Home > รีวิวหนัง > American History X ภาพยนตร์เหยียดผิวสุดโต่งที่ทุกคนควรดู

American History X ภาพยนตร์เหยียดผิวสุดโต่งที่ทุกคนควรดู

โพสเมื่อ วันที่ 21 April 2016 | เปิดอ่าน 909 views | หมวดหมู่ : รีวิวหนัง

รีวิวหนัง : American History X ภาพยนตร์เหยียดผิวสุดโต่งที่ทุกคนควรดู

วันประกาศผล Oscar ก็ใกล้เข้ามาทุกที ซึ่งตอนที่ประกาศรายชื่อผู้เข้าชิงก็เกิดกระแสดราม่าขึ้นกับ #OscarsSoWhite เนื่องจากไม่มีนักแสดงผิวสีคนใดเข้าชิงเลยสักคนเป็นเวลา 2 ปีติดต่อกัน ทำให้เกิดข้อครหาต่าง ๆ (ซึ่งเราจะไม่พูดถึงประเด็นนี้เนื่องจากเป็นประเด็นที่ละเอียดอ่อนและไม่ทราบตื่นลึกหนาบางดี)
และเมื่อทุกครั้งที่ได้ยินเรื่องประเด็นการเหยียดผิว เหยียดเชื้อชาติ หรือการเลือกปฏิบัติ ไม่ว่าจะมาจากไหนก็ตาม ทำให้นึกถึงภาพยนตร์เรื่องหนึ่งนั่นก็คือ American History X หรือ อเมริกันนอกคอก ที่ (กล้า) นำเสนอประเด็นการเหยียดผิวแบบสุดโต่งมาให้ผู้ชมดู
โดย American History X จะนำเสนอเรื่องราวของ ดีเรค (เอ็ดเวิร์ด นอร์ตัน) ที่คิดว่าเชื้อชาติของตนยิ่งใหญ่เหนือกว่าคนอื่น ๆ และชาติอื่น ๆ นั้นต่ำต่อยกว่าชาติของตนด้วยปมที่ฝั่งใจตั้งแต่ช่วงวัยรุ่น ทำให้เขาออกไปปลุกระดมคนอื่น ๆ ให้ต่อต้านคนผิวสีรวมไปถึงคนเอเชียอย่างเรา ๆ จนเขากลายเป็นศาสดาในลัทธินี้ไป โดยมีคาเมรอนนักเขียนที่ชอบปลูกฝั่งความเกลียดชังนี้อยู่เบื้องหลัง จนวันหนึ่งดีเรคก็มาพบกับจุดเปลี่ยนของชีวิตเมื่อเขาไปฆ่าแก็งค์ผิวสีเป็นเหตุให้โดนจับเข้าคุกที่มีชาวผิวสีมากกว่าครึ่ง ที่นั้นเขาได้เรียนรู้สัจธรรมชีวิตทั้งจากกลุ่มลัทธิเดียวกันและเพื่อนชาวผิวสีของเขาคนหนึ่ง แต่เมื่อดีเรคออกมาจากคุกก็พบว่าสายไปเสียแล้ว เพราะ แดนนี่ (เอ็ดเวิร์ด เฟอร์ลอง) น้องชายแท้ ๆ ของเขากลับมองเขาเป็นไอดอลและเข้าลัทธินี้เสียแล้ว
นอกจากเนื้อเรื่องจะหยิบลัทธิ Neo – Nazi ของพวกสกินเฮด สักลายสวัสดิกะที่เทิดทูนเผ่าอารยันเยอรมันและเหยียดชาติอื่น ๆ แบบจมดินมานำเสนอแล้ว ยังสอดแทรกเรื่องราวบ้านเมืองของอเมริกาผ่านบทสนทนาอย่างถึงพริกถึงขิง ทั้งเรื่องงบประมาณผู้อพยพ การจ้างงานพวกโรบินฮูด หรือแม้กระทั่ง คดีรอดนี่ย์ คิง (Rodney King) ที่เป็นคนผิวสีที่เมาแล้วขับรถเร็วซึ่งตำรวจได้ใช้ลูกดอก และตีซ้ำไปที่เขาหลายต่อหลายครั้งระหว่างการจับกุม จนเป็นชนวนนำไปสู่การจลาจลในเมืองลอสแองเจลิส ในปี ค.ศ.1992
ด้านการดำเนินเรื่องของ American History X จะสลับไปมาระหว่างปัจจุบันกับอดีตผ่านมุมมองของ แดนนี่ และ ดีเรค ซึ่งคนดูก็สามารถประติดประต่อได้อย่างง่ายดายด้วยการใช้ภาพขาวดำในฉากที่เป็นอดีต ส่วนตอนจบนั้นผู้กำกับ โทนี่ เคย์น ก็ได้หาจุดลงที่ดีที่สุดสำหรับภาพยนตร์เรื่องนี้เอาไว้ โดยทิ้งคำถามตัวโต ๆ ให้กับคนดูว่า “ถ้าเราเป็น ดีเรค จะทำอย่างไรต่อกับเหตุการณ์นี้”

  • ข่าวที่น่าสนใจ
  • ข่าวที่เกี่ยวข้อง
  • 10 หนังดี มีความลับ ที่ผู้กำกับไม่ได้บอก (แต่เราจะเฉลย!!)
    เมื่อความสนุกของผู้กำกับซ่อน 10 ฉากแห่งความลับเอาไว้ในหนังอย่างแนบเนียน เคยสังเกตกันบ้างไหมว่าฉากหนังแต่ละเรื่องนี้กำลังบอกอะไรเราอยู่ ความสนุกและน่าติดตามในหนังแต่ละเรื่องต่อไปนี้จะเพิ่มมากขึ้นเมื่อคุณรู้ว่าในแต่ละฉากนั้นมีมากกว่าภาพที่เราเห็น และนี่คือตัวอย่าง 10