้น มีขั้นตอนการผลิตหลากหลายรูปแบบและหลากหลายมาตรฐานในขั้นตอนการผลิตซึ่งแตกต่างกันไปอย่างสิ้นเชิง!! หลายท่านสงสัยว่าล้อแบรนเนมมีชื่อมีดีแค่ชื่อเสียงและราคาสูงเท่านั้นจริงหรือ คำตอบก็คือไม่เช่นกันครับ..
.
ท่านทราบหรือไม่ว่าล้อแม็กที่ท่านเห็นในตลาดทั่วไปนั้นมีกรรมวิธีการผลิตที่แตกต่างกันไปมากถึง 3 กรรมวิธีการผลิตด้วยกัน ซึ่งวันนี้ทาง ทีมงาน Thailand จะขออธิบายให้ท่านทราบอย่างเข้าใจง่ายๆว่าทำไมล้อแท้ทำไมถึงมีราคาสูงและแตกต่างจากล้อก้อปงานเทียบในตลาดทั่วไปอย่างไร..
.
ล้อแม็กโดยทั่วไปนั้นจะมีกรรมวิธีการผลิตมากถึง 3 รูปแบบ โดยจะสามารถจำแนกอย่างละเอียดถึงข้อดีและข้อเสียได้ดังต่อไปนี้ครับ

1.) Cast Wheel: ล้อประเภทนี้เป็นล้อที่สามารถพบเห็นได้ทั่วไปในตลาด ซึ่งจะเป็นล้อที่ใช้กรรมวิธีการเทหล่อวัสดุอลูมิเนียมขึ้นรูปตามโมล้อให้ออกมาในรูปทรงตามต้องการ

ข้อดี: ล้อประเภทนี้มีต้นทุนการผลิตที่ถูก สามารถมีกำลังการผลิตได้เยอะ และส่งผลให้มีราคาจำหน่ายที่ถูกมาก (ซึ่งส่วนใหญ่ล้อปลอมจะใช้กรรมวิธีนี้ในการผลิต)

ข้อเสีย: ล้อการผลิตประเภทนี้จะใช้เนื้อโลหะที่ค่อนข้างมาก ส่งผลให้มีนำ้หนักที่ค่อนข้างหนัก ความแข็งแรงน้อย และไม่สามารถที่จะผลิตดีไซน์ที่ให้รูปก้านบางเฉียบคมสวยงามได้ (ต่อให้ได้ก็เปราะ) และไม่ต้องพูดถึงโรงงานที่ไม่ได้มาตรฐาน ถ้าช่วงระหว่างการหล่อที่ไม่สมบูรณ์ แค่มีฟองอากาศเกิดขึ้นนิดเดียวภายในล้อ อาจส่งผลให้ล้อเกิดการแตกหักได้ทันทีเมื่อใช้งานในสภาวะความกดดันที่สูง อันตรายถึงชีวิตของท่านและครอบครัว!!!!
.
2.) Flow Forming Wheel: ล้อประเภทนี้จะมีเทคโนโลยีการผลิตที่สูงกว่าล้อ Cast Wheel ตรงที่ตัวล้อจะถูกหล่อขึ้นรูปตามแบบ Cast Wheel โดยใช้โมล้อที่สั้นกว่า แต่จะมีการใช้เครื่องหัวจักรรีดล้อออกในขณะที่อุณหภูมิและความเร็วสูง เพื่อให้ได้รูปทรงที่ต้องการ

ข้อดี: ล้อประเภทนี้จะมีนำ้หนักที่เบาและมีความแข็งแรงสูงกว่าล้อแบบ Cast Wheel ทั่วไปขึ้นมาอีกหน่อยด้วยที่การใช้วัสดุโลหะที่น้อยกว่า

ข้อเสีย: จะมีขั้นตอนการผลิตที่มากกว่า และต้นทุนที่สูงขึ้นกว่า Cast Wheel
.
3.) Forged Wheel: เป็นชื่อที่หลายท่านคงคุ้นหูกันดีไม่มากก็น้อย ในฐานะที่เป็นล้อที่ถูกเชื่อว่าเบาและแข็งแรงสูงมาก โดยจะเป็นล้อที่มีกรรมวิธีการผลิตแตกต่างจากสองวิธีแรกโดยสิ้นเชิง โดยล้อ Forged นั้นจะใช้เครื่องจักรที่มีแรงกดระดับสูงในการกดอัดล้อให้มีความหนาแน่นที่สูง ส่งผลให้เนื้อโลหะมีความแข็งแรงและเบามากๆ แต่ท่านทราบหรือไม่ว่าล้อ Forged เองนั้นยังแบ่งแยกระดับลึกลงไปอีกถึงสองระดับได้แก่ Regular Forged และ Die-Forged

