Home > รีวิวซีรีย์ > เพื่อน..กูรักมึงว่ะ Bangkok Love Story

เพื่อน..กูรักมึงว่ะ Bangkok Love Story

โพสเมื่อ วันที่ 28 March 2016 | เปิดอ่าน 1,388 views | หมวดหมู่ : รีวิวซีรีย์

รีวิวหนัง : เพื่อน..กูรักมึงว่ะ Bangkok Love Story

เพื่อน..กูรักมึงว่ะ Bangkok Love Story

ประเภทภาพยนตร์  ดราม่า / โรแมนติก / อีโรติก
นำแสดงโดย  รัตนบัลลังก์ โตสวัสดิ์, ชัยวัฒน์ ทองแสง, ฌัชชา รุจินานนท์, วีรดิษฐ์ ศรีมาลัย, อุทุมพร ศิลาพันธ์, รัชนู บุญชูดวง, ชลประคัลภ์ จันทร์เรือง, สุเชาว์ พงษ์วิไล
กำกับโดย  :  พจน์ อานนท์ (หอแต๋วแตก)
บทภาพยนตร์โดย  :  พจน์ อานนท์
อำนวยการสร้างโดย  สมศักดิ์ เตชะรัตนประเสริฐ

สร้างโดย  ฟิล์ม กูรู (Film GuRu)
ภาพยนตร์โดย  :  สหมงคลฟิล์ม อินเตอร์เนชั่นแนล
กำหนดฉาย  :  13 กันยายน 2550
เพลงประกอบภาพยนตร์  :  “อยากรู้…แต่ไม่อยากถาม” โดย Calories Blah Blah 

Official Site :  http://www.bangkoklovestorymovie.com/
 

    

เนื้อเรื่องย่อ “เพื่อน…กูรักมึงว่ะ”

นี่คือเรื่องราวของชายสองคนที่รักกัน… แต่ไม่มีวันสมหวังในความรัก
นี่คือเรื่องราวของความรัก… ที่แม้ไม่สมควรเกิด
แต่เมื่อมันพร้อม… ก็ไม่มีสิ่งใดมาขวางกั้นได้…
 

 

ผลงานภาพยนตร์โรแมนติก-ดราม่าเรื่องล่าสุดของผู้กำกับ พจน์ อานนท์ กับเรื่องราวความรักเฉพาะกิจที่เขาอยากทำมาทั้งชีวิต ครั้งแรกของวงการภาพยนตร์ไทยที่กล้าเปลือยหัวใจลึก ๆ ของลูกผู้ชายอก 3 ศอกบางคน  ขอต้อนรับทุกท่านเข้าสู่โลกของความรักที่ไม่มีกฎเกณฑ์มาคั่นกลาง ความรักของผู้ชายที่ไม่ได้มีเพียงผู้หญิงเท่านั้นที่เป็นคำตอบของหัวใจ ความรักในแบบฉบับที่ใครหลายคนไม่กล้าเปิดใจยอมรับมัน รักแท้ของชายกับชายที่อาจยืนยาวและมั่นคงกว่าที่คุณคิด เรื่องรักของ“เขา” กับ “เขา” เรื่องราวความรักระหว่างชายหนุ่มสองคน ที่ชีวิตของทั้งคู่เป็นเหมือนเส้นขนาน ที่ไม่มีวันโคจรมาเจอกันได้ แต่แล้ววันหนึ่งโชคชะตา กลับนำพาให้มาทาบทับในวังวนแห่งรักของกันและกัน

“เมฆ” (รัตนบัลลังก์ โตสวัสดิ์) ชายหนุ่มพูดน้อย เขาไม่เคยรักใครและไม่คิดจะรักใคร นอกจากแม่และ “หมอก” (วีรดิษฐ์ ศรีมาลัย) น้องชายคนเดียวของเขาเท่านั้น เมฆ อาศัยอยู่คนเดียว เปลี่ยนชื่อและที่อยู่ไปเรื่อย ๆ ตามความสะดวกและปลอดภัยของงาน เมฆ ทำงานที่ไม่มีความแน่นอน เขาทำงานที่ไม่สมควรมีความรัก เมฆ เป็นมือปืน เมฆถูกหมอบหมายภารกิจฆ่าครั้งใหม่ เป้าหมายของเขาคือ “อิฐ” (ชัยวัฒน์ ทองแสง) ชายหนุ่มหน้าตาดี มีฐานะ แต่ อิฐ กลับรู้สึกเหมือนขาดอะไรบางอย่างในการหล่อเลี้ยงชีวิตรัก แม้เขาจะมี “ทราย” (ฌัชชา รุจินานนท์) ผู้หญิงที่เขาจะแต่งงานด้วยในไม่ช้าอยู่เคียงกายก็ตาม เมฆเฝ้าติดตาม อิฐ ทุกฝีก้าว เพื่อทำงานชิ้นนี้ให้สำเร็จ แต่เมื่อถึงเวลาลงมือจริง เขากลับฆ่า อิฐ ไม่ได้ อะไรบางอย่างในใจของเขาต่อต้านการกระทำครั้งนี้อย่างรุนแรง

