Home > รีวิวหนัง > รีวิวหนัง 5 หัวใจฮีโร่ Power Kids ดูหนังออนไลน์

รีวิวหนัง 5 หัวใจฮีโร่ Power Kids ดูหนังออนไลน์

โพสเมื่อ วันที่ 1 March 2016 | เปิดอ่าน 1,484 views | หมวดหมู่ : รีวิวหนัง

รีวิวหนัง : 5 หัวใจฮีโร่ Power Kids

Power Kids 5 หัวใจฮีโร่

 

วันที่เข้าฉาย : 5 มีนาคม 2552
แนวหนัง : แอ็คชั่น-ดราม่า
กำกับโดย : กฤษณพงศ์ ราชธา
นักแสดง : นันทวุฒิ บุญรับทรัพย์, ศษิสา จินดามณี, เพทาย วงษ์คำเหลา, นวรัตน์ เตชะรัตนประเสริฐ, ดรันต์ ตันติวิชิตเวช, พิมพ์ชนก ลือวิเศษไพบูลย์, จอห์นนี่ เหงียน, เชษฐวุฒิ วัชรคุณ, อรุณ ภาวิไล
“5 หัวใจฮีโร่” (Power Kids)

“5 หัวใจฮีโร่” (Power Kids) ณ บ้านมวยของ “ครูเล็ก” (อรุณ ภาวิไล) ครูมวยผู้เปรียบเสมือนพ่อแท้ๆ และเป็นผู้สอนแม่ไม้มวยไทยเพื่อใช้เป็นอาวุธป้องกันตัวให้แก่เหล่าเด็กๆ นักสู้อย่าง วุธ (นันทวุฒิ บุญรับทรัพย์), แคท (ศษิสา จินดามณี) และ ป๋อง (เพทาย วงษ์คำเหลา) ทั้ง 3 คนมีหน้าที่ต้องดูแล วุ้น (ดรันต์ ตันติวิชิตเวช) น้องชายสุดที่รักของวุธซึ่งเป็นโรคหัวใจอยู่ โดยมี จิ๊บ (นวรัตน์ เตชะรัตนประเสริฐ) สาวห้าวคู่กัดของป๋องคอยเป็นเพื่อนเล่นอีกคนของวุ้นวิถีชีวิตของพวกเขาดูจะเป็นไปตามปกติสุข แต่แล้วเหตุการณ์พลิกผันบางอย่างก็เกิดขึ้น เมื่อเด็กน้อยตัวเล็กใจใหญ่ทั้ง 5 คนต้องต่อสู้กับแก๊งอันธพาลอย่างเลี่ยงไม่ได้นั่นทำให้โรคหัวใจของวุ้นเกิดอาการกำเริบขึ้นโดยไม่ทันตั้งตัว และจำเป็นต้องผ่าตัดเปลี่ยน “หัวใจ” เป็นการด่วน

เป็นเหตุให้ทั้งหมดต้องเข้าไปเกี่ยวข้องกับการบุกยึดโรงพยาบาลของ “เปดา” (จอห์นนี่ เหงียน) ผู้ก่อการร้ายข้ามชาติระดับพระกาฬ…อย่างไม่คาดฝันการต่อกรอันแสนดุเดือดของเหล่าฮีโร่ตัวน้อยหัวใจเกินร้อยกับผู้ก่อการร้ายใจทมิฬ เพื่อช่วยเหลือทั้งน้องชายและประเทศชาติไปพร้อมๆ กัน…จึงปะทุขึ้นด้วยมิตรภาพแห่งผองเพื่อน พลังใจที่หาญกล้า และหัวใจที่ยิ่งใหญ่แกร่งเกินตัวของ “5 ฮีโร่เล็กพริกขี้หนู” เท่านั้น…ที่จะเอาชนะการต่อสู้ครั้งนี้ได้ “5 หัวใจฮีโร่” (Power Kids)

   

“5 หัวใจฮีโร่” (Power Kids)

“5 หัวใจฮีโร่” (Power Kids)

เบื้องหลังแอ็คชั่นหัวใจแกร่ง “5 หัวใจฮีโร่” (Power Kids)

