Home > รีวิวหนัง > รีวิวหนัง : โปรแกรมหน้าวิญญาณอาฆาต ดูหนังออนไลน์

รีวิวหนัง : โปรแกรมหน้าวิญญาณอาฆาต ดูหนังออนไลน์

โพสเมื่อ วันที่ 2 March 2016 | เปิดอ่าน 1,045 views | หมวดหมู่ : รีวิวหนัง

รีวิวหนัง : โปรแกรมหน้าวิญญาณอาฆาต

“โปรแกรมหน้า วิญญาณอาฆาต”

        ครั้งแรก!!! กับประสบการณ์การดูหนังผีที่จะทำให้คุณ “กลัว” นับตั้งแต่วินาทีที่คุณย่างเท้าออกจากโรงหนังเข้าห้องน้ำเดินหารถหรือขับกลับบ้าน และพบว่า “ทุกฉาก ทุกตอน” ในหนังย้อนมาซ้ำรอยในบ้านของคุณ!

        จากผู้เขียนบทตำนานแห่งหนังผีหวีดสยอง “ชัตเตอร์ กดติดวิญญาณ” และ “แฝด” โดย จิม โสภณ ศักดาพิศิษฏ์คนที่ได้ชื่อว่ากลัวผีสุดชีวิต ชนิดกลัวจนขี้ขึ้นสมองคนที่เคยประกาศกร้าวว่า “ยอมตัวตายดีกว่าโดนผีหลอก” แต่กลับอยากทำหนังผีเฮี้ยนๆ ให้คนทั้งประเทศได้ทั้ง “หลอน” และ “กลัว” มากที่สุด “โปรแกรมหน้า วิญญาณอาฆาต” หนังผี 4 มิติที่จะทำให้คุณอิน และฟิลเหมือนได้เข้าไปอยู่ในเหตุการณ์จริงนั่งอยู่ในสถานที่จริงหรือบางครั้งอาจจะเจอของจริง!


ภาพยนตร์ที่ จีทีเอช การันตีว่าเป็นหนังผีที่น่ากลัวที่สุดเท่าที่เคยทำมา แล้วคุณจะพบว่าเรื่องราวในหนังผีที่คุณเพิ่งดูจบ กำลังจะเริ่มต้นในชีวิตจริงของคุณ ! 30 ตุลาคมนี้ เฮี้ยนทุกโรง หลอนกันทั้งประเทศ โดยได้นักแสดงชั้นนำ อาทิ เต๋อ ฉันทวิชช์ ธนะเสวี รับบท “เชน” พนักงานในห้องฉายหนังในโรงหนัง ซึ่งคาแร็คเตอร์ ของตัวละครนี้จะมีความเก็บกดเวลารู้สึกอะไรจะไม่ค่อยแสดงออกมา จะเก็บไว้คนเดียว และ พันช์ วรกาญจน์ โรจนวัชร รับบทเป็น “ส้ม” พนักงานเดินตั๋วในโรงหนัง เป็นคนรักความยุติธรรม ไม่ชอบความไม่ถูกต้อง เชื่อมั่นในตัวเอง และจะเชื่อในสิ่งที่เจอด้วยตัวเองและสัมผัสเองเท่านั้นสู่หนังเรื่องแรกในชีวิตที่เรียกว่าเป็นเซอร์ไพรส์สุดๆสำหรับเธอ แต่ใครจะนึกว่าทั้งๆที่รับเล่นหนังผี แต่ก็กลับกลัวผีมากที่สุดเหมือนกัน

