Home > รีวิวซีรีย์ > ผีจ้างหนัง อาถรรพณ์ป่าคำชะโนด ซีรี่ย์ พากษ์ไทย

ผีจ้างหนัง อาถรรพณ์ป่าคำชะโนด ซีรี่ย์ พากษ์ไทย

โพสเมื่อ วันที่ 23 March 2016 | เปิดอ่าน 1,301 views | หมวดหมู่ : รีวิวซีรีย์

รีวิวหนัง : ผีจ้างหนัง … อาถรรพณ์ป่าคำชะโนด

ผีจ้างหนัง อาถรรพณ์ป่าคำชะโนด

กำหนดฉาย ::  5 ธันวาคม 2550
ทีมนักแสดง ::
อชิตะ ปราโมช ณ อยุธยา รับบทเป็น หมอยุทธ
ภัครมัย โปรตระนันท์ รับบทเป็น อร
นะโม ทองกำเหนิด รับบทเป็น โรจน์
พิมลวรรณ หุ่นทองคำ รับบทเป็น พรรณ
องอาจ เจียมเจริญพรกุล รับบทเป็น พี่จิ
จำลอง กลิ่นเพ็ชร รับบทเป็น ลุงการัณ
อภิชัย ตระกูลเผด็จไกร รับบทเป็น พี่เล็ก

:: ทีมผู้สร้าง ::
ผู้อำนวยการสร้าง : เจริญ เอี่ยมพึ่งพร
อำนวยการผลิต : อภิรดี เอี่ยมพึ่งพร เกียรติกมล เอี่ยมพึ่งพร
ดูแลการผลิต : ปรานต์ ธาดาวีรวัตร
ผู้กำกับ : ทรงศักดิ์ มงคลทอง
บทภาพยนตร์ : ทรงศักดิ์ มงคลทอง
กำกับภาพ : จิตติ เอื้อนรการกิจ
ลำดับภาพ : สุนิตย์ อัศวินิกุล
กำกับศิลป : ไพโรจน์ ศิริวัฒน์
ออกแบบเครื่องแต่งกาย : เอกศิษฎ์ มีประเสริฐสกุล
ออกแบบเสียง : วานิลาสกาย  

Official Site (Thai): http://www.peechangnang.com/thai/
Official Site (Eng) : http://www.thescreenthemovie.com/eng/

บริษัท ไฟว์สตาร์ โปรดักชั่น จำกัด ภูมิใจเสนอ ผีจ้างหนัง “อาถรรพณ์ป่าคำชะโนด” ผลงานภาพยนตร์ของ วุ้น ทรงศักดิ์ มงคลทอง ผู้กำกับที่หวังจะมาสร้างปรากฏการณ์สั่นสยองขวัญ หวาดระแวง ไม่กล้าอยู่คนเดียว ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน เวลาใด หลังจากที่ได้ชม ภาพยนตร์เรื่องนี้

วุ้น ทรงศักดิ์ มงคลทอง เขียนบทภาพยนตร์ ผีจ้างหนัง “อาถรรพณ์ป่าคำชะโนด” จากความรู้สึกที่อยู่ในใจว่า ทำไมถึงไม่มีใคร ต้องการพิสูจน์ ถึงเรื่องราว เสียงเล่าอ้าง ที่ต่างที่มา แต่ทุกคนมีความเชื่อว่าเป็นความจริง ของ ผีจ้างหนังที่ ป่าคำชะโนด ที่ว่า เมื่อปี 2532 ได้มีผู้ไปติดต่อบริษัท หนังเร่ แห่งหนึ่ง ให้เอาหนังกลางแปลงไปฉายที่ บ้านวังทอง ในอัตราค่าจ้างสี่พันบาท ซึ่งค่าจ้างที่ได้รับมา เป็นเศษสตางค์ทั้งหมด โดยมีสัญญาข้อหนึ่งว่า ให้ฉายหนังถึงตีสี่เท่านั้น พอถึงตีสี่ให้รีบเก็บข้าวของออกไปจากสถานที่ฉาย อย่าอยู่จนถึงสว่าง กลับจากฉายหนังพวกคนงาน เดินทางกลับมาเล่าเรื่องประหลาดให้เจ้าของฟังว่าได้ไปฉายหนังให้ผีดูหนังเริ่มฉายตั้งแต่สามทุ่ม ในตอนหัวค่ำไม่เห็นผู้คนสงสัยเหมือนกันว่า หายไปไหนกันหมด แต่พอสามทุ่มก็มีผู้คนมาเป็นจำนวนมาก และที่แปลกคือผู้หญิงที่นุ่งขาวห่มขาว จะนั่งอยู่ด้านหนึ่ง ส่วนผู้ชายใส่เสื้อผ้าสีดำจะนั่งอยู่อีกด้านและคนทั้งหมด ก็เหมือนจะนั่งสงบไม่เคลื่อนไหวตัวยิ่งกว่านั้นไม่ว่าจะฉายหนังเรื่องอะไร ก็ไม่ได้มีการส่งเสียงใดๆ เหมือนการฉายหนังกลางแปลงทั่วไป เพราะตลอดเวลาที่ฉายคนดูไม่มีการส่งเสียงเอะอะหรือเดินพลุกพล่านและที่แปลกกว่านั้นคือไม่มีร้านขายของในบริเวณที่ฉายหนัง พอถึงตี 4 ผู้คนก็หายไปหมดหายไปเร็วเหลือเกิน อย่างเงียบเชียบ ไม่รู้ว่าหายไปไหน จากเหตุการณ์ที่ว่านี้ ก่อให้เกิดการต่อเติมเสริมแต่งมีเสียงเล่าสืบต่อกันมาที่แตกต่างกันไป ส่วนใหญ่ผู้คนก็เชื่อว่าเป็นเรื่องจริง และก็ไม่มีใครต้องการพิสูจน์ ยกเว้น ทรงศักดิ์ มงคลทอง ผู้กำกับ ภาพยนตร์เรื่องนี้ที่ขอย้อนรอยความเร้นลับให้ผู้ชมเห็นผีที่คำชะโนดอีกครั้ง โดยผ่านจอและเครื่องฉายหนังพร้อมกับแกนหลักของเรื่องที่ว่า “โลกมนุษย์และโลกแห่งความเร้นลับนั้นมีเส้นแบ่ง และไม่ควรจะก้าวล้ำเส้นกัน…