“5 หัวใจฮีโร่” (Power Kids) เป็นผลงานการกำกับครั้งแรกของผู้กำกับ “โหน่ง กฤษณพงศ์ ราชธา” ซึ่งผ่านประสบการณ์งานเบื้องหลังภาพยนตร์แอ็คชั่นทั้งของไทย-ต่างประเทศและโฆษณามาแล้วมากมายหลายเรื่องมาผนึกกำลังออกแบบและควบคุมฉากแอ็คชั่นร่วมกับปรมาจารย์นักบู๊ระดับโลก “พันนา ฤทธิไกร” อีกครั้ง หลังจากเคยร่วมงานกันมาแล้วจาก “เกิดมาลุย” ครั้งนี้ ทั้งคู่จะมาสร้างความแปลกใหม่ให้วงการด้วยหนังแอ็คชั่นรวมพลังเด็กเล็กพริกขี้หนูใจสู้ไม่มีถอย ซึ่งจะไม่ทำให้คุณผิดหวังกับฉากแอ็คชั่นในหนังเรื่องนี้…อย่างแน่นอน

“มันเป็นกระแสหนังแอ็คชั่นที่บูมต่อๆ กันมาทั้งจากองค์บาก,ต้มยำกุ้ง อะไรพวกนี้ แต่เราต้องการมองหาความใหม่แตกต่างไปจากแอ็คชั่นผู้ใหญ่ เราก็เลยหาทางคิดว่าแอ็คชั่นอะไรที่คนดูจะสนใจกัน แอ็คชั่นเด็กก็น่าสนใจดี เพราะยังไม่เคยมีใครทำแอ็คชั่นเด็กแบบจริงจังซักทีก็เลยคิดน่าสนใจในการหยิบจับมาเล่น ยิ่งมีคนบอกว่าเด็กทำไม่ได้หรอกแอ็คชั่นมันส์ๆ เพราะเด็กมีความอ่อนแอในตัวเองแต่เราก็ไม่เชื่อเพราะคิดว่าต้องมีกลุ่มเด็กๆ ที่ทำได้แน่ๆ ก็เลยไปคุยเสนอกับพี่พันนาเกี่ยวกับโปรเจ็กต์นี้ซึ่งก็ได้รับการตอบรับจากทางผู้ใหญ่อย่างดี”

ผู้กำกับหน้าใหม่แต่เก๋าด้านแอ็คชั่นเล่าถึงจุดเริ่มต้นของภาพยนตร์แอ็คชั่นเด็กหัวใจแกร่งเรื่องนี้ที่จำเป็นต้องคัดเลือกนักแสดงเด็กหน้าใหม่ที่มีพื้นฐานทางแม่ไม้มวยไทยอยู่บ้างเพื่อง่ายต่อการนำมาฝึกฝนบ่มเพาะในด้านต่างๆ ต่ออีกเป็นปีๆ เพื่อให้เกิดฉากแอ็คชั่นที่สมจริงตรงตามคอนเซ็ปต์ของภาพยนตร์มากที่สุดรวมถึงนักแสดงคนอื่นๆ ที่สร้างสีสันให้กับเรื่องนี้ไม่แพ้กันด้วย

“หลังจากโปรเจ็กต์ผ่านเราก็ลุยแคสติ้งเด็กที่มีพื้นฐานแม่ไม้มวยไทยต่อเลยทันที ซึ่งกลุ่มเด็กทั้ง 5 คนก็จะมีสีสันแตกต่างกันไปเริ่มจาก น้องวุฒิ (นันทวุฒิ บุญรับทรัพย์) จะเก่งแม่ไม้มวยไทยที่สุด ก็จะเป็นตัวนำด้านแอ็คชั่นมันส์ๆ หลายๆ ฉากผมคัดเลือกวุฒิจากกลุ่มเด็กที่มาแคสติ้งหลายสิบคนคนนี้เขาเป็นแชมป์รำมวยไทยก็เลยพอจะมีพื้นฐานการรำมวยไทยอยู่บ้างแถมหน้าตาและหน่วยก้านก็ใช้ได้เลยครับก็เลยเลือกให้มาฝึกเพิ่มเติม วุฒิเขามีความแตกต่างจากนักแสดงทั่วไป เพราะนอกจากจะหน้าตาดีแล้วเขาก็ยังมีความสามารถเรียกได้ว่าเขาเป็นจา พนมเล็กๆ ก็ได้ พูดถึงฝีมือของเขาก็คงจะเป็นเด็กที่มีอนาคตไกลมาก ถ้าเขาทำไม่ดีเขาก็จะรู้สึกว่าทำไมเขาทำไม่ได้เขามีความรับผิดชอบสูงมากด้วยเขาต้องเรียนหนังสือด้วยต้องมาซ้อมคิวบู๊ด้วยแล้วก็ต้องซ้อมการแสดงด้วยซึ่งเขาก็สามารถทำได้ดีมากๆ ครับ

