Home > รีวิวหนัง > รีวิวหนัง Be Kind Rewind ใครจะว่าหนังข้าเนี๊ยะแหละเจ๋ง ซีรีย์ฝรั่ง

รีวิวหนัง Be Kind Rewind ใครจะว่าหนังข้าเนี๊ยะแหละเจ๋ง ซีรีย์ฝรั่ง

โพสเมื่อ วันที่ 8 March 2016 | เปิดอ่าน 730 views | หมวดหมู่ : รีวิวหนัง

รีวิวหนัง : Be Kind Rewind ใครจะว่าหนังข้าเนี๊ยะแหละเจ๋ง

Be Kind Rewind ใครจะว่าหนังข้าเนี๊ยะแหละเจ๋ง

วันที่เข้าฉาย : 31 กรกฎาคม 2551
แนวหนัง : ตลก
กำกับโดย : มิเชล กอนดรี้ (Michel Gondry)
นักแสดง : แจ๊ค แบล็ค (Jack Black) , มอส เดฟ (Mos Def), แดนนี่ โกลเวอร์ (Danny Glover)

เรื่องย่อภาพยนตร์

มิเชล กอนดรี้ (Michel Gondry) นักเขียนบทและผู้กำกับภาพยนตร์เจ้าของจินตนาการพิลึกพิลั่นหลุดกรอบที่เคยคว้ารางวัลออสการ์ (Academy Award) มาแล้วขอเสนอผลงานเรื่อง ใหม่ Be Kind Rewind ใครจะว่า หนังข้าเนี๊ยะแหละเจ๋ง ว่าด้วยเรื่องของเพื่อนซี้ปึ้กตั้งแต่เด็กสองคนที่สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้วงการภาพยนตร์แบบไม่ตั้งใจ และทำให้ร้านวิดีโอของตนเองยังคงดำเนินกิจการต่อไปได้ด้วย เราจึงได้ดูเรื่องกลุ้มใจของสาวสูงอายุปากร้ายที่กลายมาเป็นเพื่อนกับคนขับรถของเธอ, คดีลึกลับตามจับผีของเหล่านักล่าผีแห่งนิวยอร์ค (New York), การผจญภัยตื่นเต้นสุดๆ ของนายตำรวจจากฮ่องกง (Hong Kong) กับคู่หูปากเปราะ, เรื่องราวของคนที่จะโตเป็นผู้ใหญ่เต็มตัวในย่านเซาธ์เซ็นทรัลของลอสแอนเจลิส (South Central Los Angeles) และสิงโตหนุ่มที่กลับมาทวงบัลลังก์เจ้าป่าในดินแดนอาฟริกา (African Pridelands) ยำรวมกันอยู่ในภาพยนตร์เรื่องเดียว

เจอร์รี่ (Jerry  รับบทโดยแจ็ค แบล็ค – JACK BLACK) และไมค์ (Mike รับบทโดย มอส เดฟ – MOS DEF) เป็นสองเพื่อนคู่ซี้ที่โตมาด้วยกันในเมืองพาสเซอิค รัฐนิวเจอร์ซี (Passaic, New Jersey) ที่ต้องช่วยกันหาทางออกให้กับชีวิตที่กำลังอับจนหนทาง เจอร์รี่เป็นหนุ่มสารพัดช่างประจำชุมชนผู้อาศัยอยู่ในรถบ้านใกล้โรงผลิตกระแสไฟฟ้า ซึ่งเขาเชื่อว่าเป็นตัวการที่ทำให้เขาตายผ่อนส่ง เนื่องจากคลื่นไมโครเวฟที่โรงงานแพร่ออกมา ส่วนไมค์ คู่ซี้ของเขาก็อาศัยและทำงานอยู่อีกฟากหนึ่งของถนน ในร้านวิดีโอเก่าแก่ที่มีชื่อว่า Be Kind Rewind ใครจะว่า หนังข้าเนี๊ยะแหละเจ๋ง ด้วยความพยายามทุกทางที่จะทำให้ เฟลทเชอร์ (Mr. Fletcher รับบทโดยแดนนี่ โกลเวอร์ – DANNY GLOVER)เจ้าของธุรกิจอยู่รอดให้ได้ในสภาวะที่รายได้ตกต่ำและสภาพร้านก็ย่ำแย่เต็มทนเช่นนี้