ครั้งแรก กับการแสดงภาพยนตร์ ของ อิงค์ อชิตะ ปราโมช ณ อยุธยา กับบท หมอยุทธ ที่หมกมุ่น กับเรื่องราวเร้นลับท้าพิสูจน์ อาถรรพณ์ความลึกลับและมหัศจรรย์ของผีจ้างหนังที่ป่าคำชะโนด ตอง ภัครมัย โปรตระนันท์ สลัดภาพนักร้อง มาในบท อร พยาบาลสาวกับบทบาทที่เก็บกด ร่วมด้วย นะโม ทองกำเหนิด นักแสดงหนุ่ม ที่ผ่านงานแสดงมาในบทบาทที่แตกต่าง พลิกภาพจากบทหนึ่งสู่บทหนึ่งจากภาพยนตร์เรื่องลองของ และแฝด มาในครั้งนี้เขามาในบท โรจน์ เด็กจรจัดและติดยา ที่ก้าวล้ำเข้าไปในโลกส่วนตัวของอรและหมอยุทธ พิมลวรรณ หุ่นทองคำ ปุ้ย แม้จะเคยผ่านงานแสดงมาบ้างแล้ว แต่กับบทบาทในเรื่องนี้ ที่เธอสวมบท นักข่าวสาว ที่ช่วยสามี ตามล่าท้าพิสูจน์ เรื่องราวของโลกเร้นลับ ก็คงจะทำให้หลายคนต้องหันมาจับตามองกับความสามารถในการแสดงของเธอที่ทุ่มเทสุดตัวให้กับ ภาพยนตร์เรื่องนี้ร่วมด้วยนักแสดงสมทบอีกคับคั่งอาทิ องอาจ เจียมเจริญพรกุล ฯลฯ

เรื่องย่อ ผีจ้างหนัง “อาถรรพณ์ป่าคำชะโนด”

กรุงเทพฯ 2550, โลกเร้นลับยังคงเป็นสิ่งท้าทาย น่าค้นคว้าและทดลอง หมอยุทธ ( อิงค์ อชิตะ ปราโมช ณ อยุธยา ) ที่มีความหมกมุ่น หวังพิสูจน์เรื่องราว ของความเร้นลับ ค้นคว้าเรื่องราว ที่ยังพิสูจน์ไม่ได้ของการที่มีคนไปฉายหนังให้ผีดู โดยมี อร พยาบาลสาว ( ตอง ภัครมัย โปรตระนันท์ ) ที่ทนทุกข์ อยู่ร่วมกับเขา และหวังจะตีจากเขาอยู่ตลอดเวลา ถูกดึงมาเป็นส่วนร่วมในงานทดลองของเขา และเป็นคนสำคัญ ที่ทำให้การท้าพิสูจน์ของเขาเปลี่ยนแปลงไปอย่างไม่น่าเชื่อ การพิสูจน์เรื่องราวอันเร้นลับครั้งนี้ มีคู่สามีภรรยา จิ และ พรรณ ( พิมลวรรณ หุ่นทองคำ ) นักข่าวรุ่นใหญ่ ร่วมเป็นทีมงาน ด้วยหวังชื่อเสียงในการนำเสนอข่าว และมี โรจน์ ( นะโม ทองกำเหนิด ) เด็กจรจัด ที่แอบหลงใหลในตัวอร เข้ามามีส่วนร่วมด้วยช่วยค้นคว้าหาข้อมูล พวกเขาค้นทุกสิ่ง หาทุกอย่างที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับ เรื่องราวของผีจ้างหนัง รวมไปถึงการบุกไปถึง ป่าคำชะโนด สิ่งที่พวกเขาพบ ส่งผลให้เห็นว่าโลกเร้นลับนั้นอยู่รอบตัวเรามีเพียงเส้นบางๆแบ่งเขต กว่าที่พวกเขาจะตระหนักได้ ทุกอย่างก็ดูจะ สายไปเสียแล้ว

เกี่ยวกับงานสร้าง ผีจ้างหนัง “อาถรรพณ์ป่าคำชะโนด”

ผีจ้างหนัง “อาถรรพณ์ป่าคำชะโนด” เป็นการรวมทีมกันทำงานของคนรุ่นใหม่ที่ผ่านการทำงานภาพยนตร์ที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงมาแล้ว ของ ปรานต์ ธาดาวีรวัตร ในฐานะ โปรดิวเซอร์ และ ทรงศักดิ์ มงคลทอง หรือ วุ้น ในฐานะ ผู้กำกับภาพยนตร์ ผีจ้างหนัง “อาถรรพณ์ป่าคำชะโนด” ภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นผลงานเรื่องแรกที่ทั้งคู่จับมือกันทำงาน และวาดหวังให้เป็นผลงานภาพยนตร์ที่จะสร้างชื่อให้กับทั้งคู่กับการเติบโตในวงการภาพยนตร์ต่อไป โดยมี ไฟว์สตาร์ โปรดักชั่นเปิดโอกาสให้ เฉกเช่นเดียวกับการเปิดโอกาสให้กับ เป็นเอก รัตนเรือง วิศิษฏ์ ศาสนเที่ยง ก้องเกียรติ โขมศิริ รวมถึงเหล่าผู้กำกับอีกหลายคนได้สร้างสรรค์ผลงานภาพยนตร์คุณภาพ จนเป็นที่ยอมรับทั้งในประเทศและต่างประเทศ

