Home > รีวิวซีรีย์ > 105 เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับ Captain America: Civil War

105 เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับ Captain America: Civil War

โพสเมื่อ วันที่ 21 April 2016 | เปิดอ่าน 836 views | หมวดหมู่ : รีวิวซีรีย์

รีวิวหนัง : 105 เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับ Captain America: Civil War

ทางเว็บไซต์ Collider.com ได้รวบรวม 115 ข้อน่ารู้จากบทสัมภาษณ์ผู้ที่เกี่ยวข้องกับ Captain America: Civil War ซึ่งทางเรา MONOMAXXX ก็ได้เรียบเรียงให้เหลือ 105 ข้อโดน ๆ เกี่ยวกับภาพยนตร์เรื่องนี้มาให้คอหนังชาวไทยได้อ่านกัน จะมีเรื่องไรบ้างไปดูกันเลย
จากผู้กำกับ แอนโทนี่ และ โจ รัสโซ่
1. ภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นหนังมหากาพย์เรื่องยาวเรื่องหนึ่งและสิ่งที่ท้าทายสำหรับผู้กำกับก็คือการเปลี่ยนพระเอกให้กลายเป็นผู้ร้าย
2. มีฉากหนึ่งใช้กล้อง IMAX รุ่นใหม่ในการถ่ายทำทั้งหมด เป็นฉากแอ็คชั่นมีความยาวประมาณ 15 นาที
3. หาก Winter Soldier เป็นหนังทริลเลอร์การเมืองแล้วละก็ Civil War จะเป็นหนังทริลเลอร์จิตวิทยา
4. ภาพยนตร์เรื่องนี้จะอ้างอิงถึงหนังเรื่อง Se7en เนื่องจากมีตัวละครที่ละเอียดอ่อน ซับซ้อน และ ระทึกใจ นอกจากนี้ยังได้รับอิทธิพลจากเรื่อง Fargo และ The Godfather ในด้านของการเป็นหนังที่มีตัวละครหลายตัวที่เล่าเรื่องที่สลับซับซ้อน และตัวละครแต่ตัวก็จะมีจุดเปลี่ยน ทีท่าของตัวเอง
5. ผู้กำกับอย่าง Da Palma ก็มีอิทธิพลในเรื่องนี้ด้านการสร้างความตึงเครียดและการใช้ Empty Space
6. ยังมีการอ้างอิงถึงหนังคาวบอยที่มีการต่อสู้แบบประจัญหน้าอีกด้วย
7. ทีมผู้สร้างใช้เวลา 1 ปีครึ่งไปกับตัวบทและให้ เนต มัวร์ โปรดิวเซอร์ของเรื่องตรวจดูเรื่องอารมณ์ของตัวละครเพื่อให้แน่ใจว่าถูกตรง สมเหตุสมผล แต่อย่างไรก็ตามผู้สร้างได้บอกว่าบางครั้งเราต้องทิ้งเหตุผลไปบ้าง เพื่อความเหมาะสม และความง่าย ไม่งั้นจะได้หนังที่มีความยาวนาน 3 ชั่วโมงครึ่ง
8. ผู้กำกับเข้าไปถึงแก่นของความเป็นกัปตันอเมริกาและได้สั่นคลอนความเชื่อของตัวละครตัวนี้ และผลักเขาไปยังที่ ๆ คนดูจะรู้สึกเซอร์ไพส์กับการกระทำของกัปตัน และคนดูจะเห็นมุมหนึ่งของ โทนี่ สตาร์ค ที่ไม่เคยเห็นในหนังเรื่องอื่น ๆ อีกด้วย
9. Black Panther จะมีการเคลื่อนไหวที่ไม่เหมือนใครในจักรวาล Marvel เนื่องจากเขามีทักษะพื้นหลังด้านศิลปะการต่อสู้