ผมเวิร์คช็อปอยู่นานมากนะครับ คือเด็กต้องมาฝึกพื้นฐานมวยไทยต่างๆ เตะ ต่อย กระโดด แอ็คชั่นในส่วนต่างๆ คือฝึกเต็มที่ไม่ต่างจากรุ่นพี่ๆ เลยนะครับ ให้ฝึกซ้อมกับทีมสตั๊นต์ตัวจริงกันเลยแล้วก็ยังต้องฝึกการแสดงบทต่างๆ อีกนานเป็นปีๆ เลยและวุฒิเขาก็พัฒนาได้เร็วมากนะครับ ผมก็พยายามจะเอาความสามารถของเด็กๆ โดยเฉพาะแอ็คชั่นเด็ดๆ ของวุฒิมาโชว์ในหนังให้มากที่สุดด้วยครับ

น้องแคท (ศษิสา จินดามณี) นี่จะเป็นคนแรกที่ผมคัดเลือกมาเลยเพราะผมเห็นแววตั้งแต่ตอน ‘เกิดมาลุย’ แล้ว น้องแคทจะเป็นอีกคนที่เก่งทางด้านแอ็คชั่นที่น่าจับมาปั้นต่ออย่างจริงจัง ส่วน น้องเกรช (นวรัตน์ เตชะรัตนประเสริฐ) เป็นนักแสดงที่มีชื่อเสียงอยู่แล้วก็เลยช่วยให้หนังมันแข็งแรงขึ้น โดยเรื่องนี้น้องเกรซก็จะได้แอ็คชั่นเพิ่มขึ้นจากเรื่องอื่นๆ ด้วย

ต่อไปคือ น้องมิกซ์ (เพทาย วงษ์คำเหลา) ผมคิดว่ามีบู๊แล้วก็ต้องมีบุ๋นด้วยใช่มั้ยครับ ถ้าตลกเมืองไทยก็ต้องเป็นพี่หม่ำ จ๊กมก ผมก็พอที่จะสนิทกับพี่หม่ำอยู่บ้างแล้วลูกชายพี่หม่ำเขาก็หน้าตาคล้ายกัน แถมยังเป็นตัวปล่อยมุขกระจายไม่แพ้พ่อเลยด้วย ก็เลยคัดเลือกมาให้เป็นสีสันน่าจะเป็นตัวหนึ่งที่ทำให้หนังมันสนุกขึ้น สุดท้ายก็คือ น้องจุน (ดรันต์  ตันติวิชิตเวช) จะเป็นน้องคนสุดท้องที่จะเป็นที่รักของทุกคน ซึ่งจุนจุนก็จะมีความน่ารักตรงส่วนนี้ รวมถึงแสดงในฉากดราม่าได้ดีจนถึงขั้นทำให้ร้องไห้ได้ง่ายๆ เลยด้วยครับ

เด็กหน้าใหม่อีกคนก็คือ น้องใบเฟิร์น (พิมพ์ชนก ลือวิเศษไพบูลย์) ที่จะเป็นหัวหน้าผู้ก่อการร้าย ในเรื่องอื่นๆ จะเป็นผู้ชาย แต่เราปรับให้มันน่าสนใจขึ้นโดยให้เป็นเด็กผู้หญิงซะ เป็นผู้หญิงสวยที่ดูแปลกกว่าเรื่องอื่นๆ ที่ต้องเป็นผู้ชาย ซึ่งน้องเฟิร์นก็มีทั้งความสวยและความสามารถที่แสดงตรงจุดนี้ได้ดีทีเดียวครับ

