Home > รีวิวซีรีย์ > รีวิวซีรีย์ The 8th Day แปดวันแปลกคน ซีรี่ย์ พากษ์ไทย

รีวิวซีรีย์ The 8th Day แปดวันแปลกคน ซีรี่ย์ พากษ์ไทย

โพสเมื่อ วันที่ 19 March 2016 | เปิดอ่าน 802 views | หมวดหมู่ : รีวิวซีรีย์

รีวิวหนัง : The 8th Day แปดวันแปลกคน  ซีรี่ย์ พากษ์ไทย

The 8th Day แปดวันแปลกคน

กำหนดฉาย  :  28 กุมภาพันธ์ 2551
ชื่อภาษาอังกฤษ  :  The 8th Day
ชื่อภาษาไทย  :  แปดวัน แปลกคน
แนวภาพยนตร์  :  Psychological suspense ลึกลับเชิงจิตวิทยา
กำกับโดย  :  ฉัตร์ชัย ยอดเศรณี
เขียนบท  :  วริศรา พุทธภาวนา
จัดจำหน่ายโดย  :  ANA Film Network
นักแสดง  :  วาสนา ชลากร, ธนเวทย์ สิริวัฒน์ธนกุล, เจนนิษฐ์ โอ่ประเสริฐ

เนื้อเรื่องย่อภาพยนตร์ แปดวันแปลกคน The 8th Day

ในบ้านที่เก่าแก่ทรุดโทรมหลังหนึ่งนั้น คือชีวิตของป้าแก่ๆ คนหนึ่งที่อยู่คนเดี่ยวอย่างโดดเดี่ยวจนกระทั่งวันหนึ่งที่เด็กสาวตัวน้อยก้าวเข้าไปในบ้านหลังนั้น และมีหมอหนุ่มอีกเพียงผู้เดียวที่เห็นเหตุการณ์ทั้งหมด บ้านอันโดดเดี่ยวหลังนั้นเปิดประตูต้อนรับเด็กน้อยเข้าไปและปิดตายประตูถึงแปดวัน คือ แปดวันที่ป้าเป็นผู้ควบคุมชีพจรชีวิตในบ้านทั้งหมด และหมอหนุ่มคือผู้ที่กุมชะตาของมนุษย์สองคนไปบ้านหลังนั้น

เปิดใจทีมงาน โดย ณัฐธรณ์ กังวานไกล

สิ่งที่ผลักดันให้ทำหนังเรื่องนี้?

ความฝันที่สูงสุดของคนที่ได้เข้ามาผูกพันกับการทำงานด้านภาพยนตร์คือ การได้ทำหนังใหญ่ครับ หนังในโรงนะครับ มันเป็นเรื่องที่ยิ่งใหญ่มากในการที่จะกำหนดให้คนเป็นร้อยมาร่วมทำงานด้วยกัน เอาใจมาทำงานร่วมกัน ทำให้พวกเขาหายใจพร้อมกัน  เข้าในใจในสิ่งเดียวกัน โดยมีจุดมุ่งหมายคือ “หนังดีๆ สักเรื่องครับ” เพราะความชอบอย่างเดียวไม่อาจจะทำให้เกิดหนังเรื่องหนึ่งได้ครับ พวกเราพึ่งสัมผัสได้ว่าการที่จะทำให้เกิดหนังดีๆ สักเรื่องได้ ทุกคนน่าจะเอาชีวิต, ประสบการณ์ ที่สั่งสมมาเกือบทั้งชีวิตมาทุ่มให้กับมัน ถึงตอนนี้คงเป็นเวลาของผู้ชมครับ ที่จะตัดสินชีวิตพวกเราทีมงาน ” แปดวัน แปลกคน”