10. สองพี่น้องรัสโซ่ผู้กำกับยังไม่รู้เวลาความนานของ Captain America: Civil War (แต่เว็บไซต์ Amc Theatres ลงเวลารันไทม์ Civil War 2 ชั่วโมง 27 นาที เป็นหนัง Marvel ที่นานที่สุด)
11. แต่ละตัวละครจะมีแรงจูงใจในการเข้าร่วมศึกนี้ไม่เหมือนกัน บางคนจะมีมากกว่าคนอื่น บางคนก็จะถอนตัวตอนศึกนี้เลวร้ายมากขึ้นเนื่องจากใจไม่แข็งพอ นอกจากนี้พี่น้องรัซโซ่ยังบอกอีกว่าจะมีตัวละครสองสามตัวที่จะพบกับจุดจบ ซึ่งก็พบจุดจบแบบทุรนทุรายเสียด้วย
12. ทุกคนในเรื่องจะมาพร้อมกับมุมมองของตัวเองและบางคนก็จะมีมุมมองแบบ “สุดโต่ง”
13. ทีมผู้สร้างจะพยายามนำตัวละครตัวอื่น ๆ มาให้เหมาะสมกับที่สร้างไว้ใน Winter Soldier
14. ทีมผู้สร้างยังให้ฮีโร่มีพลังที่จำกัดอยู่ และ Vision ก็จะเรียนรู้พลังที่จำกัดของตน
15. เรื่องนี้จะขยายไปยัง Infinity War แต่ผู้กำกับก็ยังคงให้ Infinity War แบ่งออกเป็น 2 ภาคตามเดิม
16. Black Widow จะมีทีท่าเจ้าเล่ห์ให้ติดตามในเรื่อง ส่วน Black Panther จะมีพฤติกรรมที่รุนแรง เอาลงยาก เนื่องจากเป็นคนนอกที่อยู่ท่ามกลาง “การต่อสู้ของตระกูล”
17. ถึงแม้ Black Panther จะเปิดตัวครั้งแรกในเรื่องนี้ แต่พวกเขาก็ยังคงมีอิสระอย่างมากในการสร้างภาคเดี่ยวของเจ้าเสือดำ
18. หนังเรื่องนี้จะเริ่มเรื่องเร็ว และความวุ่นวายก็จะตามมาไม่กี่อึดใจ และ Black Widow กับ Scarlet Witch ก็จะเป็นคนเปิดเรื่องด้วยกัน
19. นอกจากนี้ยังเปิดเรื่องด้วยภารกิจเหมือนกับฉากเปิด Winter Soldier และจะมีบางสิ่งบางอย่างเกิดขึ้นที่เป็นตัวจุดชนวนเหตุการณ์ของเรื่อง
20.  Baron Zemo เป็นตัวละครที่น่าสนใจมาก ๆ จากปากคำผู้กำกับ
21. จะเป็นเรื่องง่ายขึ้นในการติดตามเรื่อง ถ้าคนดูอยู่ #TeamCap เนื่องจากนี้เป็นหนังของเขาและเราก็จะเห็นกัปตันเข้าฉากมากที่สุดอีกด้วย ส่วน โทนี่ สตาร์ค นั้นเขาจะมีแรงจูงใจด้านอารมณ์ในการเข้าร่วมศึก ขณะที่ของกัปตันจะออกแนวปรัชญา
จากมือเขียนบท คริสโตเฟอร์ มาร์คัส และ สตีเฟ่น แม็คฟีลี่
22. สิ่งที่ทำให้ Civil War เป็นหนังของกัปตัน ไม่ใช่ Avengers (2.5) คือโทนเรื่องและสิ่งที่เรื่องนี้โฟกัสถึง “มันเป็นเรื่องราวของสตีฟ โรเจอร์ 100 เปอร์เซ็นเต็ม” คริสโตเฟอร์ มาร์คัสกล่าว “เราอยากพาทุกคนไปยังโลกของกัปตันและจะทำให้เขารู้สึกแย่ชั่วขณะ”
23. มันจะเป็นเหมือน Winter Soldier แต่จะเป็นภาพที่ใหญ่ขึ้น