    

นั่นทำให้เมฆและอิฐถูกตามล่าจากหัวหน้าใหญ่ของเมฆ จนเมฆได้รับบาดเจ็บ ทั้งคู่พากันมาหลบที่ห้องของเมฆ อิฐคอยเฝ้าดูแลรักษาเมฆที่บาดเจ็บจนอาการดีขึ้น เมื่อความชิดใกล้ได้ก่อเกิด ความรู้สึกบางอย่างลึก ๆ ภายในใจของทั้งคู่จึงแปรเปลี่ยนเป็นความโหยหา ความรักที่ทั้งคู่ปิดบังซ่อนเร้นอยู่ภายใน ได้ถาโถมเข้าใส่จนเกินต้านทาน แต่แล้วก็เป็นดั่งปลาว่ายทวนกระแสน้ำ มือปืนอย่างเมฆไม่อาจทำใจยอมรับความสัมพันธ์ ที่เขาเองก็ยังสับสนว่าเป็นความรักจากใจ หรือความใคร่ชั่วข้ามคืนที่เกิดขึ้นนี้ได้ เมฆพยายามหนีหัวใจของตัวเองอย่างถึงที่สุด แต่อิฐก็ไม่ลดละที่จะออกตามหาเมฆ ที่เป็นเหมือนครึ่งหนึ่งของชีวิตที่หายไปอย่างไม่รู้ชะตากรรม

เมฆฝืนตัดใจและบังคับตัวเองให้กลับมาสะสางภารกิจสุดท้ายให้เสร็จสิ้น เพื่อที่จะพาแม่และน้องชายที่ทั้งคู่ติดเอดส์จากพ่อเลี้ยง ไปรักษาตัวและอยู่ด้วยกันเป็นครอบครัวอีกครั้ง แต่ทุกอย่างก็ไม่เป็นไปตามที่เมฆคาดหวังไว้ ทางด้านอิฐก็ได้แต่เฝ้ารอ รอ และรอ รอวันที่เขาจะได้พบกับเมฆอีกครั้ง และบอกความในใจแก่เขา ก่อนที่มันจะสายเกินไป ท่ามกลางความแปรปรวนของลมฟ้าอากาศที่เกินหยั่งได้ แต่ภายในใจของทั้งอิฐและเมฆกลับปรวนแปร เอ่อล้นด้วยแรงปรารถนาและความคะนึงหากันและกัน ยิ่งกว่านั้น และแล้ว วันที่ทั้งคู่ได้พบกัน และน่าจะอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุขอีกครั้งก็มาถึง แต่ทว่าโชคชะตาก็ย้อนกลับมาเล่นตลก กับความรักของเขาทั้งคู่อีกครั้งเช่นกัน หรือความรักของทั้งคู่จะเป็นได้เพียงเส้นขนาน ที่ไม่อาจกลับมาทาบทับกันและกันได้อีกตลอดไป

   

HIGHLIGHTS

      1) เป็นภาพยนตร์ไทยโรแมนติก-ดราม่าแห่งเพศที่ 3 เรื่องแรก ๆ ที่ถูกสร้างขึ้นและออกฉายในวงกว้าง โดยผู้กำกับไอเดียจัดจ้าน “พจน์ อานนท์” ที่ทุ่มเทเกือบทั้งชีวิตเพื่อหนังรักเรื่องนี้
2) ถ่ายทอดภาพโดยผู้กำกับภาพ “ทิวา เมยไธสง” ที่กำหนดมุมกล้องและสร้างสรรค์ภาพออกมาได้อย่างสวยงามทุกองศา เพื่อให้ผู้ชมดื่มด่ำและซาบซึ้งไปกับความรักของชายหนุ่มทั้ง 2 ที่คุณมิอาจปฏิเสธได้
3) ทุ่มสุดตัวแสดงโดยดาราหน้าใหม่อย่าง “เอ รัตนบัลลังก์ โตสวัสดิ์” และ “ต๊อบ ชัยวัฒน์ ทองแสง” ที่ลงทุนแสดงเองทุกฉากไม่เว้นแม้แต่ฉากเลิฟซีนโดยไม่ใช้ตัวแสดงแทนให้ขัดอารมณ์แต่อย่างใด
4) ร่วมด้วยนักแสดงรุ่นใหญ่อย่าง สุเชาว์ พงษ์วิไล, ชนประคัลภ์ จันทร์เรือง, อุทุมพร ศิลาพันธ์ และ รัชนู บุญชูดวง ที่พลิกบทบาทมาสร้างสีสันและเติมเต็มอารมณ์ให้กับหนังอย่างไว้ลายฝีมือในทุกช็อตที่ปรากฏกาย