ทำไมถึงสร้างหนังเรื่องนี้ให้เป็นแนวจิตวิเคราะห์ และทำเป็นหนังขาวดำ

เราพยายามเสาะหาเรื่องราวต่างๆที่มันโดนใจและเหมาะกับพวกเราในการสร้างเป็นหนังครับ สุดท้ายมาลงตัวกับแนวทางด้าน ภาพยนตร์ลึกลับเชิงจิตวิทยาครับ อย่างที่ตอบในข้อแรกแหละครับเมื่อ ทุกคนในทีมงานหายในพร้อมกัน ชอบในสิ่งเดียวกัน เหฯในภาพเดียวกัน ภาพยนตร์เรื่องจึงเกิดขึ้น (หรืออาจจะเป็นเพราะทีมงานทุกคนออกจะดูเป็นโรคจิตกันหมดก็ได้ครับ) ส่วนประเด็นของการเป็นหนังขาว-ดำ นั้น น่าจะเป็นเพราะเนื้อหาของเรื่องต่างหากที่มันเอื้อต่อการเป็นขาว-ดำ ผู้ชมจะได้จดจ้องอยู่กับความเป็นไปของตัวละครต่างๆ ในเรื่อง โดยการที่เราเลือกที่จะตัดโสตประสาทในการวิเคราะห์เรื่องสีสันของผู้ชมออกไปครับ หลายท่านอาจจะนึกว่าพวกเรามาจากการเป็นคนโฆษณาเลยอยากทำเท่ห์มากว่า ก็อาจจะคิดได้ครับ แต่ในความเป็นจริงของทีมงาน ตั้งแต่ที่ ผู้กำกับภาพ ออกมาฟันธงว่ามันควรจะถ่ายทำเป็นหนังขาว-ดำ ยอมรับครับว่า ช็อคครับ เพราะการถ่ายทำภาพยนตร์ขาว-ดำ นั้นไม่ใช่เรื่องง่ายครับ ทีมงานทุกคนต้องมาศึกษา กระบวนการมองแบบขาว-ดำใหม่ มองทุกสิ่งที่เป็นสีให้ออกมาเป็น น้ำหนัก ขาว-เทา-ดำ หมด ผิดธรรมชาติจาการที่ตาเรามองตามปกติ กว่าจะปรับตัวได้ แทบบ้าเลยครีบใช้เวลากันเกือบ 1 ปีเต็มในการศึกษาหาแนวทาง ทดลองทั้งการใช้ภาพนิ่ง, กล้องภาพยนตร์, ฟิล์มชนิดต่างๆ, กระบวนการล้าง, กระบวนการทางแล็ปดิจิตอล ฯลฯ เยอะครับ ทั้งหมดนี้เพื่อไม่ให้ใครมาว่าเราได้ครับว่าทำขาว-ดำเอาแค่เท่ห์

ประวัติเกี่ยวกับทีมงาน ผู้กำกับเป็นใคร และเคยทำอะไรมาก่อน และก้าวมาทำหนังเรื่องนี้ได้อย่างไร ใครเป็นนายทุนที่สนับสนุนการสร้าง}

สารภาพครับพวกเราเกือบทั้งหมดไม่เคยทำหนังใหญ่มาก่อนครับ พวกเราเลี้ยงชีพด้วยการรับใช้นายทุนมานานมากครับ จนวันหนึ่งเริ่มรู้สึกว่าเราเริ่มสูญเสียวิญญาณของคนทำหนัง เพราะกลไกและเงื่อนไขของระบบการค้าครับ จึงเกิดวันนี้ขึ้นครับวันที่พวกเราเลือกที่จะค้นหาตัวเองบ้างเพื่อรักษาจิตวิญญาณ,ความฝันของพวกเราเอาได้เริ่มเปลี่ยนแปลงระบบการหายใจจาก 25 เฟรมต่อวินาทีให้ช้าลงเป็น24 เฟรม