เรื่องย่อ :
เชน พนักงานฉายหนังรุ่นน้องตัดสินใจร่วมมือกับ ยอด หัวหน้าห้องฉายแอบซูมหนังผีเรื่องวิญญาณอาฆาต ซึ่งทางผู้กำกับฯ กับทีมงานเอามาฉายดูกันเอง ก่อนที่หนังจะเข้าฉายในโรงภาพยนตร์จริงระหว่างที่ฉายหนัง เชนเผลอหลับไปเขาสะดุ้งตื่นขึ้นมาอีกทีในตอนเช้าก็พบว่ายอดหายไปแล้วมีเพียงกล้องวิดีโอตกอยู่ในกล้องไม่มีภาพอะไรเลย นอกจากสัญญาณซ่าๆ ว่างเปล่าเชนเครียดมากเพราะนักเลงที่จ้างยอดขู่จะมาเองของจากเชนให้ได้เพราะตามหายอดไม่เจอเชนจึงจำต้องแอบซูมหนังอีกครั้ง คืนนั้นขณะที่กำลังซูมหนังเชนกระหน่ำโทรหายอดอย่างเอาเป็นเอาตายแต่ก็ไม่มีคนรับแล้วอยู่ๆ เสียงโทรศัพท์ของยอดก็ดังขึ้น ทั้งที่ในโรงมีเชนอยู่เพียงคนเดียว เชนพยายามมองหาที่มาของเสียงจนในที่สุดเชนก็พบว่า เสียงโทรศัพท์ของยอดดังออกมาจากลำโพงในโรงนั่นเองส่วนยอดก็กลายเป็นศพอยู่ในจอหนังไปแล้ว

เชนกลัวจนแทบจะเป็นบ้าแต่ก็ไม่กล้าบอกเรื่องนี้กับใครหลังจากคืนนั้นเหตุการณ์สยองขวัญต่างๆ เหมือนกับที่ตัวละครในหนังเรื่องวิญญาณอาฆาต เผชิญรุมเร้าเข้าใส่เชนจนกระทั่ง ส้ม พนักงานเดินตั๋วที่เป็นแฟนเก่าของเชน เค้นจนได้รู้ความจริงส้มบอกกับเชนว่าหนังผีเรื่องนี้สร้างมาจากเหตุการณ์จริงในอดีต

และผีชบาเคยมีตัวตนอยู่จริงๆ ทั้งคู่ตัดสินใจช่วยกันค้นหาคำตอบแข่งกับเวลาว่าทำไมเหตุการณ์ในหนังผีเรื่องนี้จึงเกิดขึ้นกับเชนที่สำคัญพวกเขาจะหยุดมันอย่างไรก่อนที่เชนจะต้องตายตอนจบเหมือนกับพระเอกในหนัง)

 
 
ผู้กำกับฯ : จิม โสภณ ศักดาพิศิษฏ์

จากฉายา “จิมมี่ เดอะ คาเพนเตอร์” ที่ทั้งรุ่นพี่และเพื่อนต่างเรียกขานเพราะตอนเรียนอยู่คณะนิเทศศาสตร์จุฬาฯ ได้มีโอกาสเป็นคนทำฉากละครเวทีของคณะ ที่แลดูเจนจัด ชำนาญงานนักจนผลงานโดดเด่นเข้าตาเป็นเพราะได้สั่งสมฝึกวิชาการเป็นช่างไม้มาจากคุณพ่อบังเกิดเกล้าตั้งแต่ช่วงสมัยปิดเทอม ม.ต้น ถึง ม.ปลาย เพราะคุณพ่อชอบทำและประดิษฐ์อะไรเอง หน้าที่ลูกมือเลยตกเป็นของ “จิม” อย่างไม่ต้องสงสัยไม่ว่าจะทำตู้ โต๊ะ ตั่ง เตียงชั้นวางหนังสือหรืออะไรก็ตามที่พ่อคิดค้นขึ้นมาเลยได้พื้นฐานการวัด ตัด ตอก เลื่อยตรงนี้มา เพื่อนๆพี่ๆน้องๆในคณะเลยยกตำแหน่งหน้าที่การทำฉากให้ทุกสมัยเพราะเด็กนิเทศส่วนใหญ่จะไม่ถนัดการสร้างโครงต่างๆ เท่าคณะสถาปัตย์อยู่แล้ว ฉายา“จิมมี่ เดอะคาเพนเตอร์” จึงได้มาด้วยเหตุฉะนี้แล