-Regular Forged: เป็นกรรมวิธีการผลิตล้อ Forged ที่ได้รับการแพร่หลายอย่างมากโดยทั่วไป โดยจะใช้เครื่องจักรที่มีแรงดันในการกดขึ้นรูปล้อในรูปแบบก้อน (Forged Billet) แล้วใช้เครื่องจักร CNC ในการแกะสลักลายล้อให้เป็นลายและสเป็คที่ต้องการ

ล้อ Forged ประเภทนี้จะมีต้นทุนการผลิตที่ไม่สูงมากนักและเครื่องจักรที่ใช้ไม่จำเป็นต้องมีแรงกดที่สูงหรือซับซ้อนอะไร และยังสามารถผลิตได้ในเวลาอันสั้น ส่งผลให้สามารถ custom สเป็คและลายต่างๆได้ค่อนข้างง่าย

-Die-Forged: เป็นกรรมวิธีการผลิตล้อ Forged ระดับสูงซึ่ง เป็นผู้คิดค้นและเป็นเพียงแบรนเดียวในโลกที่ใช้วิธีการผลิตแบบนี้ โดย Die-Forged จะเป็นการใช้แรงกดระดับสูง (อาจมากถึง 12,000 ตัน) กดรีดล้อขึ้นรูปในโมล้อโดยใช้ความร้อนที่สูง ซำ้ไปซำ้มา ให้ออกมาเป็นลายและรูปแบบที่ต้องการ ส่งผลให้เนื้อโลหะถูกอัดแน่นจนมีความแข็งแรงสุงสุด และมีนำ้หนักที่เบาที่สุด นี่จึงทำให้ สามารถก้าวข้ามขีดจำกัดต่างๆที่ล้อประเภทอื่นๆไม่สามารถทำได้ อาทิเช่น สามารถผลิตก้านดีไซน์ที่บางเฉียบคมและมีความแข็งแรงสูง รวมถึงยังสามารถเซาะร่องเพื่อลดนำหนัก (อย่างเช่น FI-R เป็นต้น) ทั้งนี้การผลิตแบบ Die-Forged ยังต้องใช้วัสดุที่มีความแข็งแรงทนทานสูงเช่น อลูมิเนียมระดับเกรด T7 หรือ Duralumin ซึ่งเป็น space grade material ที่ใช่ผลิตกระสวยอวกาศเป็นต้น ส่งผลให้การผลิตล้อโดยวิธีนี้มีราคาต้นทุนที่สูงมาก แต่สามารถให้ความปลอดภัยสูงสุด
.
ทีนี้แฟนเพจทุกท่านพอทราบแล้วหรือยังครับว่าล้อแม็กที่ทุกท่านเห็นติดรถบนท้องถนนนั้น มีความเป็นมาอย่างไร และเหตุใดการเลือกล้อที่มีมาตรฐานในการผลิตสูงจึงเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างละเลยไม่ได้ จงอย่าเห็นแก่ดีไซน์ลวดลายที่สวยงาม และสินค้ามุลค่าราคาถูกเป็นที่ตั้ง เพราะนี้จะส่งผลโดยตรงถึงความปลอดภัยของชีวิตตัวท่านและครอบครัวคนที่คุณรักอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้…!! bbs Wheel

Japan บริษัทผู้ผลิตล้อชื่อดังจากประเทศญี่ปุ่นกำลังทะยานติดลมบนแห่งความสำเร็จ หลังจากสามารถคว้าสัญญาการเป็นซัพพลายเออร์ล้อหนึ่งเดียวในสนามแข่งฟอร์มูล่าวัน

ฤดูกาลแข่งขันรถสูตรหนึ่งระเบิดความมันส์ไปแล้วสองสนามที่บาห์เรนและซาอุดิอาระเบีย ทุกทีมที่เข้าร่วมแข่งขันต้องใช้ล้อของ Japan เหมือนกันทั้งหมดตามกฎข้อบังคับใหม่ ถือเป็นผลลัพธ์ของความพยายามยาวนานหลายปีในการคิดค้นกระบวนการผลิตล้อฟอร์จนวัตกรรมใหม่

หลังจากได้รับคัดเลือกเซ็นสัญญาการเป็นเมนซัพพลายเออร์ให้รถแข่งเอฟวันเป็นเวลา 4 ปี ฮิเดทากะ คิตะ ประธานกรรมการ  Japan ยอมรับว่าความสำเร็จครั้งนี้ยิ่งใหญ่มาก และสร้างความประหลาดใจผสมความยินดีให้แก่พนักงานทุกคน