ส่วนผู้กำกับของเรา (ฉัตรชัย ยอดเศรณี)นั้นเป็นมนุษย์ที่ชอบแหกกฎครับ

เพราะแกเป็นคนที่ค่อนข้างแน่วแน่ครับและก็มีฝันแบบเดียวกับทีมงานทุกๆ คนครับ ถึงแม้จะผ่านงานด้านกำกับ      ภาพยนตร์โฆษณามาอย่างโชกโชน แต่ก็ไม่สามารถเติมเต็มฝันของเขาได้ แกเลยค่อยๆ ผันตังเองเข้าไปมีส่วนร่วมกับหนังไทยหลายๆ เรื่อง เพื่อซึมซับวิธีการทำงานแบบหนังไทย ปรับทัศนคติใหม่, หาข้อบกพร่องในการทำงานจากหนังเรื่องอื่นๆ มาปรับปรุงและร่วมถ่ายทอดให้ทีมงานจนมีวันนี้ครับ ส่วนนายทุนหรือครับก็ไม่ใช่ใครที่ไหนหรอกครับคือเจ้านายพวกเราเองที่พยายามรักษาจิตวิญญาณของคนทำหนังไว้เสมอ และคอยกระตุ้นวัคซีนให้กับลูกน้องแบบพวกเราๆ ไม่ให้โดนไวรัสของกลุ่มนายทุนโฆษณาอันหรูหราเข้าครอบงำ

ทีมงานแต่ละคนมาจากวงการหนังหรือเปล่า หรือมาจากแวดวงอื่นๆ ด้วย?
90 % ของทีมงานมาจากวงการภาพยนตร์โฆษณาครับ และผู้กำกับภาพซึ่งเป็นนายทุนให้ด้วยครับ (สมชัย ลีนานุรักษ์) เขาเคยเป็นช่างภาพให้กับหนังไทยหลายๆ เรื่องในอดีตมาก่อน

ได้ข่าวว่าอาจารย์แดง กิตติศักดิ์ สุวรรณโภคิน มาให้การสนับสนุน เขาให้ในด้านไหนและอย่างไร?

อ.แดง เป็นที่ปรึกษาด้าน Production ให้กับบริษัทโฆษณาที่เราทำงานอยู่แล้วครับ ดังนั้นเวลาที่พวกเราเกิดอาการตันทางความคิด อ.แดงมักจะเป็นคำตอบสุดท้ายในการให้ไอเดียแปลกใหม่แก่พวกเราอยู่เสมอ เมื่อพวกเราตัดสินในสร้างหนังเรื่องนี้ อ.แดง ก็เป็นคำตอบสุดท้ายและเป็นคำตอบที่ถูกต้องที่สุด สำหรับปัญหาที่เกิดขึ้นในงานสร้าง อย่างที่พี่ป้อม (อัสนี) บอกไว้ว่า ปัญหามา ปัญญามี เราจึงต้องมีพจนานุกรมทางภาพยนตร์ คอยให้ปัญญากับเรา

ทำไมถึงนำคุณวาสนา ชลากร ซึ่งเป็นดาราเก่ามาร่วมงานในหนังเรื่องนี้?

เรารู้จักคุณวาสนา ชลากร จากภาพยนตร์เรื่องซัตเตอร์ ครับ พอบทภาพยนตร์เรื่องนี้เกิดขึ้น ภาพป้าชุบที่พวกเราเห็นก็เป็นคุณวาสนามาตลอดครับ ถึงพวกเราพยายามคัดเลือกนักแสดง จากคนอื่นๆ แต่ก็ลบภาพ คุณวาสนาออกไปไม่ได้

หนังเรื่องนี้มีแผนการอย่างไรต่อไป จะฉายที่ไหนบ้าง จะเข้าโปรแกรมตามปรกติหรือเปล่า

แผนการฉายของเรานั้น น่าจะลึกลับเหมือนกับแนวหนังครับ อยากดูจริงๆ ต้องติดตามข่าวสารกันดีๆ ครับ เกาะติดข่าวสารได้ทาง www.8thdaythemovie.com และสื่ออื่นๆ ที่จะออกตามมาเร็วๆนี้