เฟลทเชอร์เป็นแฟนตัวยงของ แฟตส์ วอลเลอร์ (Fats Waller) นักดนตรีแจ๊ซขวัญใจผู้คนในท้องถิ่น เขาตัดสินใจเดินทางไปร่วมไว้อาลัยการจากไปของแฟตส์ โดยปล่อยให้ไมค์เป็นผู้ดูแลร้านวิดีโอแต่เพียงลำพัง ซึ่งภารกิจสำคัญที่สุดก็ไม่มีอะไรมากไปกว่าการคอยป้องกันไม่ให้ตัวซวยอย่าง เจอร์รี่ เข้ามาใกล้ๆ ร้านแต่เมื่อความซวยจะมาเยือนก็คงไม่มีใครห้ามได้ ดังนั้นแม้เพียงแค่วันเดียวก็เกิดเรื่องราวใหญ่โตขึ้นจนได้เมื่อเจอร์รี่คิดว่าถึงเวลาแล้วที่จะต้องบุกถล่มโรงผลิตกระแสไฟฟ้าเจ้าปัญหาให้ย่อยยับ

แต่ดันพลาดเข้าไปติดอยู่ในเครื่องกำเนิดพลังแม่เหล็กไฟฟ้านานไปนิด เช้าวันรุ่งขึ้น เจอร์รี่ ก็แวะไปที่ร้านวิดีโอของเพื่อนซี้ ทั้งสับสน,ไร้จุดหมาย,และไม่รู้จะทำอะไรดีเขาเดินดูวิดีโอจากแถวหนึ่งไปยังอีกแถวหนึ่ง โดยที่ไม่รู้เลยว่าพลังสนามแม่เหล็กไฟฟ้าประหลาดจากสมองของเขาลบภาพวิดีโอจนเกลี้ยง แล้วทั้งไมค์และเจอร์รี่ก็ต้องหาทางถ่ายทำภาพยนตร์ทุกเรื่องที่ลูกค้าอยากเช่าขึ้นมาใหม่ทั้งหมด เพื่อไม่ให้เฟลทเชอร์เจ้าของร้านสุดโหดจับได้ว่าวิดีโอทุกม้วนถูกลบภาพไปแล้วคู่หูสุดป่วนเริ่มการถ่ายทำด้วยเวอร์ชั่นเพี้ยนๆ ตามแบบฉบับของตนเองทั้ง Ghostbusters บริษัทกำจัดผี ที่คุณนายเฟลวิค (Miss Falewicz รับบทโดยมีอา ฟาร์โรว์ – MIA FARROW ) ลูกค้าขาประจำของร้านจะเช่าผลก็คือความวุ่นวายแบบสุดๆ แต่คู่หูนักสร้างภาพยนตร์จำเป็นก็ตระหนักดีว่าอุบายนี้จะสำเร็จได้ก็ต่อเมื่อพวกเขาเดินหน้าลุยถ่ายทำภาพยนตร์เวอร์ชั่นของพวกเขาเองให้มากที่สุดลูกค้าทั้งหลายจะได้มีความสุขกับวิดีโอม้วนที่เช่าไป

วันรุ่งขึ้น ไมค์ กับ เจอร์รี่ จึงทำงานกันอย่างไม่หยุดหย่อนด้วยความพยายามที่จะสร้างภาพยนตร์ความยาว 20 นาทีเวอร์ชั่นใหม่เลียนแบบเรื่องที่ลูกค้าอยากจะเช่าพวกเขาเรียก อัลม่า (Alma รับบทโดยเมโลนี ดิแอซ – MELONIE DIAZ)คนงานทำความสะอาดประจำชุมชนมาร่วมสร้างภาพยนตร์แสนวุ่นวายด้วยพวกเขาใช้มุมกล้องที่คิดค้นกันขึ้นมาเองและเทคนิคพิเศษส่วนตัวอีกมากมาย พวกเขาก็ถ่ายทำภาพยนตร์กันจนเสร็จ และกลายเป็นภาพยนตร์คลาสสิกประจำท้องถิ่นไปในทันที