จากคนที่ชอบทำหนังสั้นและอยู่ในวงการหนังสั้นมาตลอดตั้งแต่สมัยเรียนมหาลัยจนเรียนจบถึงจบแล้วก็ยังคงเดินหน้าทำต่ออีกเพราะรู้สึกรักและสนุกในการทำหนังสั้นที่ได้คิดและสามารถนำความคิดไอเดียต่างๆมานำเสนอถ่ายทอดเป็นภาพที่ดูได้จริงๆ และฝีไม้ลายมือก็เจ๋งเข้าขั้นได้รางวัลการันตีมามากมายทั้งไทยและเทศอีกต่างหากจึงเป็นที่รู้จักในแวดวงคนทำหนังสั้นด้วยกันอย่างดี
จากคนสร้างสรรค์คนเขียนบทหนัง “ชัตเตอร์ กดติดวิญญาณ” และ “แฝด” ที่ทำผู้คนหวาดผวากันมาแล้วทั้งประเทศ โดยน้อยคนนักที่จะรู้ว่า คนที่เห็นแววแล้วชักนำเป็นป๋าดันเข้าสู่วงการการเขียนบทนั้นก็คือผู้กำกับฯหนังผีฝีมือฉมังอย่าง “โต้ง – บรรจง ปิสัญธนะกูล” ผู้กำกับฯชัตเตอร์และแฝดที่ได้ดูหนังสั้นและเกิดชื่นชอบในผลงานเขาเข้าอย่างจัง เลยชักชวนให้มาเขียนบทหนังทั้งสองเรื่อ แถมเป็นการดึงตัวให้มาเขียนบทหนังตั้งแต่ยังเรียนอยู่ที่จุฬาเสียด้วยซ้ำซึ่งเรียกว่าป๋าโต้งบรรจงเป็นแมวมองที่สายตาแหลมคมเห็นแววของหนุ่มคนนี้และเลือกใช้ได้ถูกที่และถูกทางจริงๆ 

และจากคนที่กลัวผีมากที่สุดกลัวจนขี้ขึ้นสมองเพราะทันทีที่ได้ยินเสียงหรือเห็นอะไรบางอย่างอยู่ข้างหน้าก็มักวิ่งไปข้างหลังตั้งแต่จังหวะแรกที่รู้สึกแล้ว เรียกว่าผียังไม่ทันตั้งตัวหลอก เป้าหมายก็หายเข้ากลีบเมฆไปซะแล้ว ยิ่งถ้ามีการจัดอันดับคนกลัวผีเป็นบ้าเป็นหลังมากที่สุด ขอรับรองว่า “จิม” ต้องติดอันดับท็อป 5 ของโลกแน่ๆ หรือบางทีอาจได้ครองตำ แหน่งมือ1 ของโลกเลยก็ได้ แต่เหมือนยิ่งกลัวก็ยิ่งอยากรู้ อยากดู และอยากเห็น การดูหนังผีจึงถือเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต และจิตใจไปแล้ว และด้วยเพราะครอบครัวที่ชอบดูหนังผีกันทั้งบ้านตั้งแต่เด็กๆ “จิม” เลยติด และโตมากับหนังผีเสมอๆ และหนังผีที่จัดว่าน่ากลัวที่สุดถือเป็นภาพจำฝังใจตั้งแต่วัยเด็กคือหนังเรื่อง “เฟรดดี้คูเกอร์” ที่ดูกี่ครั้งก็จะไม่กล้าลงมาเข้าห้องน้ำที่บ้าน เพราะกลัวว่าจะลงมาเจอไอ้ตัวผีที่อยู่ในเรื่อง นี่คือสิ่งที่ “จิม” ยืดอกยอมรับเลยว่าสิ่งที่กลัวที่สุดก็คือตั้งแต่วินาทีแรกที่ดูหนังผีแต่ละเรื่องจบต่างหากที่ทั้งหลอน ทั้งเย็นวาบและขนหัวลุกที่สุด

