Home > รีวิวหนัง > โรมิโอและจูเลียตในโลกแห่งความจริงและโลกแห่งภาพยนตร์

โรมิโอและจูเลียตในโลกแห่งความจริงและโลกแห่งภาพยนตร์

โพสเมื่อ วันที่ 11 April 2016 | เปิดอ่าน 848 views | หมวดหมู่ : รีวิวหนัง

รีวิวหนัง : โรมิโอและจูเลียตในโลกแห่งความจริงและโลกแห่งภาพยนตร์

โรมิโอและจูเลียตในโลกแห่งความจริงและโลกแห่งภาพยนตร์

 

 

การที่ได้มาเป็นคนอังกฤษมาตั้งแต่เกิด “ดักลาส บูธ” ก็น่าจะเป็นคนหนึ่งที่ซึมซับกับวัฒนธรรมของประเทศที่เต็มไปด้วยวรรณกรรมของวิลเลี่ยม เชคสเปียร์ เพราะเขาเปรียบเสมือนกวีเอกของอังกฤษและของโลก ดักลาส บูธ เสริมอีกว่า “แม้ว่าบทละครของ เชคสเปียร์ จะยอดเยี่ยมมากแค่ไหน แต่เมื่อพอเขาได้มาอ่านบทภาพยนตร์ของ จูเลี่ยน เฟลโลวส์ มันยิ่งทำให้เขารู้สึกอินไปกับหนังมากยิ่งขึ้นไปอีก เพราะมันทำให้เราเข้าใจบทและตัวละครเข้าไปลึกซึ้ง และมันยังกระตุ้นและเป็นแรงผลักดันในการเพิ่มแรงขับในการแสดงขึ้นไปอีก”

การที่เขาได้รู้ว่าจะได้รับบทเป็นโรมิโอคู่กับ เฮลี่ย์ สไตน์เฟล เขาก็ยิ่งตื่นเต้นไปอีกเพราะว่าเขาเองก็ติดตามผลงานของเธอมาก่อนเช่นกัน “เฮลี่ย์มีทักษะการแสดงที่ยอดเยี่ยมมาก ผมรู้สึกยินดีและดีใจเป็นอย่างมาก ยิ่งกว่านั้นเธออายุเพิ่งจะ 15 ปีเองด้วย” จูเลียตที่ได้สวมบทโดยเฮลี่ย์กลับกลายเป็นตัวละครที่มีเสน่ห์และน่าสนมาก

ตัวเฮลี่ย์จริงๆ ก็เป็นเช่นนั้น เธอดูเป็นหญิงที่น่ารักไร้เดียงสาแต่เธอก็เป็นคนที่รู้จักโลกอย่างกว้างขวางมากเช่นกัน มันเป็นเสน่ห์ที่ขัดแย้งกันในตัวของเธอเอง “เธอเป็นคนที่ทำให้ตัวละครของจูเลียตมีความซับซ้อน น่าค้นหา และยิ่งไปกว่านั้นคือเธอทำให้เห็นว่าตัวละครแบบนี้มันมีอยู่จริงในโลกปัจจุบัน” ดักลาส บูธกล่าว

เฮลี่ย์ สไตน์เฟล พิสูจน์ให้เราเห็นได้บ่อยครั้งมากๆว่าเธอสามารถรับมือกับบทพูดที่ยากและซับซ้อน แต่เธอก็สามารถจดจำและตีบทได้แตกฉานในทุกๆ ประโยคที่เธอได้รับ เรื่องบังเอิญอย่างหนึ่งก็คือเธอได้รับให้ไปคัดเลือกบทของ จูเลี่ยน เฟลโลวส์ ในขณะเดียวกันกับที่เธอกำลังแสดงละครเวทีของที่โรงเรียนอยู่เช่นเดียวกัน