ซึ่งคอนเซ็ปต์แอ็คชั่นของเรื่องนี้ก็จะเป็นเรื่องความสามารถของเด็กที่สามารถเล่นแอ็คชั่นได้อย่างจริงจังโดยไม่ต้องใช้มุมกล้องถ่ายหลอก แต่จะใช้ความสามารถของเด็กจริง ๆ เรียกว่าเป็น แอ็คชั่นเด็กเล็กพริกขี้หนู เล่นกันสมจริงสุดๆ ซึ่งว่ากันจริงๆ การเอาเด็กมาเล่นหนังแอ็คชั่นในโลกนี้ไม่มีเลยนะที่จะสมจริงขนาดนี้”นอกจากจะมีกลุ่มนักแสดงเด็กเป็นตัวเดินเรื่องอย่างเต็มที่แล้ว ภาพยนตร์เรื่องนี้ยังได้ทีมนักแสดงมืออาชีพเข้ามาเติมความสนุกสนานเข้มข้นของเรื่องให้เพิ่มมากขึ้นด้วย

“ก็จะมี ‘ครูเล็ก’ ที่เล่นโดย ‘พี่ตุ๋ย-อรุณ ภาวิไล’ เป็นครูมวยที่คอยสอนมวยไทยให้แก่เด็กๆ และก็จะคอยสอนตลอดว่ามวยไทยไม่ใช่สิ่งที่ต้องนำมาทำร้ายคนแต่สอนให้ป้องกันตัวไม่ใช่เอามวยไทยไปทำในสิ่งที่ผิดเหมือนเป็นครูเป็นพ่อเป็นแม่อยู่ในตัวผมเห็นพี่ตุ๋ยเล่นดราม่าในเรื่อง ‘โลกทั้งใบให้นายคนเดียว’ พี่ตุ๋ยเขาเล่นได้ดีเข้าถึงอารมณ์ดราม่ามากๆ แต่ก็ไม่ค่อยเห็นแกได้บทดราม่าเท่าไหร่ ผมก็เลยเชื้อเชิญให้พี่ตุ๋ยมาเล่นบทดราม่าอีกครั้งในเรื่องนี้ครับ  

‘จอห์นนี่ เหงียน’ มาเล่นเป็น ‘เปดา’ ตัวผู้ร้าย ที่ทำอะไรก็ได้ให้ได้มาซึ่งสิ่งที่เขาต้องการ เขาก็เป็นนักแสดงอาชีพจริงๆ รับผิดชอบในงานเขาดีมากทำการบ้านมาดีเขาเล่นแอ็คชั่นได้จริ ยอมเจ็บจริงแถมเรื่องนี้ยังยอมหมดหล่อเพราะต้องแต่งเอฟเฟ็คต์ที่หน้าด้วย ซึ่งเขาก็ยอมมืออาชีพมากๆ

ส่วน ‘คุณบ๊วย เชษฐวุฒิ วัชรคุณ’ เล่นเป็นหมออยู่ในโรงพยาบาลแล้วก็บังเอิญไปเจอเด็กๆ ในโรงพยาบาล ก็เลยต้องไปช่วยเด็กๆ ให้ไปหาในสิ่งที่เด็กๆ ต้องการเป็นตัวชูรสของเรื่องก็ว่าได้ พอมาเข้าขากับมิกซ์ก็ทำให้ยิ่งสนุกยิ่งขึ้นก็จะเป็นตัวละครที่น่าติดตามเพราะก็มีปมที่อยู่ในเรื่องราวอีกเหมือนกัน”แม้จะอยู่เบื้องหลังภาพยนตร์แอ็คชั่นมาหลายเรื่องแล้วก็ตาม แต่พอมาขึ้นผู้กำกับภาพยนตร์เป็นครั้งแรก หน้าที่และความรับผิดชอบทั้งหมดก็ต้องตกมาอยู่ที่ผู้กำกับโหน่ง กฤษณพงศ์ หัวเรือใหญ่ของเรื่อง ซึ่งแน่นอนว่ามันเป็นเรื่องปกติธรรมดาที่จะต้องมีความกดดันกันบ้างไม่มากก็น้อย