นวัตกรรมสุดพิถีพิถัน
ล้อรถแข่งเอฟวันฤดูกาลใหม่มีขนาด 18 นิ้ว ใหญ่ขึ้นจากเดิมที่มีขนาด 13 นิ้ว แต่ถึงแม้จะใหญ่ขึ้น น้ำหนักยังคงเบาหวิวอยู่ที่ไม่เกิน 8 กก. ขณะที่ซัพพลายเออร์ยางยังเป็น Pirelli เช่นเดิม

การแข่งขันฟอร์มูล่าวันในหลายฤดูกาลที่ผ่านมา ทีมที่มีเงินทุนหนามักคว้าชัยชนะไปครองได้อย่างไม่ยากเย็น ดังนั้นจึงมีการปรับเปลี่ยนกฎข้อบังคับอย่างต่อเนื่องเพื่อให้เกิดความเท่าเทียมกันมากที่สุด ซึ่งประโยชน์ตกมาสู่ Japan ที่ผลิตล้อได้มีคุณภาพตรงความต้องการของ FIA

“ผมไม่คิดเลยว่าบริษัทของเราจะได้รับคัดเลือกพร้อมกัน” คิตะ กล่าว โดยเขาอ้างถึงการถูกเลือกให้เป็นซัพพลายเออร์จัดส่งล้อให้แก่ทุกทีมแข่ง NASCAR ในสหรัฐอเมริกาเป็นเวลา 3 ปีด้วย

เดิมที  ถูกก่อตั้งขึ้นในฐานะบริษัทผู้ผลิตเครื่องจักรสิ่งทอเมื่อกว่าครึ่งศตวรรษที่แล้ว โดยในเวลานั้นนิยมผลิตชิ้นส่วนโลหะด้วยการหล่อขึ้นซึ่งทำให้ผลิตจำนวนมากได้ แต่ ใช้วิธีการอัดฟอร์จที่ต้องใช้ทักษะสูงกว่ามาก

ล้ออลูมิเนียมฟอร์จวงแรกของ  Japan ถูกวางจำหน่ายในปี 1984 สร้างชื่อเสียงให้แก่บริษัทอย่างมาก โดยเฉพาะในด้านคุณภาพขั้นสูง ก่อนที่จะมีการพัฒนาล้อแม็กนีเซียมน้ำหนักเบากว่าในปี 1992 ตามคำสั่งซื้อของ Ferrari นำไปสู่การคว้าแชมป์โลกฟอร์มูล่าวันครั้งแรกของมิชาเอล ชูมัคเกอร์ในปี 1994

ในการผลิตล้อพื้นฐานทั่วไป Japan ใช้แรงดันสูงสุด 12,000 ตัน และการหลอมโลหะด้วยความร้อนอุณหภูมิสูงถึง 500 องศา กระบวนการดังกล่าวเพิ่มความหนาแน่นของโลหะที่ไม่เพียงทำให้เกิดความแข็งแกร่งแต่ยังทำให้น้ำหนักเบาลงและมีความยืดหยุ่น ช่วยดูดซับแรงจากการเข้าโค้งหรือการขับขี่ในสถานการณ์ต่าง ๆ

พนักงานที่มีทักษะสูงของ ถูกมอบหมายให้ใช้ “สองมือและสองตา” ในกระบวนการตรวจสอบด้านการออกแบบและการทดสอบสมรรถนะในขั้นตอนสุดท้าย เพื่อให้ล้อทุกวงมีคุณภาพสูงสุด

คิตะ กล่าวว่า วงการแข่งขันมอเตอร์สปอร์ตอาจเป็นตลาดขนาดเล็ก แต่ก็ถือเป็นโอกาสอันดีที่จะทำให้สามารถยกระดับเทคโนโลยีขึ้นมาได้

“เราภาคภูมิใจอย่างมากที่ผลิตภัณฑ์ของเราถูกใช้ในการแข่งขัน เราเฝ้ารอที่จะได้แสดงเทคโนโลยีของเราทั้งในและนอกประเทศญี่ปุ่น” ซีอีโอ Japan กล่าว

FIA ระบุถึงสาเหตุที่เลือกล้อ  Japan เป็นเอ็กซ์คลูซีฟซัพพลายเออร์ว่า ล้อสัญชาติญี่ปุ่นรายนี้มีคุณภาพ ความแข็งแรง และน้ำหนักตรงกับข้อกำหนด