ปรานต์ ธาดาวีรวัตร หรือ ปิ่น โปรดิวเซอร์ของภาพยนตร์เรื่องนี้ ผ่านการทำงานในวงการภาพยนตร์มาไม่น้อย เคยเป็นหนึ่งในทีมงานของภาพยนตร์หลายๆเรื่อง ในฐานะไลน์โปรดิวเซอร์ มาก่อน อาทิ แฝด Season Change วันอลวน 4 คนระลึกชาติ Happily even after, Confession of the burning man และบางกอกแดนเจอรัสเวอร์ชั่นแรก ของ แดนนี่ และ อ็อกไซด์ แปง เปิดเผยถึงที่มาของภาพยนตร์เรื่อง ผีจ้างหนัง “อาถรรพณ์ป่าคำชะโนด” ว่า

“คือทางไฟว์สตาร์ ต้องการหนัง เมนสตรีมซึ่งเป็นหนังผีสยองขวัญ และประกอบกับที่วุ้น และผม ซึ่งเคยทำงานร่วมกันมาแล้วหลายเรื่อง และก็มีความคิดที่อยากจะทำงานร่วมกัน ก็มีโปรเจ็คต์หนังผีอยู่พอดีก็คือเรื่องราว ของผีจ้างหนัง ที่คำชะโนด ซึ่งเขาได้ดูจากรายการโทรทัศน์ และข่าวตามหน้าหนังสือพิมพ์ต่างๆ ว่ามันน่าที่จะมีความเป็นไปได้ที่เราจะเขียนบทหนังขึ้นมาใหม่เราก็เลยพัฒนาบทจากโจทย์ตรงนั้น ออกมาเป็นบทหนังผี สยองขวัญ ที่ตัวละครหลักในเรื่องคือหมอยุทธ ต้องการพิสูจน์ เรื่องราวของโลกเร้นลับรวมไปถึงเรื่องราวของ ผีจ้างหนัง ซึ่งพอพัฒนาบทเสร็จ ผมก็นำโปรเจ็คต์ นี้เข้ามาเสนอที่ไฟว์สตาร์” “ข้อดีในการทำงานของวุ้นคือเขาเคยเป็นผู้ช่วยผู้กำกับให้กับภาพยนตร์มาหลายๆ เรื่องเป็นคนหนุ่มที่มีไฟโดยเฉพาะกับการกำกับภาพยนตร์เรื่องแรกของเขานั้น เขาก็จะทุ่มเทกับมันอย่างดีที่สุดตั้งใจที่จะให้งานออกมาดีที่สุด”

“โลเคชั่น เป็นส่วนสำคัญมากในการสร้างภาพยนตร์เรื่องนี้ อย่างแรกเลยเราอยากให้เมืองมันดูเหงา แล้วอย่างกรุงเทพฯนี่เราจะทำให้รู้สึกเหงาได้อย่างไร แล้วบรรยากาศแบบเกือบเก่าเกือบใหม่อีก เรื่องนี้ พึ่งโลเคชั่นเยอะ เราไม่ค่อยได้เซ็ทฉากอะไรมากมาย เพราะอยากให้ได้บรรยากาศแบบสมจริง”

โลเคชั่นที่มีส่วนสำคัญในเรื่องนี้คือ ป่าคำชะโนด อำเภอบ้านดุง จังหวัดอุดรธานี สถานที่เกิดเสียงลือเสียงเล่าอ้างถึง ผีจ้างหนัง “ที่คำชะโนดนี่ทีมงานต้องไปคุยกับชาวบ้าน ให้เขาเข้าใจว่าเราจะไปทำอะไรแล้วพวกเราเองก็มีความเคารพในสถานที่ เราไปทำพิธี ไหว้ ทำบุญ ฉายหนังที่ศาล อย่างตัวผมเอง วันที่ถ่ายทำเสร็จ ผมเองต้องไปล้างทำความสะอาดบริเวณศาลของหลวงปู่จนสะอาด เพราะก่อนหน้านี้มีคนไปทำเรื่องราวไม่ดีไว้ ซึ่งหลังจากที่เราทำความเข้าใจกับชาวบ้านได้แล้ว ก็ไม่มีปัญหา การถ่ายทำก็ราบรื่นดี “

“การที่ผม และวุ้นเลือกที่จะร่วมงานกัน เป็นเพราะ เรามีความคิดอะไรคล้ายๆกัน ผมมีความมั่นใจ ผีจ้างหนัง “อาถรรพณ์ป่าคำชะโนด” เป็นหนังผี คุณภาพ ที่คนดูจะได้แง่คิดหลังดูจบออกไปไม่น้อย”
ทางด้าน ผู้กำกับ ภาพยนตร์ ทรงศักดิ์ มงคลทอง หรือ วุ้น มีเครดิต ในการทำงาน ในวงการภาพยนตร์มาไม่น้อยทั้งในฐานะ เป็นผู้เขียนบท และเป็นผู้ช่วยผู้กำกับ ภาพยนตร์ หลายๆเรื่อง อาทิ การร่วมงานกับ แดนนี่ และ อ็อกไซด์ แปง ในฐานะผู้แก้ไขบทภาพยนตร์ เรื่อง บางกอก แดนเจอรัส รวมไปถึง การเป็นผู้แก้ไขบท และช่วยกำกับ ภาพยนตร์ เรื่อง ดิ อาย คนเห็นผี รวมไปถึงภาพยนตร์เรื่อง พรางชมพู เฮี้ยน ผีสามบาท วัยอลวน 4 และ แก๊งค์ชะนี กับอีแอบ ภาพยนตร์เรื่องนี้ เป็นภาพยนตร์เรื่องแรก ในการก้าวขึ้นมาเป็น ผู้กำกับแถวหน้าของเขา