24. ในเรื่องจะมีพล็อต A, B, C และถ้าประเด็น Civil War เป็นพล็อต A เรื่องของ Bucky ก็จะเป็นพล็อต B
25. เป็นช่วงเวลา 1 ปีหลังจากเหตุการณ์ Ultron และเรื่องของ Ant – Man
26. การมีนักแสดงที่เยอะเป็นอีกหนึ่งความท้าทายของหนังเรื่องนี้
27. และการที่มีนักแสดงเยอะแบบนี้ทำให้การต่อสู้ในเรื่องเป็น “สงคราม” ไม่ใช่การ “ต่อยตี” และต้องขอบคุณ Hulk และ Thor ที่ไม่มาร่วมศึกนี้ ไม่งั้นการต่อสู้คงไม่สมดุล (ประมาณทีมไหนมี Hulk ทีมนั้นก็ชนะ)
28. ทุกการต่อสู้จะอยู่รอบ ๆ คำถามในประเด็น Civil War ประมาณ “ถ้าเราเป็นเจ้าคนนี้ เราจะรู้ยังไงกับเรื่องที่เกิดขึ้น”
29. จะมีเหตุการณ์หนึ่งที่บังคับให้รัฐบาลโลกพิจารณาและทบทวนทีม Avengers ขึ้นอีกครั้ง (น่าจะหมายถึงนอกจากเรื่องที่เกิดขึ้นใน Age of Ultron)
30. เรื่องนี้จะไม่เหมือนในคอมมิค Civil War ที่เป็นเรื่องการเปิดเผยตัวตน แต่ในเวอร์ชั่นภาพยนตร์นั้นจะเป็นการควบคุมสอดส่องดูแลซะมากกว่า
31. ในเรื่องเราจะได้เห็นการต่อสู้ดิ้นรนของ Bucky กับความรู้สึกผิดที่เขาทำไปตอนเป็น Winter Soldier
32. ตอนที่อยู่ในช่วงแรกของการเขียนบทและต้องมีเจ้าหน้าที่รัฐเข้ามาในเรื่อง พวกเขาอยากให้คนนั้นเป็นนายพลโรส
33. แฟน ๆ ของวิลเลียม เฮิร์ท (คนแสดงเป็น นายพลโรส) อยากให้เขากลับมามีบทใน Infinity War
34. เรื่องนี้ไม่เกี่ยวข้องกับสิ่งทีเกิดขึ้นใน Agents of S.H.I.E.L.D.
35. เหมือนกับ Winter Soldier เรื่องนี้จะเกิดขึ้นแบบรวบรัด
36. Sharon Carter มีบทโรแมนติกนิด ๆ หน่อย ๆ
37. Vision ในเรื่องพยายามปรับตัวให้เขากับยุคสมัยและการใช้ชีวิตประจำวัน (น่าจะเห็น Vision ใส่เสื้อผ้าปกติ) แต่เขาก็ยังเป็นสิ่งมีชีวิตเหนือธรรมชาติ ทำให้ความคิดของเขาขึ้น ๆ ลง ๆ “บางครั้ง เขาก็พูดตรง ๆ แบบขวานผ่าซากได้” สตีเฟ่น แม็คฟีลี่กล่าว
38. ทีม New Avenger จะมีทักษะด้านเทคนิคมากขึ้นและหลากหลายอีกด้วย
39. เป็นเรื่องยากสำหรับ Black Widow ในการเลือกข้าง เพราะเธอมีสัญชาติญาณการเป็นสายลับสองหน้า
40. แม้ว่ากัปตันอเมริกาจะเลือกข้างแล้ว แต่นั้นก็ไม่ได้หมายความว่าเขาไม่สงสัยการกระทำของตัวเอง
41. และเมื่อถูกถามถึงความคาดหวังของเรื่องนี้ พวกเขาก็ตอบว่า “เราอยากให้คนดูออกมาจากโรงแล้วพูดว่า ‘โทนี่เป็นฝ่ายถูกนะ’ และให้คนดูอีกครึ่งที่เหลือบอกว่า ‘สตีฟตางหากที่เป็นฝ่ายถูก’ เราคงฝันไปถ้าเปอร์เซ็นต์ออกมาเป็น 49 ต่อ 51 เพราะว่าคำถามของเรื่องนี้มันเกี่ยวกับกฎหมาย (ประมาณมีคำตอบตายตัวอยู่แล้วว่าฝ่ายไหนถูก ฝ่ายไหนผิด)”