“กดดันมากครับ เพราะว่าเราเป็นผู้กำกับมือใหม่ แล้วหนังแนวนี้ถ้าเราทำไม่ดีจริงก็จะมีข้อเปรียบเทียบกับแอ็คชั่นรุ่นพี่ๆ มันก็จะเป็นแรงกดดันมากเพราะว่าหนังแอ็คชั่นทุกวันนี้ ถ้าทำไปแล้วไม่มีความแตกต่างเลยก็จะไม่มีอะไรน่าสนใจ มันจะซ้ำๆ กันไปเรื่อยๆ ซึ่งกับเรื่องนี้ถ้าคนดูได้ดูแล้วก็จะรู้สึกเลยว่าเด็กๆ เขาเจ๋งดีนะมีการเล่นเองอย่างสมจริงทั้งในฉากแอ็คชั่นและดราม่า เด็กๆ กลุ่มนี้เขามีความสามารถจริงๆ”

แต่ด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจจริงและไอเดียแปลกใหม่ของเขาและนักแสดงรวมถึงทีมงานทุกคนที่มี “หัวใจแกร่ง” ไม่แพ้ตัวละครในเรื่อง ก็ทำให้ภาพยนตร์แอ็คชั่นเรื่องนี้โดดเด่นด้วยสไตล์ของตัวเอง และพร้อมแล้วที่จะกระตุ้นหัวใจของคุณให้เต้นอึกทึกด้วยความมันส์ไม่มียั้ง…อีกครั้ง 5 มี.ค. นี้กระหึ่มทั่วประเทศ

“ความคาดหวังในหนังเรื่องนี้ผมคาดหวังพอสมควรเลยนะ ถ้าเอาจริงๆ เลย ถ้าเอาเด็กมาเล่นหนังแอ็คชั่นในโลกนี้ไม่มีเลยนะที่จะสมจริงขนาดนี้ถ้าจะมีก็มีแต่หนังที่เป็นแอนิเมชั่นหรือหนังที่จะใช้การตัดต่อเข้าช่วยไม่ได้ใช้ฝีมือของนักแสดงเด็กมากแต่กับเรื่องนี้ผมว่าในฉากแอ็คชั่นของเด็กๆ มันจะสมจริงมากๆ ไม่แพ้แอ็คชั่นผู้ใหญ่รุ่นพี่ๆ เลยจะว่าเป็นหนังแอ็คชั่นเด็กที่สมจริงที่สุดก็ว่าได้เลยนะครับ

จุดเด่นของหนังเรื่องนี้น่าจะเป็นแอ็คชั่นเด็กๆ ที่เล่นกันอย่างสมจริงอย่างแอ็คชั่นที่ผู้ใหญ่กระโดดไปโน่นไปนี่ได้เด็กก็ทำได้เตะท่าสวยงามเด็กๆ ก็ทำได้ เขาทำได้กันหมดเลย และเป็นแอ็คชั่นด้วยเหตุผลที่สมจริง เป็นแอ็คชั่นที่ไม่เคยมีใครทำมาก่อน แต่เด็กๆ ก็ทำกันได้จริงๆ หนังเรื่องนี้ครบรสมาก ดูได้ทุกกลุ่มเป้าหมายนะครับ ถ้าผู้ใหญ่มาดูเรื่องนี้ด้วยก็จะให้คำแนะนำกับเด็กๆ ได้ว่ามาดูหนังเรื่องนี้แล้วดีนะมีความรักกันมีความสามัคคีกันผมว่าหนังเรื่องนี้ดูได้ทุกเพศทุกวัยมีทั้งแอ็คชั่นมีทั้งคอเมดี้มีทั้งดราม่าครบรสจริงๆ ผมว่าถ้าใครมาดูก็ต้องชอบแน่นอน สนุกด้วยซึ้งด้วยครับ”