   

“พจน์ ทำได้”! หนังโฮโม-อีโรติก เรื่องแรกของหนังไทย (จากหนังสือพิมพ์ สยามรัฐ)

เมื่อตอนที่ดูหนังเรื่อง “ตั๊ดสู้ฟุด” จบลง ความรู้สึกหนึ่งที่เกิดขึ้นก็คือผมรู้สึกนึกเป็นห่วง พจน์ อานนท์ ขึ้นมาทันที ด้วยรู้สึกว่า จากที่ พจน์ อานนท์ เคยเป็น “เจ้าแม่ เอ๊ย… เจ้าพ่อหนังเกย์ กะเทย” เขากำลังถูกทาบรัศมีด้วย จตุรงค์ มกจ๊ก ที่ทำหนังกะเทยออกมาได้โดดเด้งลงตัวกว่าเมื่อพิจารณาจาก องค์รวมทั้งหมดนั่นทำให้อดห่วงไม่ได้ว่า พจน์ จะทำอย่างไรต่อไปเพราะเจอคู่แข่งที่น่ากลัวเข้าให้แล้ว เพราะ เจ๊รงค์ ทำหนังกะเทยที่มีสเกลที่ใหญ่โตกว่า คุมองค์รวมของหนังออกมาได้เนียนกว่า

    


ขณะที่หนังของพจน์ มักจะเป็นหนังที่ ไม่มีบทภาพยนตร์ เป็นเรื่องเป็นราว มักจะใช้วิธีด้นสด ทำให้หลายครั้งที่มีช่วงเตลิดเปิดเปิง แต่หลังจากนั้นไม่กี่วัน ผมก็ได้รับโทรศัพท์ตามให้ไปดูหนังของ พจน์ อานนท์เรื่อง “เพื่อน กูรักมึงว่ะ” รอบคลุกวงใน ซึ่งทำให้ผมรู้สึกต่อไปว่า แหม… มันช่างเหมาะเหม็งอะไรเช่นนี้ และสิ่งที่ผมได้พบเห็นก็คือ ในวันที่มีคู่แข่งวิ่งตามมาทัน ในการกำกับฯ หนังเกย์ กะเทยแนวตลก ที่เน้นขายความบันเทิงเป็นหลัก พจน์ อานนท์ ก็ฉีกหนีไปกำกับฯ หนังเกย์สาระ ที่เน้นขายคุณภาพเต็มที่ทำให้ผมเห็นว่า พจน์ กำลังจะปิดองก์แรกของการทำงาน และพร้อมแล้วที่จะเริ่ม องก์สอง ของตัวเอง ด้วยการหันไปทำหนังที่มีเนื้อหาลุ่มลึกมากขึ้น เน้นคุณภาพมากขึ้น ที่สำคัญน่าจะทำให้เขาได้มีโอกาส ลุ้นรางวัล มากขึ้น หลังที่ถูกมองว่า ทำได้แค่หนังกะเทยขายฮาอย่างเดียว

    

เพราะสามารถพูดได้เลยว่า “เพื่อน กูรักมึงว่ะ” คือ หนังโฮโมอีโรติกเต็มรูปแบบเรื่องแรกของหนังไทย ที่มาพร้อมนักแสดงชายที่พร้อมด้วย เสน่ห์เพศชาย เต็มที่ คือ เอ-อรุชา โตสวัสดิ์ กับ ต๊อบ-ชัยวัฒน์ ทองแสง ที่หล่อเซ็กซ์เอ็กซ์แตก และโดดเด่นด้วยฉากลิฟซีนที่เร่าร้อนในแบบที่ไม่เคยปรากฏในหนังไทยเรื่องใดมาก่อน พร้อมด้วยเนื้อหาที่สะท้อนสังคมยุคปัจจุบัน ในยุคเพศที่สามครองเมือง ในยุคที่ “ผู้ชาย”ก็มีสิทธิ์ตกเป็น “เหยื่อ” ของผู้ชายด้วยกันได้ ปัญหาเรื่องเด็กชายที่ถูกคุกคามทางเพศ และปัญหาเรื่องโรคเอดส์ ได้ถูกนำมาเสนอไปพร้อมๆ กับอารมณ์โฮโมอีโรติกของหนังได้อย่างงดงาม อย่างชนิดที่ว่า คุณไม่เคยคาดหวังว่าจะได้เห็นในงานของ พจน์ อานนท์ แน่ๆ