42. หนังเรื่องนี้ตระเวนถ่ายทำที่ต่าง ๆ ในโลกมากกว่าหนัง Marvel เรื่องอื่น ๆ อยู่เยอะ
จาก แอนโทนี่ แม็คกี้นักแสดงผู้รับบท Falcon
43. แอนโทนี่ แม็คกี้ พึ่งรู้ว่าเขาเป็นหนึ่งในทีม Avenger รุ่นใหม่ตอนที่ดู Age of Ultron เนื่องจากเขาได้รับตัวสคริปต์แค่ระหว่างการถ่ายทำ Age of Ultron เท่านั้น
44. แอนโทนี่ แม็คกี้ บอกว่าทุก ๆ คนในทีมต้องตัดสินใจ และต้องกู้สถานการณ์ให้ดีขึ้น
45. ความสัมพันธ์ระหว่างแซม (Falcon) กับ สตีฟ โรเจอร์ มีความไว้เนื้อเชื่อใจกันและให้ความเคารพซึ่งกันเลยกัน แม้ว่าจะเกิด Civil War ขึ้นแต่ก็ไม่ได้สั่นคลอนความสัมพันธ์ระหว่างพวกเขามากนัก แต่จะทำให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น
46. เราจะได้เห็น Falcon มีปฏิสัมพันธ์กับคนอื่น ๆ เพราะตอนนี้ทุกคนในทีมรู้จัก Falcon กันหมดแล้ว แถมแอนโทนี่ แม็คกี้ยังให้สัมภาษณ์อีกว่าตัวละครของเขาจะสานสัมพันธ์ความรักกับ Black Widow อีกด้วย
47. ไม่เพียงแต่ Falcon ได้ชุดใหม่ปีกแดง แต่ทุกคนในเรื่องได้อัพเกรดชุดกันหมด
48. ปีกของ Falcon เป็นเอฟเฟค CGI 100 ร้อยเปอร์เซ็นต์
49. แอนโทนี่ แม็คกี้ บอกว่า Vision เป็นคนที่ไปแซวด้วยง่ายที่สุด ส่วนโทนี่ สตาร์ค ฟัลคอนคิดว่าเขาเป็นแค่ “ไอ้เนิร์ด” คนหนึ่ง ขณะที่คนอื่น ๆ คิดว่าตัวละครตัวนี้เท่เป็นบ้า
50. คนดูจะไม่เห็นชีวิตส่วนตัวของ Falcon ในหนังเรื่องนี้ “ไม่ คนเขาไม่ได้มาดูหนังมาร์เวลเพื่อที่จะเห็นชีวิตส่วนตัว (ของตัวละคร) เป็นพล็อตย่อยซะหน่อย” แอนโทนี่ แม็คกี้กล่าว
จาก แชดวิก โบสแมน ผู้รับบท Black Panther
51. เรื่องนี้ไม่ได้บอกต้นกำเนิดของ Black Panther เขาแค่ถูกโยนเข้าไปในเรื่อง
52. เราจะเจอกับ T’ Challa ในฐานะพระมหากษัตริย์หรือนักการเมือง ไม่ใช่ในฐานะซุปเปอร์ฮีโร่
53. การพูดจะมีสำเนียงของ Wakandan (ประเทศของ Black Panther)
54. ตอนที่สวมชุด Black Panther ครั้งแรก แชดวิก โบสแมน ได้บอกว่า “มันร้อนมาก ผมไม่เคยร้อนขนาดนี้มาก่อนเลยในชีวิต นี้พูดจริงนะเนี่ย”
55. Black Panther จะมีฉากแอ็คชั่นในสัดส่วนที่เหมาะสม ยุติธรรมถ้าเทียบกับคนอื่น ๆ
56. ในตำนานของประเทศวากานด้า Black Panther ไม่ใช่ซุปเปอร์ฮีโร่ แต่เป็นนักรบและเป็นส่วนหนึ่งในประเพณีของวากานด้า และทุก ๆ คนในวากานด้ารู้ว่าใครอยู่ภายใต้หน้ากากนั้น
57. Black Panther เป็นจอมเทคนิคและนักวางยุทธศาสตร์ที่ดี
58. วากานด้าเป็นประเทศที่ทั่วโลกรู้จักกันดี