ล้อที่ใช้ในรถแข่ง F1 ยังถูกผลิตบนสายการผลิตเดียวกับล้อที่ใช้กับรถยนต์โปรดักชั่น ทั้งนี้เพื่อให้มีการยกระดับทักษะของพนักงานให้สูงขึ้นและส่งผลต่อคุณภาพของผลิตภัณฑ์ในระยะยาว

นับจากนี้  Japan ยังให้ความสำคัญกับล้อสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าด้วยเช่นกัน

“การพัฒนาล้อที่ช่วยเพิ่มระยะทางขับขี่และประหยัดพลังงานคือความท้าทายสำคัญ” คิตะ กล่าว “การสร้างล้อขนาดใหญ่ขึ้นแต่น้ำหนักเบาลงคือเป้าหมายใหญ่ เราจะตอบสนองต่อความท้าทายด้วยการใช้องค์ความรู้ที่มีอยู่ทั้งหมดของเรา”

RI-S 20″ 2 Pieces Forged Wheel ใน C207 E-Class Coupe’ Facelift

 

ในตอนแรกผมก็มีความคิดเช่นนั้นครับว่า ล้อ BBS ใส่ใน BMW จะดูสวยลงตัวมาก หากนำมาใส่ใน Benz ไม่น่าจะเหมาะสมหรือเข้ากันเท่าไหร่ แต่เรื่องเกิดขึ้นเมื่อลองนำ  รุ่น RI-D ซึ่งเป็นล้อตัว Top ของ  ตัวหนึ่ง เข้ามาประกบกับ C207 E-Class Coupe’/ W204 C63 AMG/ W205 C-Class/ C238 E-Class Coupe’ แล้วก็พบว่า

 

“เห้ย…มันสวยมากครับ”

 

เนื่องด้วยรถเบนซ์ในไทยไม่ค่อยมีหรือแทบไม่มีเลยครับที่จะเลือกใช้ล้อ BBS กันเท่าไหร่ เราจึงเกิดไอเดียที่จะนำ BBS รุ่นอื่นๆที่เป็น Top of the line ล้อ Forged ของ  มาติดตั้งในรถเบนซ์ หรือพูดอีกแง่หนึ่งคืออยากให้คนแต่งรถเบนซ์ในไทยหันมาลอง  กันบ้าง เพราะล้อเค้านอกจากสวยแล้วยังมีข้อดีอื่นๆอีกเช่นกัน RI-S จึงเป็นอีกรุ่นหนึ่งที่ผมคิดว่าสวยและเหมาะกับรถเบนซ์มากๆอีกรุ่นหนึ่ง

RI-S สี Diamond Silver ทั้งขอบและก้าน แน่นเต็มซุ้มล้อพอดี “เป้ะ” ไม่มีล้น

 

BBS RI-S ตัวนี้เป็นล้อตัวใหม่ที่พึ่งเปิดตัวเมื่อปี 2018 เป็นล้อ Forged 2 ชิ้นที่เป็น Modern Design ของและ Made In Japan ถึง Design จะเหมาะกับใช้ในรถรุ่นใหม่ แต่ก็ยังคงเส้นสาย ความโค้งเว้า และลายก้านล้อที่มีความเป็นอมตะของ  มาได้ครบถ้วนทีเดียวครับ ต้องบอกว่า ดูแว้บแรกแล้ว ทราบได้ทันทีว่าล้อแบบนี้คือ  แน่นนอนครับ

ด้วยความเป็น cและรายละเอียดที่มากขึ้น จับคู่กับจานเบรคหน้า AMG Performance 390mm Light Weight 2 Pieces คาลิเปอร์ 6 Pots Light Weight

 

ความงามของล้อ RI-S ตัวนี้คือ ความเป็นล้อ Forged 2 ชิ้นนี่แหละครับ ที่เปิดทางดีไซน์เนอร์สามารถออกแบบล้อให้มีเส้นสายและรายละเอียดที่มากขึ้นได้ เช่น ก้านล้อลอยยกออกจากขอบล้อเห็นเป็นคนละชิ้น และการเล่นเลเยอร์ของล้อที่เมื่อเลยจากขอบล้อเข้าไปจะมีขอบยกขึ้นมาอีกชั้นหนึ่ง มีลูกเล่นและรายละเอียดที่ทำให้ล้อดูมีมิติสัดส่วนที่ชัดเจน ซึ่งหากเป็นล้อ Forged ชิ้นเดียวไม่สามารถทำได้เลยครับ

กลับสู่หน้าหลัก analyticred