นอกจากการเป็นผู้กำกับ วุ้น ทำหน้าที่เขียนบทภาพยนตร์ เรื่องนี้ด้วย “บทหนังเรื่องนี้ ผมจำได้ตั้งแต่ตอนอายุ 15 ปี ผมดูรายการท้าพิสูจน์เขาเอาปรากฏการณ์ผีจ้างหนังมาออกรายการแล้วผมก็จำได้ แล้วมันก็เกิดไอเดีย ว่าถ้าเราจะทำหนังที่มันไม่ใช่เรื่องไสยศาสตร์ ที่น่าสนใจก็คือมันไม่ต้องมีคาถาไม่ต้องใช้เวทมนตร์ไม่ต้องใช้อะไร แต่เราสามารถเห็นผีได้ แค่เราใช้สิ่งประดิษฐ์ที่เป็นเครื่องฉายกับจอหนัง มันเป็นวิทยาศาสตร์ที่สามารถทำให้เราเห็นวิญญาณได้ และพอเขียนบทตั้งแต่เริ่มจนจบนั้น มีวูบหนึ่งในการเขียนก็คือรู้สึกว่าเพราะว่าหนังมันว่าด้วยตัวละครที่จะพยายามจะพิสูจน์ปรากฏการณ์นี้ ในจังหวะที่เขียนอยู่พักหนึ่งก็มานึกว่าเรากำลังลบหลู่บางสิ่งบางอย่างอยู่หรือเปล่า เพราะว่าบางแอ็คชั่นของตัวละครมันก็เหมือนเป็น การไปท้าพิสูจน์ การไปลบหลู่หรือเปล่า กับสิ่งศักดิ์สิทธ์ที่คำชะโนด แต่พอเขียนจนจบแล้วพบว่า การลบหลู่มันเป็นเรื่องของคนที่ไม่ศรัทธา การทำหนังเรื่องนี้มันทำให้เราสะท้อนว่าบางทีบางสิ่งบางอย่างที่เราไม่เชื่อเราไม่จำเป็นจะต้องไปลบหลู่สิ่งที่เราไม่เห็นตัว”

วุ้นกล่าวต่อมาถึงสิ่งที่เขาอยากบอกกับคนดูถึงหนังเรื่องนี้ว่า
“เรื่องนี้ประเด็นหลักมันว่าด้วยเรื่องของคนที่อยากรู้ว่าโลกคนตายมีอยู่จริงไหม สาระสำคัญที่ผมอยากบอกคนดูก็คือการที่เราอยู่ในโลกของเราอยู่ในขอบเขตของเรา มันน่าเพียงพอแล้วเราไม่จำเป็นที่จะไปรุกล้ำทิศทางของคนอื่น คนในเรื่องนี้ก็คือโลกวิญญาณ ว่าเขาต้องการให้เรารุกล้ำเข้าไปหรือเปล่าพอดูแล้วคนดูบางคน บางทีจะตัดสินใจอะไร ก็จะทำให้มานั่งทบทวนได้มากขึ้นเกิดการยั้งคิดได้บ้าง”

นอกจากนี้ผมอยากจะให้คนดูเห็นว่าจริงๆแล้วรอบๆตัวเรามันมีวิญญาณมีคนตาย ระหว่างคน กับโลกวิญญาณ มันมีเส้นบางๆ แบ่งเขตระหว่างกันอยู่ หากใครแค่ล้ำเส้น ไปนิดเดียว เราก็จะเข้าไปในโลกของเขา” แรงบันดาลใจสำคัญที่ทำให้เขาจับประเด็นที่ว่า มนุษย์ไม่ควรล้ำเส้นแบ่งของโลกวิญญาณว่ามาจากการที่เขาไปที่ป่าคำชะโนด เพื่อหาข้อมูล