59. ถึงแม้ T’Challa จะเป็นมหากษัตริย์ปกครองประเทศวากานด้า แต่แซดวิก โบสแมนบอกว่าเขาจะทำตัวเป็นกษัตริย์ตอนที่อยู่ในที่ของเขา “เราไม่ได้อยู่ในวากานด้า … เรื่องต่าง ๆ จะเท่าเทียบกันเมื่ออยู่ในสงคราม” โบสแมนกล่าว
จาก คริส อีแวนส์ และ เซบาสเตียน สแตน (ผู้รับบท Captain America และ Winter Soldier)
60. อีแวนส์คิดว่าตัวละครของเขาเป็นตัวหลักในเรื่องนี้
61. โทนของเรื่องยังอยู่ไลน์ของ The Winter Soldier นอกจากนี้คริส อีแวนส์ยังบอกว่าอีกว่าพี่น้องรัสโซ่ได้สร้างหนังเรื่องนี้ออกมาได้สมเหตุสมผลและเก็บรายละเอียดทุกอย่างให้สมจริง
62. คริส อีแวนส์บอกว่าความสัมพันธ์ของ กัปตัน และ บัคกี้ ไม่ได้เป็นเพียงแค่เพื่อน แต่เป็นความรู้สึกผิดที่กัปตันมี อารมณ์ประมาณ ‘ฉันทิ้งนายไป ฉันขอโทษนะ’ มันจะเป็นจิ๊กซอว์ชิ้นใหญ่ในชีวิตของกัปตันอเมริกา และเป็นจิ๊กซอว์ชิ้นใหญ่ของสาเหตุที่ทำให้เขาต้องต่อสู้ดิ้นรน
63. เรื่องราวของ Bucky เริ่มขึ้นอีกครั้งหลังจากเหตุการ์ณใน The Winter Soldier จบลง
64. สแตนให้สัมภาษณ์ว่าความเหมือนอย่างหนึ่งที่ กัปตัน และ บัคกี้ มีเหมือนกันคือ ทั้งคู่เป็นคนหลงยุคที่ต้องดิ้นรนกับชีวิตใหม่
65. กัปตันอเมริกายังคงตามหาตัวบัคกี้ในเรื่องนี้
66. กัปตันอเมริกายังคงมีบทบาทกับทีมอเวนเจอร์รุ่นใหม่
67. หนังเรื่องนี้จะมีส่วนเกี่ยวข้องกับสิ่งที่เกิดขึ้นในโลกแห่งความจริง
68. คริส อีแวนส์บอกว่าหลังจากการแทรกแซงของ Hydra ในองค์กร S.H.I.E.L.D. กัปตันอเมริกาก็คิดว่าคนที่อยู่ด้วยและปลอดภัยที่สุดก็คือตัวเอง เพราะอย่างน้อยก็เชื่อใจได้ นอกจากนี้คริส อีแวนส์ยังบอกอีกว่า Civil War จะเป็นหนังเรื่องแรกที่กัปตันอเมริกาไม่รู้ว่าสิ่งใดเป็นคำตอบที่ถูกต้อง
69. เมื่อคริส อีแวนส์ถูกถามว่าในตอนจบ Age of Ultron กัปตันกับโทนี่ก็ลงรอยกันเรียบร้อยแล้วหนิ คริส อีแวนส์จึงตอบว่า มันเป็นเรื่องที่ดีที่ทำให้พวกเขาลงรอยกัน ปัญใน Civil War มันไม่ได้เกิดจากการไม่ชอบขี้หน้า แต่เกิดจากกระทำ นอกจากนี้คริสยังบอกอีกว่าตัวละครของเขาให้ความเคารพ โทนี่ สตาร์ค ในฐานะผู้ชายคนหนึ่ง และก็คิดว่าโทนี่ก็ให้ความเคารพตนเช่นกัน เพียงแค่ทั้งคู่มีมุมมอง และอยู่ในอารมณ์ที่ต่างกันเท่านั้นเอง
70. คนในทีม Avenger เห็นใจกัปตันที่อยากได้บัคกี้กลับมาเป็นเพื่อนตามเดิม แม้ว่าพวกเขาจะไม่เห็นด้วยก็ตาม