สู่การทำหนังใหญ่ หนังผีๆ เฮี้ยนๆ และเรื่องหลอนๆที่เค้ากลัวที่สุดในชีวิตเพราะไอเดียดันเกิดเลยเถิดคิดบรรเจิดต่อว่าถ้ามีผีในหนังมันตามเราไปจริงๆ จะเป็นอย่างไร จะเกิดอะไรขึ้น !? แล้วโอกาสก็มาถึง ทันทีที่เขียนบทแฝดใกล้จบ ก็ลงมือเขียนบทหนังเรื่องนี้ทันที โดยใช้เวลาปีครึ่งในการกลั่นกรองไอเดียและประสบการณ์รวมฮิตหนังผีที่อัดแน่นอยู่เต็มหัว บวกกับใช้ความขี้กลัวของตัวเองมาเป็นบรรทัดฐาน ประมาณว่าถ้าตัวเองกลัวอะไรก็จะใส่อันนั้นเข้าไปในหนังด้วย โดยได้ผู้ ช่วยเขียนบทกิตติมศักดิ์มาร่วมเสริมเติมแต่งในรายละเอียดเพิ่มความน่ากลัวด้วยอย่าง “โต้ง บรรจง” และ “โอ๋ ภาคภูมิ” ผู้กำกับชัตเตอร์ ฯ และ แฝด, ”โขม ก้องเกียรติ” ผู้เขียนบทลองของ และ “อมราพร” มือรางวัลคนเขียนบทประจำจีทีเอช แต่กว่าจะสรุปลงตัวมาเป็นเรื่องราวทั้งหมดนี้ได้ ต้องเขียนเรื่องปาเข้าไปกว่า 20 โครงเรื่อง โดยมีคอนเซ็ปต์เดิม แต่ตัวละครหรือสิ่งที่เจอ ต้นสายปลายเหตุของเรื่องจะคิดไว้แตกต่างกันไปจะว่าไปก็สามารถนำไปทำหนังเรื่องอื่นๆได้อีกหลายเรื่องเลยทีเดียวที่เขียนได้เยอะอาจเป็นเพราะตั้งแต่ตอนเขียนบทชัตเตอร์ฯ “จิม”โดนอัดให้ดูหนังผีเป็นตั้งๆ เรียกว่าดูจนชิน ดูจนรู้จังหวะว่าผีจะออกมาตอนไหน เลยคิดว่าน่าจะมีส่วนส่งผลให้มีไอเดียมาแตกความคิดออกได้มากมายอย่างนี้


ความพิเศษของหนังเรื่องนี้คือมันเป็นหนัง “4 มิติ” เนื่องจากเป็นเรื่องเกี่ยวกับโรงหนังและตัวละครก็เป็นคนดูที่เข้ามาดูในโรงหนังด้วยเพราะฉะนั้นมันจึงเป็นประสบการณ์ตรงที่เกี่ยวพันและเกี่ยวข้องกับคนดูที่มาดูหนังจริงๆโดยตรงทำให้รู้สึกอินและใกล้กับคนดูมากเหมือนได้ไปนั่งอยู่ในที่จริงสถานที่เกิดเหตุจริงๆ ทุกอย่างที่ตัวละครทำมันเหมือนกับที่คนดูทำ อย่างถ้าตัวละครดูหนังเสร็จแล้วกลับบ้าน คนดูก็ต้องกลับบ้านเหมือนกัน ซึ่งเชื่อว่าจะสร้างความหลอน เพิ่มความเสียวให้กับคนดูได้อย่างแน่นอนเพราะฉะนั้นเรื่องนี้ดูแผ่นผีไม่ได้ต้องดูในโรงหนังเท่านั้นถึงจะได้ฟิล

มาถึงลุคของผีในหนังเรียกว่าเป็นไอเดียของผู้กำกับที่มาจากภาพฝังใจตอนเด็กๆ คือตั้งแต่ตอนอยู่ป.3 ที่มีข่าวรถแก๊สระเบิดบนถนนเพชรบุรีแล้วเป็นภาพข่าวบนหน้า1 ของหนังสือพิมพ์ทุกฉบับ เป็นภาพคนเดินบนถนนเพชรบุรีโดยที่ผิวหนังลอก ตัวถลอกปอกเปิดทั้งตัวผมก็ถูกไหม้จนเห็นหนังหัวเหมือนโดนไฟคลอกแบบสดๆ มาเดินอยู่กลางถนน มันกลายเป็นภาพจำที่น่ากลัวแล้วติดตามาจนถึงทุกวันนี้ เลยอยากสร้างคาแร็คเตอร์ให้ผีในเรื่องนี้โดนไฟคลอกเหมือนอย่างที่เราเคยกลัวเพราะผู้กำกับตั้งปณิธานไว้ว่าอยากทำให้คนอื่นเค้ากลัวบ้าง เพราะไม่อยากกลัวคนเดียวอยากให้คนดูได้รู้สึกว่าถ้าได้เจอผีในสภาพนี้ที่ไหนยอมตายดีกว่าอย่ามาหลอกกันเลยซึ่งลุคผีที่ได้มาก็ถูกใจมากเพราะเรียกว่าตรง และชัดเจนกับภาพในหัวของผู้กำกับอย่างมาก