“จุดที่ผมได้ไอเดียเกี่ยวกับเรื่อง ผีจ้างหนัง “อาถรรพณ์ป่าคำชะโนด” นะครับ เรื่องเกี่ยวกับ ช่องว่าง ทางเดินที่ป่าคำชะโนดนะครับ คือที่ป่าคำชะโนดเนี่ยะ คนในพื้นที่เค้าพยายามทำทางเชื่อมจากแผ่นดินใหญ่เข้ามา ข้ามน้ำเพื่อเข้าไปสู่ป่าคำชะโนด แต่มันก็เป็นเรื่องแปลกคือ ทุกหน้าน้ำนี่ ทางเดินตรงที่เขาทำไว้จะเกิดการแตกตัวหักออกจากกัน ตั้งแต่สะพานเนี่ยะยังเป็นสะพานไม้ครับ มันเป็นไม้ก็แตก เขาก็เลยเกิดการตัดสินใจสร้างใหม่เป็นทางปูน แล้วก็พบว่า พอเป็นทางปูนแล้ว ทุกหน้าน้ำเหมือนกันมันก็จะแตกจะเกิดรอยแยกอีก ในที่สุดก็เลยตัดสินใจกันว่าจะสร้างใหม่ ทุกวันนี้ สะพานทางเข้า เขาเลยมีการเว้นช่องว่างไว้ ไม่ให้ทางเดินนั้นเชื่อมติดกัน ให้มันเกิดช่องว่างระหว่างทางเชื่อมนี้ พอ 2 ส่วนนี้มันแยกออกจากกัน ตอนนี้ก็เลยไม่มีปัญหา เรื่องสะพานแตกหักอีก เพราะมันไม่ได้ติดกันแล้ว ผมก็เลยเอามาตีเป็นสาระของหนังเรื่องนี้ว่า บางทีการที่เราเชื่อมต่ออะไรบางอย่างไปในโลกบางอย่าง อย่างจริงจังเกินไป โดยที่ไม่มีช่องว่างระหว่างกันมันอาจจะเกิดปัญหา อันนี้อาจจะเป็นนัยที่สิ่งศักดิ์สิทธิ์ในป่าคำชะโนด พยายามจะบอกกับคนปกติทั่วๆไปกับคนอย่างเราๆ มันก็เลยเป็นแรงบันดาลใจ ให้เกิดหนังเรื่อง ผีจ้างหนัง “อาถรรพณ์ป่าคำชะโนด” ในส่วนของทีมงานเบื้องหลัง ล้วนแล้วแต่เป็นทีมงานคนรู้ใจที่เคยร่วมงานกันมาแล้วจากภาพยนตร์เรื่องต่างๆ ซึ่งมีความชำนาญในงานแต่ละสาขาของตน จึงทำให้กองถ่ายนี้มีแต่เสียงหัวเราะ จนทำให้หลายคนอดสงสัย ไม่ได้ว่ากำลังถ่ายทำหนังผี หรือหนังตลกกันแน่

จากการที่ ผีจ้างหนัง “อาถรรพณ์ป่าคำชะโนด” เป็นภาพยนตร์ ผี สยองขวัญ ส่วนสำคัญที่จะทำให้ ภาพยนตร์ เรื่องนี้ ดูน่ากลัว และ น่าสยดสยองมากขึ้น ได้แก่ ผู้กำกับฝ่ายศิลป์ซึ่งภาพยนตร์ เรื่องนี้ ได้ ไพโรจน์ ศิริวัฒน์ หรือ ป้อม ผู้ที่เคยผ่านงานผู้ช่วยกำกับศิลป์ให้กับภาพยนตร์ เรื่อง คำพิพากษา ของมหาสมุทร ฯลฯ และเป็นผู้กำกับศิลป์ ให้กับภาพยนตร์ โหน่งเท่ง นักเลงภูเขาทอง และ เท่งโหน่ง คนมาหาเฮีย มาแล้ว เขากล่าวถึงการทำงานของเขาในเรื่องนี้ว่า “เรื่องนี้ ผู้กำกับให้โจทย์มาว่า อยากให้โทนของหนังเรื่องนี้ออกมาแบบ ฟิล์มนัวร์ แบบปัจจุบัน เรื่องนี้ไม่ได้เซ็ทฉากเยอะ แต่บรรยากาศต้องออกเหงาๆ ซึมๆ มีฝนบางๆ ซึ่งเป็นโจทย์ที่ยากกว่าเรื่องอื่นๆ ดูเหมือนทำน้อยแต่ต้องคุมโทนให้คนรู้สึกว่าดูเหงา ดูน่ากลัว”

“ทีมของหนังเรื่องนี้ มันเป็นเรื่องของเส้นแบ่งไม่ว่าจะเป็นเส้นแบ่ง ในเรื่องของมนุษย์ การไม่ล้ำเส้นสิทธิส่วนบุคคล ของกันและกัน ห้ามไปล้ำเส้นโลกวิญญาณ ก็เลยจะมีเรื่องของการใช้อาร์ตไดเร็คชั่น ที่มีเส้นกั้นในฉาก อย่างเซ็ทในห้อง ก็มีผนังให้เห็นเป็นเส้น หรือ โต๊ะทานข้าวของ หมอยุทธ และอร เก้าอี้ทั้งสองคน ก็จะใช้สีมาช่วย อย่างโต๊ะของอร ก็จะเป็นสีดำแต่ของหมอยุทธ ก็จะใช้เก้าอี้สีแดง ซึ่งมันอาจจะดูไม่เข้ากัน แต่เราแฝงเอาไว้ให้คิด” “ก็รู้สึกสนุกกับการทำงานเรื่องนี้ เพราะแม้จะเป็นเรื่องแรกที่ได้มาร่วมงานกัน แต่ผู้กำกับเขาก็เปิดโอกาสให้เราได้มีโอกาสใส่ความคิดเห็นลงไปได้เยอะมาก เวลามีปัญหาอะไรติดปุ๊ป ก็จะช่วยกันแก้ปัญหา”

“ผีในเรื่องนี้ น่ากลัวมาก คือมันไม่ใช่ผีที่จะมาตั้งใจหลอก เหมือนหนังผีเรื่องอื่นๆ ที่เคยมีมาเวลาถ่าย ผมชอบมานั่งดูที่มอร์นิเตอร์ ดูแล้วรู้สึกว่าเป็นหนังผีที่น่ากลัว และน่าสนใจมาก” ในส่วนของการกำกับภาพ ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้ ผู้กำกับภาพที่เป็นคนรุ่นใหม่ อย่าง เค จิตติ เอื้อนรการกิจ ที่ผ่านงาน กำกับภาพให้กับภาพยนตร์ โฆษณา มิวสิควิดีโอมาแล้วมากมาย รวมไปถึง ภาพยนตร์ อย่างเรื่อง คน ผี ปีศาจ สวยลากไส้ 13 เกมสยอง ที่ทำให้เขาได้รางวัล กำกับภาพยอดเยี่ยมมาแล้ว เขากล่าวถึงการทำงานในเรื่องนี้ว่า “วุ้นเขาให้โจทย์ เรื่องของมุมกล้องมา ว่าอยากจะให้เห็นอารมณ์ของคนก่อนที่เห็นผี กับหลังที่เห็นผี หนังเรื่องนี้ ก็เลยมีการใช้เทคนิคของมุมกล้องมาใช้ค่อนข้างเยอะ ผมว่าหนังเรื่องนี้ น่ากลัว เป็นหนังผีที่แตกต่างจากหนังเรื่องอื่นๆ”