71. สแตนบอกว่าอารมณ์ของบัคกี้ยังไม่มั่นคง เขาพยายามจะใช้ชีวิตต่อไปหลังจากรู้ความจริงแล้วว่าเขาทำไรมาบ้างตอนเป็น Winter Soldier แต่เมื่อถูกถามว่าในเรื่องภาคก่อนเหมือนจะบอกใบ้ว่า Winter Soldier เป็นคนฆ่าพ่อแม่สตาร์ค นั้นเป็นสาเหตุให้ไม่ลงรอยกับโทนี่หรือเปล่า สแตนจึงตอบไปว่า “ผมว่าถ้าคุณอ่านคอมิค มันก็บอกอยู่ในนั้นหลายเรื่องอยู่นะ”
72. ถ้าคุณอยากเห็นฉากแอ็คชั่นแบบทีมคอมโบใน Civil War จะมีมาให้คุณเห็นเยอะมาก
73.  สแตนอยากให้ Bucky มีปฏิสัมพันธ์กับ Vision ส่วนคริสอีแวนส์บอกว่าชอบฉากที่เขาถ่ายกับ สการ์เลต โจแฮนสัน (Black Widow)
จาก เจเรมี่ เรนเนอร์ และ อลิซาเบธ โอลเซ่น (ผู้รับบท Hawkeye และ Scarlet Witch)
74. Scarlet Witch คิดว่าทีม Avenger เป็นตัวแทนของครอบครัวตน เนื่องจากเธอไม่มีบ้านให้กลับ และสูญเสียครอบครัวไปหมดแล้ว
75. Barton ยังคงต้องปลุกปล้ำกับเรื่องที่บ้านและความต้องการของเขาในการเข้าร่วมการต่อสู้นี้
76. ความสัมพันธ์ระหว่าง Hawkeye และ Scarlet Witch จะแน่นแฟ้นมากขึ้น
77. Hawkeye เลือกข้างได้ง่ายมากต่างกับ Black Widow เพราะเขาอยากทำให้งานนี้จบ ๆ กันไปแล้วกลับบ้านหลังงานเสร็จ
78. Scarlet Witch และ Vision มีความสัมพันธ์ที่ต่างจากคนอื่น ๆ เพราะพลังของพวกเขาทั้งคู่มาจาก Infinity Stone เหมือนกัน
79. Scarlet Witch จะทำอะไรบางอย่างกับพลังของเธอที่เราไม่เคยเห็นใน Age of Ultron
80. เธอไม่ได้รู้สึกแย่กับโทนี่ สตาร์คเรื่องการตายของครอบครัวเธอแล้ว
81. ทั้ง Scarlet Witch และ Hawkeye จะไม่มีหนังภาคแยกของตัวเอง
82. ตอนนี้ Barton เป็นปรมาจารณ์ด้านธนูรวมไปถึงกระบอง (Staff) และจะมีหัวธนูที่ใหม่มากขึ้น แต่จะไม่ร้ายแรงถึงตายเพราะ Barton ไม่อยากฆ่าใคร
83. พวกเขาบอกว่าการเอา Ant – Man กับ Black Panther เข้ามาเป็นการขยายจักรวาล Marvel ให้กว้างขึ้น แถมยังบอกอีกว่า ชุด Black Panther มันแย่มาก แย่ที่สุดแล้วในจักรวาล
84. โอลเซ่น เล่นมุกบอกว่าเนื่องจากเธอมีพลังเหนือธรรมชาติ เธอจึงไม่ต้องฝึกฝนอะไรเลย แถมยังบอกเล่นมุกต่ออีกว่า “ฉันสามารถทำ 1, 2, 3 และทุกคนก็ตายได้”
85. จะไม่มีการสะกดจิตเกิดขึ้นเหมือนใน Avengers ภาคแรกและ Age of Ultron
จากโปรดิวเซอร์ เนต มัวร์
86. หนังเรื่องนี้จะขยับความสัมพันธ์ของกัปตันและนาตาชาไปอีกขั้น และจะเป็นไตรภาคที่สมบูรณ์ของ Captain America
87. เนต มัวร์ ตื่นเต้นมากที่จะได้เห็นการเคลื่อนไหวของ Black Panther และสำเนียงวากานด้าของเขา
88. เราจะไม่เห็นวิธีการที่ซุปเปอร์ฮีโร่ทำงานร่วมกับ S.H.I.E.L.D.