“มันเป็นเรื่องบังเอิญมากที่พวกเขาส่งบทมาให้ฉันอ่าน ในขณะที่ฉันก็กำกลังเตรียมพร้อมกับงานแสดงที่โรงเรียน ต้องขอขอบคุณจูเลี่ยนมากๆ ที่ทำให้ฉันได้เข้าใจในบทของจูเลียตเพิ่มขึ้นอีก โดยที่ฉันไม่จำเป็นที่จะต้องไปค้นคว้าเพิ่มเติมเลยสักนิด เพราะฉันว่าฉันเข้าใจในตัวของจูเลียตได้จริงๆ”

ดักลาส บูธ ได้เจอกับ เฮลี่ย์ สไตน์เฟล ครั้งแรกที่งานบอลรูม ที่ นิวยอร์ค จะเป็นเรื่องแปลกหรือไม่ที่ทั้งสองได้ทำความรู้จักและสนิทสนมกันเสียก่อนที่จะเริ่มการถ่ายทำเสียอีก สองสัปดาห์ถัดมาจากคืนนั้นพวกเขาทั้งสองก็ต้องไปเข้าแคมป์เตรียมตัวการแสดง ณ กรุงลอนดอนประเทศอังกฤษ ซึ่งพวกเขาทั้งสองก็ทุ่มเทอย่างหนักก่อนที่จะเริ่มถ่ายทำจริง เฮลี่ย์ กล่าวเพียงแค่ว่า “ในช่วงนั้นฉันรู้สึกถึงเคมีอะไรบางอย่างที่ทำให้เราเข้าขากันดีมากในการฝึกซ้อมการแสดง” และเมื่อเริ่มการถ่ายทำจริง เธอก็พูดกับเขาว่า “เรามาเริ่มกันเลยดีกว่า” นับว่าเป็นความมุ่งมั่นที่จะแสดงเรื่องนี้ให้ดีเท่าที่เธอจะทำได้

ทั้ง ดักลาส บูธ และ เฮลี่ย์ ต่างคิดตรงกันว่า พวกเขาอยากที่จะทำให้คนดูในวัยหนุ่มสาว ต่างจินตนาการว่าพวกเขาทุกคนนั้นคือ โรมิโอ และ จูเลียต จูเลียตนั้นเป็นคนที่รักอิสระ จิตใจอันบริสุทธิ์ ที่มีความมุ่งหวังที่จะได้พบกับความรักแท้ “ฉันอยากให้ทุกคนได้เป็นเหมือนกับฉัน ฉันอยากให้ทุกคนได้พบกับ โรมิโอ ของตัวเอง” ซึ่งแน่นอนว่านี่คือชีวิตของคำว่าวัยรุ่นที่ทุกคนต้องพบเจอ การกีดกันจากพ่อแม่ เพราะเหตุผลที่ว่านี่ยังไม่ถึงเวลา แต่แน่ล่ะ เราทุกคนเคยผ่านจุดนั้นมาแล้ว วันที่เรามีอยากมีความรักจนล้นใจ แต่อุปสรรคขวากหนามของภาวะที่เรียกว่าเป็นวัยรุ่นนั้นถูกกีดขวาง

ในบทของจูเลียต เปรียบเรื่องของการขัดแย้งเป็นเรื่องของวงศ์ตระกูลของ คาปูเล็ตและ มอนเตคิว แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นสิ่งที่บทของ จูเลี่ยน เฟลโลวส์ต้องการอยากให้ทุกคนเห็นและได้รับรู้ก็คือ ถึงแม้ว่าทุกคนจะต้องพานพบกับอุปสรรคของความรัก เพราะนั่นคือความหมายของความรัก มันไม่มีความรักไหนที่จะไม่ต้องเจอกับความเจ็บปวด แต่คุณก็อย่าลืมที่จะต้องค้นหาความเป็น โรมิโอ และ จูเลียต ในตัวของคุณเอง