“เป็นครั้งแรกที่ผมได้มาร่วมงานกับ วุ้น และ ปิ่น ผมว่าทั้งคู่มีความเป็นมืออาชีพ ชัดเจนดี คือ แม้จะเป็นหนังเรื่องแรกของเขา แต่เขาไม่มีการถ่ายเผื่อเลือกเลย เพราะปกติเวลาเราทำงานกับผู้กำกับใหม่ๆ นี่ ส่วนใหญ่แล้วจะถ่ายเผื่อไว้ก่อน แต่กับเรื่องนี้ แสดงถึงการวางแผนการทำงานมาอย่างดี” “นักแสดง แม้จะเป็นหน้าใหม่ อย่าง อิงค์ อชิตะนี่ ภาพอารมณ์ที่ออกมานี่ ผมว่า ใช้ได้เลย แม้บางครั้งจะมีอะไรติดขัดบ้างแต่ก็สามารถปรับได้อย่างรวดเร็ว ส่วนตอง ผ่านงานแสดงมามากกว่า ผมว่าก็ไม่ค่อยมีปัญหา สนุกมากครับ กับการทำงานในกองถ่ายนี้”

“ในส่วนของโทนภาพรวมๆแล้ว ผมชอบนะ ดูฟิล์มที่พริ้นต์ออกมาแล้ว ก็ค่อนข้างพอใจ คือเป็นหนังผีที่ไม่ใช่หนังแหวะ แต่มีวิธีการดำเนินเรื่องที่น่าสนใจมาก เรื่องการปรากฏตัวของผี เป็นทีมงานที่ทำงานด้วยแล้วมีความสุข มีอะไร เราถามไป เขาจะทำการบ้านกลับมาให้เราตลอด”จากการที่ได้ทีมงานที่มีความสามารถ และมีความชำนาญในการทำงานแต่ละสาขา ก็ทำให้การทำงานเรื่องนี้ ผ่านพ้นไปด้วยความรวดเร็ว

ผีจ้างหนัง อาถรรพณ์ป่าคำชะโนด ซีรี่ย์ พากษ์ไทย

โพสเมื่อ วันที่ 23 March 2016 | เปิดอ่าน 654 views | หมวดหมู่ : รีวิวซีรีย์

รีวิวหนัง : ผีจ้างหนัง … อาถรรพณ์ป่าคำชะโนด

ผีจ้างหนัง อาถรรพณ์ป่าคำชะโนด

กำหนดฉาย ::  5 ธันวาคม 2550
ทีมนักแสดง ::
อชิตะ ปราโมช ณ อยุธยา รับบทเป็น หมอยุทธ
ภัครมัย โปรตระนันท์ รับบทเป็น อร
นะโม ทองกำเหนิด รับบทเป็น โรจน์
พิมลวรรณ หุ่นทองคำ รับบทเป็น พรรณ
องอาจ เจียมเจริญพรกุล รับบทเป็น พี่จิ
จำลอง กลิ่นเพ็ชร รับบทเป็น ลุงการัณ
อภิชัย ตระกูลเผด็จไกร รับบทเป็น พี่เล็ก

:: ทีมผู้สร้าง ::
ผู้อำนวยการสร้าง : เจริญ เอี่ยมพึ่งพร
อำนวยการผลิต : อภิรดี เอี่ยมพึ่งพร เกียรติกมล เอี่ยมพึ่งพร
ดูแลการผลิต : ปรานต์ ธาดาวีรวัตร
ผู้กำกับ : ทรงศักดิ์ มงคลทอง
บทภาพยนตร์ : ทรงศักดิ์ มงคลทอง
กำกับภาพ : จิตติ เอื้อนรการกิจ
ลำดับภาพ : สุนิตย์ อัศวินิกุล
กำกับศิลป : ไพโรจน์ ศิริวัฒน์
ออกแบบเครื่องแต่งกาย : เอกศิษฎ์ มีประเสริฐสกุล
ออกแบบเสียง : วานิลาสกาย  

Official Site (Thai): http://www.peechangnang.com/thai/
Official Site (Eng) : http://www.thescreenthemovie.com/eng/

บริษัท ไฟว์สตาร์ โปรดักชั่น จำกัด ภูมิใจเสนอ ผีจ้างหนัง “อาถรรพณ์ป่าคำชะโนด” ผลงานภาพยนตร์ของ วุ้น ทรงศักดิ์ มงคลทอง ผู้กำกับที่หวังจะมาสร้างปรากฏการณ์สั่นสยองขวัญ หวาดระแวง ไม่กล้าอยู่คนเดียว ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน เวลาใด หลังจากที่ได้ชม ภาพยนตร์เรื่องนี้