    

หนังมาพร้อมองค์รวมที่ลงตัวในหลายส่วน งานกำกับภาพที่เก็บภาพมุมที่สวยงามของกรุงเทพฯ มาขึ้นจอได้อย่างน่าทึ่ง งานลำดับภาพที่ลื่นไหล งานโลเกชันที่สุดเท่ งานเพลงและดนตรีประกอบ ที่มาช่วยเติมความเหงา เศร้า และรัก ให้กับหนังได้อย่างน่าประทับใจ2 นักแสดงชาย เอ-อรุชา (นรสิงห์) กับ ต๊อบ-ชัยวัฒน์จะกลายเป็น “ขวัญใจเกย์กรี๊ด” ทันทีที่หนังออกฉาย กั๊ส-วีระดิษฐ์ ที่เคยดูย่ำแย่จากหนัง “หอแต๋วแตก”ก็ได้บทที่เหมาะกับเขามากกว่า และเขาก็ทำได้ดีกว่าในเรื่องนี้ นักแสดงรุ่นใหญ่อย่าง อุทุมพร ศิลาพันธ์, รัชนู บุญชูดวง, ชลประคัลภ์ จันทร์เรือง, สุเชาว์ พงษ์วิไล ก็มาช่วยเสริมความเข้มให้กับหนังเพิ่มขึ้น

    

แม้หนังจะดูเป็น Brokeback Moutain เวอร์ชัน พจน์ อานนท์ แต่ด้วยคุณภาพของหนังถือว่า พจน์ ก้าวข้ามไปอีกขั้นได้สำเร็จ หลังจากที่เขาพยายามที่จะทำหนังเน้นคุณภาพ เพื่อพิสูจน์ตัวเองว่า เขาทำได้ มาตลอด แต่ก็มักจะถูกนายทุนให้ทำแต่ หนังกะเทยตลก อยู่ร่ำไป นี่จึงเป็นงานที่ พจน์ อานนท์ ได้พิสูจน์ตัวเองและฝีมือได้สำเร็จว่า “พจน์ ทำได้” และที่ ได้มากกว่า ก็คือ นี่คือ หนังโฮโมอีโรติกเต็มรูปแบบเรื่องแรกของไทย หลังจากที่เราได้ดูแต่หนังเกย์กระมิดกระเมี้ยนกันมาตลอด หรือไม่ก็ทำได้แค่หนังกะเทยที่นำเสนอแต่ด้านที่ ตลกโปกฮา จน เกย์ กะเทย กลายเป็นดาวตลกมาตลอด หนนี้ พจน์ อานนท์ จะให้ในสิ่งที่แตกต่าง!

ถึงแม้ว่า นี่จะเป็นหนังเกย์ ที่มาพร้อม อารมณ์โศกนาฏกรรม ดังที่มีชาวเกย์พูดกันบ่อยๆ ว่า เกย์ในหนังมีสิทธิ์ทำได้แค่ ความรักที่ผิดหวัง โรคเอดส์ และจบลงด้วยความตายเท่านั้น ไม่มีโอกาสที่จะจบลงอย่างสุขนาฏกรรม ชนิดที่ แล้วพระเอกกับพระเอกก็ครองรักด้วยกันอย่างมีความสุขตลอดไปชั่วกาลนาน แต่หนังเรื่องนี้ก็มี บางอย่าง มาชดเชย ให้ชาวเกย์ได้เห็นว่า พจน์ อานนท์ ได้พาคุณๆ ก้าวข้าม “อุปสรรคของชาวเกย์” ไปอีกขั้นแล้วแต่นั่นต้องหมายความว่า หนังจะได้ออกฉายสมบูรณ์แบบอย่างที่ผมได้ชม ก็ได้แต่หวังว่า คนบางกลุ่มจะใจกว้างพอ

ดูหนังตัวอย่าง เพื่อน..กูรักมึงว่ะ Bangkok Love Story