จริงอยู่ว่าการที่จะเข้าใจวรรณกรรมในยุคศตวรรษที่ 16 นั้นเป็นเรื่องที่ยาก เมื่อตอนที่เขาทั้งสองเข้าฝึกการแสดงและ เฮลี่ย์ เริ่มมีปัญหาในการจับตัวตนในบทของเธอไม่ออก เช้าวันรุ่งขึ้น ดักลาส บูธ หยิบบทความจากหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่งมาให้เฮลี่ย์ มันเป็นเรื่องเกี่ยวกับเด็กหนุ่มสาววัยรุ่นอายุ 15 ปี คู่หนึ่ง ฝ่ายชายได้หยิบปืนขึ้นมาเช็ดถูทำความสะอาดและเกิดอุบัติเหตุปืนลั่นใส่แฟนสาวของเขา เขาทั้งรู้สึกผิด เสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นและคิดว่าคงอยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีเขา เขาจึงหยิบปืนกระบอกเดียวกันนั้นเองยิงตัวเองจนตายไป

ดักลาส บูธ กล่าวต่อว่า “นี่เป็นเรื่องราวที่ไม่ได้ไกลตัวเลย เรื่องราวของคู่รักที่ทั้งสองพร้อมที่จะสละชีพเมื่อต้องพบเจอกับความโศกเศร้า ทุกคนน่าจะสามารถเชื่อมตัวเองเข้ากับสถานการณ์ที่มันเกิดขึ้นจริงนี้ได้ เรื่องของความรักของโรมิโอจึงยังคงดำเนินเรื่องราวไปด้วยความคลาสสิกเพราะมันเป็นเรื่องราวของธรรมชาติมนุษย์จริงๆ” เรื่องนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่เรื่องแต่ง แต่เรื่องราวความรักและความโศกเศร้าได้เกิดขึ้นกับเราโลกของเราทุกวัน และเรื่องราวของโรมิโอและจูเลียตก็ไม่ได้ต่างอะไรกับเรื่องราวที่เกิดขึ้นในหน้าหนังสือพิมพ์เมื่อสองวันที่ผ่านมานี้เลย

เรื่องราวความประทับใจของเฮลี่ย์ สไตน์เฟล ไม่ได้มีเพียงแค่เรื่องของความรักเพียงเท่านั้น เธอยังคงติดใจกับฉากที่น่าจดจำของเรื่องโรมิโอและจูเลียตได้อีกด้วยนั่นก็คือฉากตรงระเบียงห้องนอนของเธอ เมื่อเธอได้เริ่มแสดงฉากนั้น กลางคืนที่เงียบสงัด เธอเดินออกมาที่ระเบียงห้องนอน หารู้ไม่ว่าโรมิโอกำลังแอบมองเธออยู่ จูเลียตพร่ำเพ้อถึงชายหนุ่มที่นางเพิ่งเจอที่งานเลี้ยง ฉากนี้นับว่าเป็นฉากที่คลาสสิกและสวยงามที่สุด ไม่ว่าจะเป็นละครเวทีเรื่องไหนๆ ก็คงไม่มีฉากไหนที่สัญลักษณ์ที่โดดเด่นเท่ากับฉากนี้ หลังจากที่เธอถ่ายฉากนี้จบไป เธอก็เดินมาบอกผู้กำกับว่า “นี่คือฉากที่ฉันรักที่สุดในหนังเรื่องนี้เลยล่ะ”

  • ข่าวที่น่าสนใจ
  • ข่าวที่เกี่ยวข้อง
  • 10 หนังดี มีความลับ ที่ผู้กำกับไม่ได้บอก (แต่เราจะเฉลย!!)
    เมื่อความสนุกของผู้กำกับซ่อน 10 ฉากแห่งความลับเอาไว้ในหนังอย่างแนบเนียน เคยสังเกตกันบ้างไหมว่าฉากหนังแต่ละเรื่องนี้กำลังบอกอะไรเราอยู่ ความสนุกและน่าติดตามในหนังแต่ละเรื่องต่อไปนี้จะเพิ่มมากขึ้นเมื่อคุณรู้ว่าในแต่ละฉากนั้นมีมากกว่าภาพที่เราเห็น และนี่คือตัวอย่าง 10