วุ้น ทรงศักดิ์ มงคลทอง เขียนบทภาพยนตร์ ผีจ้างหนัง “อาถรรพณ์ป่าคำชะโนด” จากความรู้สึกที่อยู่ในใจว่า ทำไมถึงไม่มีใคร ต้องการพิสูจน์ ถึงเรื่องราว เสียงเล่าอ้าง ที่ต่างที่มา แต่ทุกคนมีความเชื่อว่าเป็นความจริง ของ ผีจ้างหนังที่ ป่าคำชะโนด ที่ว่า เมื่อปี 2532 ได้มีผู้ไปติดต่อบริษัท หนังเร่ แห่งหนึ่ง ให้เอาหนังกลางแปลงไปฉายที่ บ้านวังทอง ในอัตราค่าจ้างสี่พันบาท ซึ่งค่าจ้างที่ได้รับมา เป็นเศษสตางค์ทั้งหมด โดยมีสัญญาข้อหนึ่งว่า ให้ฉายหนังถึงตีสี่เท่านั้น พอถึงตีสี่ให้รีบเก็บข้าวของออกไปจากสถานที่ฉาย อย่าอยู่จนถึงสว่าง กลับจากฉายหนังพวกคนงาน เดินทางกลับมาเล่าเรื่องประหลาดให้เจ้าของฟังว่าได้ไปฉายหนังให้ผีดูหนังเริ่มฉายตั้งแต่สามทุ่ม ในตอนหัวค่ำไม่เห็นผู้คนสงสัยเหมือนกันว่า หายไปไหนกันหมด แต่พอสามทุ่มก็มีผู้คนมาเป็นจำนวนมาก และที่แปลกคือผู้หญิงที่นุ่งขาวห่มขาว จะนั่งอยู่ด้านหนึ่ง ส่วนผู้ชายใส่เสื้อผ้าสีดำจะนั่งอยู่อีกด้านและคนทั้งหมด ก็เหมือนจะนั่งสงบไม่เคลื่อนไหวตัวยิ่งกว่านั้นไม่ว่าจะฉายหนังเรื่องอะไร ก็ไม่ได้มีการส่งเสียงใดๆ เหมือนการฉายหนังกลางแปลงทั่วไป เพราะตลอดเวลาที่ฉายคนดูไม่มีการส่งเสียงเอะอะหรือเดินพลุกพล่านและที่แปลกกว่านั้นคือไม่มีร้านขายของในบริเวณที่ฉายหนัง พอถึงตี 4 ผู้คนก็หายไปหมดหายไปเร็วเหลือเกิน อย่างเงียบเชียบ ไม่รู้ว่าหายไปไหน จากเหตุการณ์ที่ว่านี้ ก่อให้เกิดการต่อเติมเสริมแต่งมีเสียงเล่าสืบต่อกันมาที่แตกต่างกันไป ส่วนใหญ่ผู้คนก็เชื่อว่าเป็นเรื่องจริง และก็ไม่มีใครต้องการพิสูจน์ ยกเว้น ทรงศักดิ์ มงคลทอง ผู้กำกับ ภาพยนตร์เรื่องนี้ที่ขอย้อนรอยความเร้นลับให้ผู้ชมเห็นผีที่คำชะโนดอีกครั้ง โดยผ่านจอและเครื่องฉายหนังพร้อมกับแกนหลักของเรื่องที่ว่า “โลกมนุษย์และโลกแห่งความเร้นลับนั้นมีเส้นแบ่ง และไม่ควรจะก้าวล้ำเส้นกัน…

ครั้งแรก กับการแสดงภาพยนตร์ ของ อิงค์ อชิตะ ปราโมช ณ อยุธยา กับบท หมอยุทธ ที่หมกมุ่น กับเรื่องราวเร้นลับท้าพิสูจน์ อาถรรพณ์ความลึกลับและมหัศจรรย์ของผีจ้างหนังที่ป่าคำชะโนด ตอง ภัครมัย โปรตระนันท์ สลัดภาพนักร้อง มาในบท อร พยาบาลสาวกับบทบาทที่เก็บกด ร่วมด้วย นะโม ทองกำเหนิด นักแสดงหนุ่ม ที่ผ่านงานแสดงมาในบทบาทที่แตกต่าง พลิกภาพจากบทหนึ่งสู่บทหนึ่งจากภาพยนตร์เรื่องลองของ และแฝด มาในครั้งนี้เขามาในบท โรจน์ เด็กจรจัดและติดยา ที่ก้าวล้ำเข้าไปในโลกส่วนตัวของอรและหมอยุทธ พิมลวรรณ หุ่นทองคำ ปุ้ย แม้จะเคยผ่านงานแสดงมาบ้างแล้ว แต่กับบทบาทในเรื่องนี้ ที่เธอสวมบท นักข่าวสาว ที่ช่วยสามี ตามล่าท้าพิสูจน์ เรื่องราวของโลกเร้นลับ ก็คงจะทำให้หลายคนต้องหันมาจับตามองกับความสามารถในการแสดงของเธอที่ทุ่มเทสุดตัวให้กับ ภาพยนตร์เรื่องนี้ร่วมด้วยนักแสดงสมทบอีกคับคั่งอาทิ องอาจ เจียมเจริญพรกุล ฯลฯ

เรื่องย่อ ผีจ้างหนัง “อาถรรพณ์ป่าคำชะโนด”