 

 

 

กฤษณพงศ์  ราชธา
(ผู้กำกับภาพยนตร์เรื่อง “5 หัวใจฮีโร่” (Power Kids)

บันทึกผู้กำกับ “5 หัวใจฮีโร่”

…ทุกสิ่งที่มีชีวิต ทุกคนมีสิทธิที่จะดำรงอยู่อย่างเท่าเทียมกันทั้งหมดในสายตาของผม…นั่นคือโจทย์แรกหรือธีมหลักของเรื่องที่ผมตั้งไว้ และสิ่งต่อไปที่ผมจะต้องหามาใส่ในหนังของผมก็คือ Action อย่างที่ผมถนัดเป็นพื้นฐานแต่แบบไหนล่ะที่คนดูจะมีความรู้สึกร่วมเข้าไปในหนังของผม

ผมนึกถึงงานเก่าๆ ที่ผมเคยทำ ผมนึกถึงงาน Ultraman Live Show in Bangkok ที่ผมทำฉากต่อสู้ให้ ผมชอบไปยืนอยู่กับผู้ชมและสิ่งที่ผมเห็นก็คือเด็ก ๆ ที่อินเข้าไปในความเป็นยอดมนุษย์

ผมจึงเกิดความคิดว่าถ้าผมทำ Action ที่เด็กเล่นเองและเล่นได้จริง จะเกิดอะไรขึ้น ผมจึงเริ่มค้นหาเด็กที่มีพี้นฐานด้านมวยเข้ามา และนี่คือโจทย์ที่สองที่ถูกเติมเต็มเข้ามา

ผมเริ่มฝึกฝนกลุ่มเด็กๆ ในเรื่องก่อนการถ่ายทำนานถึง 2 ปีจนเด็กเก่งขึ้น ซึ่งเด็กบางคนอย่าง “วุฒิ” และ “แคท” ที่มีพื้นฐานแม่ไม้มวยไทยมาบ้างแล้ว เพราะพวกเขาก็ได้ฝึกฝนตัวเองมาก่อนหน้านี้ด้วย ระหว่างฝึก Action ผมก็ให้พวกเด็กๆ ได้เรียน Acting ควบคู่กันไปด้วย เพราะหนังของผมจะออกทาง Action Drama คือแอ็คชั่นสมจริงบนเส้นเรื่องที่น่าเชื่อถือได้…ฮีโร่ตัวน้อยกับหัวใจที่แกร่งเกินร้อย

นั่นคือความยากที่ผมจะต้องทำให้คนดูอินไปกับหนังของผม ถ้าผมทำได้ นั่นหมายถึงผมสามารถตอบโจทย์ทั้ง 2 ข้อของผมได้ผมก็เพียงแต่หวังว่า ภาพยนตร์เรื่องนี้จะทำให้คนดูรับรู้ถึงความรู้สึกที่ว่า ความสุขที่อยู่ข้างตัวเรากับกลุ่มเด็กๆ นั้น ไม่ได้เป็นเรื่องที่ไกลเกินจริงเลยและการที่พวกเราจะสามารถสร้างให้พวกเขาเป็นคนดีมีคุณภาพได้นั้น มันขึ้นอยู่กับพวกเราทุกคน…จริงๆ

  • ข่าวที่น่าสนใจ
  • ข่าวที่เกี่ยวข้อง
  • 10 หนังดี มีความลับ ที่ผู้กำกับไม่ได้บอก (แต่เราจะเฉลย!!)
    เมื่อความสนุกของผู้กำกับซ่อน 10 ฉากแห่งความลับเอาไว้ในหนังอย่างแนบเนียน เคยสังเกตกันบ้างไหมว่าฉากหนังแต่ละเรื่องนี้กำลังบอกอะไรเราอยู่ ความสนุกและน่าติดตามในหนังแต่ละเรื่องต่อไปนี้จะเพิ่มมากขึ้นเมื่อคุณรู้ว่าในแต่ละฉากนั้นมีมากกว่าภาพที่เราเห็น และนี่คือตัวอย่าง 10