แต่เรื่องที่ถือว่ายากที่สุดคงเป็นการกำกับจังหวะกลัวในหนังมากกว่าเพราะไม่มีสูตรตายตัวถ้าผิดจังหวะนิดเดียวคนดูก็จะไม่กลัวแล้วคือหนังผีบางเรื่องก็อาศัยเสียงดังๆทำให้เราตกใจ แต่หนังเรื่องนี้จะไม่เน้นแบบนั้น แต่จะเน้นเป็นเรื่องของบรรยากาศของหนังและสถานการณ์ที่ตัวละครต้องเจอมากกว่า หรือเป็นจังหวะที่ไม่ทันตั้งตัว คือสิ่งที่ไม่คิดว่าจะเจอก็ได้เจอแต่ก็จะมีการหักมุมชนิดคาดไม่ถึงอะไรบางอย่างเพื่อให้คนดูได้คลายเครียดไปด้วย

เป็นเพราะผู้กำกับต้องการให้คนที่เข้ามาดูหนังเรื่องนี้เหมือนการได้เข้าไปเผชิญใน “บ้านผีสิง” เพราะเชื่อว่าการทำหนังผีก็เพื่อต้องการให้คนดูได้สนุกไปกับการกลัวฉะนั้นการดูหนังผีเรื่องนี้จึงอยากให้เหมือนการได้เข้าบ้านผีสิงที่แม้เข้าไปหลับตาเพียงอย่างเดียว แต่พอออกมาก็จะสามารถรับรู้ถึงความรู้สึกว่าเลือดได้สูบฉีดแผ่ซ่านไปทั่วร่างทั้งตื่นเต้น สนุก และฟินไม่แพ้กันมันเหมือนเป็นเครื่องเล่นชิ้นหนึ่งที่คาดหวังให้คนดูเข้ามาแล้วสนุกกับมันได้ซึมซับความกลัวและได้ปลดปล่อยอารมณ์ออกมาอย่างเต็มที่ แม้คนส่วนใหญ่จะชอบคิดว่าถ้ากลัวผีก็จะไม่ดูหนังผี แต่ “จิม” กลับเชื่อว่าจริงๆแล้วในชีวิตคนเราต้องการอารมณ์ความรู้สึกที่หลากหลาย อย่างความรู้สึกที่ได้กลัว ก็เป็นความรู้สึกหนึ่งที่ต้องการในชีวิตเหมือนกันแต่ก็ไม่ใช่ว่าต้องการไปกลัวในที่จริงในเหตุการณ์จริงขนาดนั้น คือขอแค่ได้มารู้สึกกลัวในรูปแบบของหนังก็เหมือนเป็นการเติมเต็มความรู้สึกอีกด้านหนึ่งของชีวิตแล้ว