ที่น่าประหลาดใจไปกว่านั้นก็คือผู้คนในชุมชนต่างโจษขานกันถึงเวอร์ชั่น “ถ่ายทำใหม่” สุดเพี้ยนของทั้งคู่ปากต่อปากส่งให้ผลงานเพี้ยนสุดๆ ของทั้งคู่กลายเป็นที่นิยมแถมยังมาขอให้คู่หูนักสร้างภาพยนตร์จำเป็นถ่ายทำหนังในดวงใจของพวกเขาในเวอร์ชั่นเพี้ยนๆ ตามสไตล์ของทั้งคู่ด้วย เมื่อมันฮิตซะขนาดนี้กองถ่ายทำภาพยนตร์ก็เลยคิดการณ์ใหญ่เพื่อนบ้านมีหรือจะพลาดโอกาสสนุกๆ แบบนี้พวกเขาต่างเฮโลกันเข้ามาร่วมถ่ายทำภาพยนตร์ชีวิต,ตลก,บู๊,และแม้แต่การ์ตู เฟลทเชอร์ก็ต้องตะลึงเมื่อกลับมาพบว่ ในร้านมีแต่คนมายื่นคำขอให้ถ่ายทำภาพยนตร์เรื่องโปรดในเวอร์ชั่นสุดเพี้ยนกันจนแน่นร้านตอนแรกเขาก็อิดออด แต่ในที่สุดก็ต้องยอมลงให้กับความเพี้ยนของนักสร้างภาพยนตร์จำเป็นคู่นี้จนได้ มันแย่ตรงที่วงการภาพยนตร์ฮอลลีวู้ด (Hollywood) ดันรู้เรื่อง “ผลงาน” ของคู่ซี้สุดเพี้ยนเข้าน่ะสิแล้วก็ส่งทนายมาสั่งปิดกองถ่ายทำของภาพยนตร์ทุกเรื่องของทั้งคู่ทันที

เฟลทเชอร์ ต้องเผชิญกับความจริงอันโหดร้ายที่ว่า ร้านวิดีโอสุดที่รักของเขาอาจจะต้องปิดตัวลงในทันที หากเขาไม่มีแผนการอื่นที่จะหาเงินมาต่อลมหายใจให้กับร้านอย่างทันท่วงที ไมค์ กับ เจอร์รี่ จึงคิดได้ว่า แทนที่จะมานั่งสร้างภาพยนตร์เลียนแบบชาวบ้าน มันน่าจะถึงเวลาสร้างภาพยนตร์ที่พวกเขาคิดขึ้นมาใหม่ด้วยตัวเองกันได้แล้ว และคำตอบของหนังใหม่เรื่องแรกของพวกเขาก็คือ เรื่องราวของแฟตส์ วอลเลอร์ (Fats Waller) ฮีโร่ในดวงใจของชุมชนแห่งนี้ ซึ่งบังเอิญเหลือเกินว่า นักดนตรีแจ๊ซรายนี้เกิดที่บ้านซึ่งถูกดัดแปลงมาเป็นร้านวิดีโอให้เช่าแห่งนี้นี่เอง แล้วอย่างนี้มีหรือที่เพื่อนบ้านจะไม่ร่วมมือร่วมใจกันสร้างภาพยนตร์แห่งตำนานเรื่องนี้ ในที่สุดการถ่ายทำก็ปิดกล้องก่อนที่ร้านจะถูกรถไถเข้ารื้อทำลายให้ราบเป็นหน้ากลอง เมื่อเปิดฉายรอบปฐมทัศน์ผู้คนทั้งชุมชนชื่นชมยินดี และส่งให้มันกลายเป็นภาพยนตร์สุดฮิตเรื่องหนึ่งไปเลย ไมค์, เจอร์รี่, และเฟลทเชอร์ จึงได้รู้ว่า การฟื้นชีพให้ฮีโร่ในดวงใจของพวกเขากลับมามีชีวิตอีกครั้งสามารถเป็นจริงขึ้นมาได้ และร้านวิดีโอเล็กๆ แห่งนี้ก็ยังยืนหยัดดำเนินกิจการต่อไปได้ด้วย

ประวัตผู้กำกับภาพยนตร์

มิเชล กอนดรี้ – นักเขียนบท และผู้กำกับภาพยนตร์ (Michel Gondry)