89. ในสายตาคนส่วนมาก Bucky เป็นคนเลว แต่กับกัปตันเขาไม่ใช่อย่างนั้น
90. หนังเรื่องนี้เป็นการต่อสู้ของกัปตันกับประเทศอเมริกาและเป็นการบอกอีกว่าทีม Avenger จะไปทางไหน
91. หนังของ Captain America จะเป็นการเอากัปตันออกมาจากที่ใดที่หนึ่ง ซึ่งในเรื่องนี้ก็คือทีมอเวนเจอร์ที่เป็นเหมือนครอบครัวของเขา
92. ทีมอเวนเจอร์รุ่นใหม่ทำงานด้วยกันมาประมาณปีหนึ่งแล้ว “พวกเขาสนิทกันมากขึ้น” เนต มัวร์กล่าว “นี้จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้ Civil War มันทรงพลัง เพราะว่าพวกเขาไม่ใช่กลุ่มเล็กกลุ่มน้อยที่พึ่งมาโต้เถียงกัน แต่เป็นกลุ่มเดียวกันที่ใช้เวลาร่วมกันปีหนึ่ง ที่เติมมาด้วยกันและกลายเป็นเพื่อนแท้ แต่จู่ ๆ พวกเขาก็ต้องแตกแยก”
93. เนต มัวร์ไม่อยากให้หนังเรื่องนี้ติดอยู่กับซุปเปอร์ฮีโร่เพียงเพราะเขาทำได้ เขาอยากให้พวกซุปเปอร์ฮีโร่แต่ละคนมีเป้าหมายของตัวเอง
94. ทีมงานตัดสินใจ Nick Fury ออก เพราะเขาไม่ได้มีอะไรเกี่ยวโยงกับ Civil War
95. กัปตันต้องการจะรู้ว่าบัคกี้รื้อฟื้นความทรงจำมาได้ขนาดไหน
96. ตอนที่ให้สัมภาษณ์นี้ เนต มัวร์ ไม่แน่ใจว่าสไปเดอร์แมนจะอยู่ในเรื่องหรือไม่ (แต่พี่น้องรัสโซ่บอกว่าสไปเดอร์แมนจะมาตอนเรื่องเกิดขึ้นและจะเลือกข้างใดข้างหนึ่ง)
97. Crossbones จะวิกลจริตมากขึ้น และกำลังทำตามแผนของเขาอยู่ “เขาแทบจะเป็นตัวจุดประเด็นให้เกิดขึ้นในส่วนที่เหลือของในหนัง (นอกจากประเด็นเรื่องตีกันเอง)”
98. ในหนังเรื่องนี้จะบอกวัตถุประสงค์ของ Baron Zemo และตัวละครที่ มาร์ติน ฟรีแมน แสดง
99. เหตุการณ์ Civil War ดึง โทนี่ สตาร์ค ออกมาจากการเกษียณ
100. ทีมงานผู้สร้างรู้ว่าอยากให้ Infinity War ออกมาเป็นแบบไหน
101. ถึงแม้จะเป็นการสู้กันเองระหว่างฮีโร่ เนต มัวร์ ก็บอกว่าความแรงความอันตรายก็จะไม่แพ้กับตอนที่สู้กับเหล่าร้าย และนั้นก็ไม่ได้หมายความว่าความตึงเครียดและความเข้มข้นของศึกนี้จะลดลง แต่จะมีตัวละครบางตัวออกมาช่วยป้องกันไม่ให้ถึงตายอย่าง Vision ที่รู้สึกว่าตัวเองเป็นผู้ปกป้องมนุษยชาติ
จาก โรเบิร์ต ดาวนี่ จูเนียร์ ผู้รับบท Iron Man
102.  เมื่อ โรเบิร์ต ดาวนี่ จูเนียร์ เห็นสคริปเขาก็บอกหนังเรื่องนี้มันเป็น Godfather เวอร์ชั่นซุปเปอร์ฮีโร่
103 โรเบิร์ต บอกเหมือนกันว่าเหตุการณ์ที่เขากับกัปตันอเมริกาทะเลาะกันใน Age of Ultron ไม่ได้เป็นจุดเริ่มต้น Civil War
104. เรื่องเซอร์ไพส์ที่สุดใน Civil War จะตกอยู่ที่กัปตันอเมริกา โรเบิร์ตคิดอย่างนั้น
105. ถึงแม้จะเป็น Captain America 3 แต่ โรเบิร์ต ดาวนี่ย์ จูเนียร์ ก็คิดว่าเรื่องนี้เป็น Iron Man 4 อยู่หน่อย ๆ

  • ข่าวที่น่าสนใจ
  • ข่าวที่เกี่ยวข้อง