 
มาถึงเรื่องของนักแสดงนำอย่าง “เต๋อ” เพราะเป็นรุ่นน้องที่คณะนิเทศ จุฬากันมา ผู้กำกับเลยได้เห็นความสามารถกันอยู่แล้วเห็นว่าเบสิคการแสดงดี แล้วก็เล่นละครเวทีมาก่อน เลยเรียกมาแคส ซึ่งหลังจากที่แคสมาก็รู้สึกว่า “เต๋อ” เล่นได้ ถ้าได้มาปรับก็น่าจะสามารถเล่นเข้ากับบทได้ดีและก็อยากให้เล่นอะไรที่แตกต่างจากที่เคยเล่นมาด้วย สำหรับ “พั้นช์” จริงๆแล้วทางผู้ใหญ่เสนออยากให้ลองมาแคสแต่พอเสนอมาปุ๊ปก็เรียกว่าใช่เลยตรงเลยเพราะลุคการเป็นนักร้องของพั้นช์ก็เป็นลุคของผู้หญิงตาดำๆ ที่จับต้องได้เป็นผู้หญิงที่มีความน่ารัก อบอุ่น แต่เข้มแข็ง ซึ่งตรงกับคาแร็คเตอร์ในเรื่องที่เป็นผู้หญิงธรรมดาๆคนหนึ่งแต่ต้องดูแล้วน่ารักมากด้วย ซึ่งคาแร็คเตอร์ของพั้นช์และบทก็ดูเข้ากันได้อย่างดี
แต่ใครจะรู้บ้างว่า ภายใต้ประสบการณ์และความคิดที่อัดแน่นด้วยเรื่องผีๆอยู่ทุกอณูผิวหนังของผู้กำกับฯนั้นจะมีความอยากที่จะทำหนังรักโรแมนติก แต่เป็นเพราะเชื่อว่าการที่จะทำหนังแต่ละประเภทออกมาถ้ามันจะดีได้ต้องมีพื้นฐานอะไรบางอย่างความเป็นส่วนตัวของผู้กำกับที่เอามาใส่ในหนังมันถึงจะดี เพราะอยากทำหนังที่ไม่ใช่แค่รับจ้างมากำกับเท่านั้นแต่อยากทำหนังที่ได้เล่าอะไรบางอย่างจากตัวตนของเรา ซึ่งผู้กำกับก็สารภาพว่าถ้าเป็นหนังรักคงต้องรอบ่มเพาะทั้งประ สบการณ์และความรู้สึกอีกซักหน่อยแต่สำหรับเค้าแล้วการเลือกทำหนังผี ก็เพราะเค้ามีวัตถุดิบมากพอที่อยากจะให้ทุกคนมาช่วยกันกลัวไปกับเค้าด้วย
นับว่าการได้มาเป็นผู้กำกับหนังเรื่องแรกในชีวิตค่อนข้างกดดันเป็นเพราะคงคาดหวังกับตัวเองไว้สูงแต่ไม่ได้คาดหวังว่าจะต้องดีกว่าใคร เพียงแต่คาดหวังว่าจะทำให้ดีที่สุดและอยากให้หนังออกมาอย่างดีที่สุดเท่านั้น ซึ่งผู้กำกับ“จิม” เอาหัวเป็นประกันว่า “โปรแกรมหน้า วิญญาณอาฆาต” จะทำให้คนดูได้สนุกและเมามันไปกับการกลัวเหมือนกับ “บ้านผีสิง” ที่เรารู้ว่ามันน่ากลัวแต่เราก็พร้อมที่จะเข้าไปดู เข้าไปให้ได้สนุกกับการกลัวอย่างเต็มที่ !
โปสเตอร์ภาพยนตร์ โปรแกรมหน้า วิญญาณอาฆาต

 

ตัวอย่างภาพยนตร์ โปรแกรมหน้า วิญญาณอาฆาต

บทและกำกับ โสภณ ศักดาพิศิษฐ์
นำแสดงโดย วรกาญจน์ โรจนวัชร, ฉันทวิชช์ ธนะเสวี,สกุญรัตน์ โทมัส,ธนาธร อุตสาหกุล
อำนวยการสร้าง จิระ มะลิกุล,ยงยุทธ ทองกองทุน,เช่นชนนี สุนทรศารทูล,ชนะใจ ต้นไทรทอง
ผู้ผลิต ค่าย GTH

  • ข่าวที่น่าสนใจ
  • ข่าวที่เกี่ยวข้อง
  • 10 หนังดี มีความลับ ที่ผู้กำกับไม่ได้บอก (แต่เราจะเฉลย!!)
    เมื่อความสนุกของผู้กำกับซ่อน 10 ฉากแห่งความลับเอาไว้ในหนังอย่างแนบเนียน เคยสังเกตกันบ้างไหมว่าฉากหนังแต่ละเรื่องนี้กำลังบอกอะไรเราอยู่ ความสนุกและน่าติดตามในหนังแต่ละเรื่องต่อไปนี้จะเพิ่มมากขึ้นเมื่อคุณรู้ว่าในแต่ละฉากนั้นมีมากกว่าภาพที่เราเห็น และนี่คือตัวอย่าง 10