มิเชล กอนดรี้ เป็นผู้กำกับภาพยนตร์, ผู้กำกับงานโฆษณา, และผู้กำกับมิวสิควิดีโอที่ได้รับรางวัลมาแล้วมากมายเขามักจะสร้างความประหลาดใจให้กับตัวเองด้วยแนวคิดที่แปลกแหวกแนวอยู่เสมอๆ เขาไม่เคยจำกัดตัวเองให้คิดแค่สร้างสรรค์อยู่แต่ในกรอบหากยังคว้าโอกาสที่จะสร้างผลงานสุดโต่งเพื่อสร้างความสำราญให้กับผู้ชมอยู่อย่างสม่ำเสมอ เมื่อปี 2005 กอนดรี้ก็เพิ่งคว้ารางวัลออสการ์ (Academy Award) จากบทภาพยนตร์เรื่อง Eternal Sunshine of the Spotless Mind ลบเธอ..ให้ไม่ลืมที่ผสมผสานแนวคิดแหวกธรรมเนียมของเขาเข้ากับเรื่องราวแหกคอกของชาร์ลี คอฟแมน (Charlie Kaufman) และปิแอร์ บิสมัธ (Pierre Bismuth) ได้อย่างน่าสนใจ

ผลงานภาพยนตร์เรื่องใหม่ของกอนดรี้คือ Tokyo จะหนังสั้นๆ สามเรื่องเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในเมืองอันเป็นสัญลักษณ์ของโลกไปแล้วแห่งนี้ โดยกอนดรี้จะร่วมสร้างสรรค์ผลงานกับลีโอ คาแร็กซ์ (Leos Carax) ผู้กำกับภาพยนตร์ชาวฝรั่งเศส (French) และบง จุน-โฮ (Bong Joon-ho) ผู้กำกับภาพยนตร์ชาวเกาหลีใต้ (South Korean) โดย Comme des Cinemas ที่ตั้งอยู่ในมหานครปารีส (Paris) เป็นผู้อำนวยการสร้าง และออกฉายช่วงปลายปี 2007 กอนดรี้เพิ่งเปิดรอบปฐมทัศน์ The Science of Sleep ที่ Sundance Film Festival และ Warner Independent Pictures จัดจำหน่ายทั่วโลกเมื่อเดือนกันยายนปีที่แล้ว ภาพยนตร์ที่นักวิจารณ์ทั้งหลายปลื้มกันมากมายเรื่องนี้นำแสดงโดยเกล การ์เซีย เบอร์นัล (Gael Garcia Bernal จาก The Motorcycle Diaries บันทึกลูกผู้ชาย ชื่อ…เช) ว่าด้วยหนุ่มช่างฝัน (เบอรนัล) ที่ตกหลุมรักสาวบ้านใกล้เรือนเคียง (ชาร์ล็อต เกนสเบิร์ก – Charlotte Gainsbourg) จนเริ่มสับสนระหว่างความฝันกับโลกแห่งความเป็นจริง ก่อนหน้านั้นเขาก็พัฒนาและอำนวยการสร้างภาพยนตร์เรื่อง Dave Chappelle’s Block Party กับเดฟ แชพเพล (Dave Chappelle) ของ Rogue Films ที่จัดจำหน่ายโดย Focus Feature โดยถ่ายทำกันตามถนนหนทางในมหานครนิวยอร์ค (New York City) เมื่อเดือนกันยายนปี 2004 และได้ศิลปินนักแสดงมากหน้าหลายตามาร่วมงานด้วย อาทิ เดฟ แชพเพล (Dave Chappelle), มอส เดฟ (Mos Def), อิริก้า บาดู (Erykah Badu), จิล สก๊อต (Jill Scott), ทาลิบ ควิลิ (Talib Kweli), คานเย เวสต์ (Kanye West), The Roots, Common, เดด เพรซ (Dead Prez), และยังได้ The Fugees ที่กลับมาร่วมตัวกันอีกครั้งเข้ากล้องด้วย

  • ข่าวที่น่าสนใจ
  • ข่าวที่เกี่ยวข้อง
  • 10 หนังดี มีความลับ ที่ผู้กำกับไม่ได้บอก (แต่เราจะเฉลย!!)
    เมื่อความสนุกของผู้กำกับซ่อน 10 ฉากแห่งความลับเอาไว้ในหนังอย่างแนบเนียน เคยสังเกตกันบ้างไหมว่าฉากหนังแต่ละเรื่องนี้กำลังบอกอะไรเราอยู่ ความสนุกและน่าติดตามในหนังแต่ละเรื่องต่อไปนี้จะเพิ่มมากขึ้นเมื่อคุณรู้ว่าในแต่ละฉากนั้นมีมากกว่าภาพที่เราเห็น และนี่คือตัวอย่าง 10