กรุงเทพฯ 2550, โลกเร้นลับยังคงเป็นสิ่งท้าทาย น่าค้นคว้าและทดลอง หมอยุทธ ( อิงค์ อชิตะ ปราโมช ณ อยุธยา ) ที่มีความหมกมุ่น หวังพิสูจน์เรื่องราว ของความเร้นลับ ค้นคว้าเรื่องราว ที่ยังพิสูจน์ไม่ได้ของการที่มีคนไปฉายหนังให้ผีดู โดยมี อร พยาบาลสาว ( ตอง ภัครมัย โปรตระนันท์ ) ที่ทนทุกข์ อยู่ร่วมกับเขา และหวังจะตีจากเขาอยู่ตลอดเวลา ถูกดึงมาเป็นส่วนร่วมในงานทดลองของเขา และเป็นคนสำคัญ ที่ทำให้การท้าพิสูจน์ของเขาเปลี่ยนแปลงไปอย่างไม่น่าเชื่อ การพิสูจน์เรื่องราวอันเร้นลับครั้งนี้ มีคู่สามีภรรยา จิ และ พรรณ ( พิมลวรรณ หุ่นทองคำ ) นักข่าวรุ่นใหญ่ ร่วมเป็นทีมงาน ด้วยหวังชื่อเสียงในการนำเสนอข่าว และมี โรจน์ ( นะโม ทองกำเหนิด ) เด็กจรจัด ที่แอบหลงใหลในตัวอร เข้ามามีส่วนร่วมด้วยช่วยค้นคว้าหาข้อมูล พวกเขาค้นทุกสิ่ง หาทุกอย่างที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับ เรื่องราวของผีจ้างหนัง รวมไปถึงการบุกไปถึง ป่าคำชะโนด สิ่งที่พวกเขาพบ ส่งผลให้เห็นว่าโลกเร้นลับนั้นอยู่รอบตัวเรามีเพียงเส้นบางๆแบ่งเขต กว่าที่พวกเขาจะตระหนักได้ ทุกอย่างก็ดูจะ สายไปเสียแล้ว

เกี่ยวกับงานสร้าง ผีจ้างหนัง “อาถรรพณ์ป่าคำชะโนด”

ผีจ้างหนัง “อาถรรพณ์ป่าคำชะโนด” เป็นการรวมทีมกันทำงานของคนรุ่นใหม่ที่ผ่านการทำงานภาพยนตร์ที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงมาแล้ว ของ ปรานต์ ธาดาวีรวัตร ในฐานะ โปรดิวเซอร์ และ ทรงศักดิ์ มงคลทอง หรือ วุ้น ในฐานะ ผู้กำกับภาพยนตร์ ผีจ้างหนัง “อาถรรพณ์ป่าคำชะโนด” ภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นผลงานเรื่องแรกที่ทั้งคู่จับมือกันทำงาน และวาดหวังให้เป็นผลงานภาพยนตร์ที่จะสร้างชื่อให้กับทั้งคู่กับการเติบโตในวงการภาพยนตร์ต่อไป โดยมี ไฟว์สตาร์ โปรดักชั่นเปิดโอกาสให้ เฉกเช่นเดียวกับการเปิดโอกาสให้กับ เป็นเอก รัตนเรือง วิศิษฏ์ ศาสนเที่ยง ก้องเกียรติ โขมศิริ รวมถึงเหล่าผู้กำกับอีกหลายคนได้สร้างสรรค์ผลงานภาพยนตร์คุณภาพ จนเป็นที่ยอมรับทั้งในประเทศและต่างประเทศ

ปรานต์ ธาดาวีรวัตร หรือ ปิ่น โปรดิวเซอร์ของภาพยนตร์เรื่องนี้ ผ่านการทำงานในวงการภาพยนตร์มาไม่น้อย เคยเป็นหนึ่งในทีมงานของภาพยนตร์หลายๆเรื่อง ในฐานะไลน์โปรดิวเซอร์ มาก่อน อาทิ แฝด Season Change วันอลวน 4 คนระลึกชาติ Happily even after, Confession of the burning man และบางกอกแดนเจอรัสเวอร์ชั่นแรก ของ แดนนี่ และ อ็อกไซด์ แปง เปิดเผยถึงที่มาของภาพยนตร์เรื่อง ผีจ้างหนัง “อาถรรพณ์ป่าคำชะโนด” ว่า

“คือทางไฟว์สตาร์ ต้องการหนัง เมนสตรีมซึ่งเป็นหนังผีสยองขวัญ และประกอบกับที่วุ้น และผม ซึ่งเคยทำงานร่วมกันมาแล้วหลายเรื่อง และก็มีความคิดที่อยากจะทำงานร่วมกัน ก็มีโปรเจ็คต์หนังผีอยู่พอดีก็คือเรื่องราว ของผีจ้างหนัง ที่คำชะโนด ซึ่งเขาได้ดูจากรายการโทรทัศน์ และข่าวตามหน้าหนังสือพิมพ์ต่างๆ ว่ามันน่าที่จะมีความเป็นไปได้ที่เราจะเขียนบทหนังขึ้นมาใหม่เราก็เลยพัฒนาบทจากโจทย์ตรงนั้น ออกมาเป็นบทหนังผี สยองขวัญ ที่ตัวละครหลักในเรื่องคือหมอยุทธ ต้องการพิสูจน์ เรื่องราวของโลกเร้นลับรวมไปถึงเรื่องราวของ ผีจ้างหนัง ซึ่งพอพัฒนาบทเสร็จ ผมก็นำโปรเจ็คต์ นี้เข้ามาเสนอที่ไฟว์สตาร์” “ข้อดีในการทำงานของวุ้นคือเขาเคยเป็นผู้ช่วยผู้กำกับให้กับภาพยนตร์มาหลายๆ เรื่องเป็นคนหนุ่มที่มีไฟโดยเฉพาะกับการกำกับภาพยนตร์เรื่องแรกของเขานั้น เขาก็จะทุ่มเทกับมันอย่างดีที่สุดตั้งใจที่จะให้งานออกมาดีที่สุด”

“โลเคชั่น เป็นส่วนสำคัญมากในการสร้างภาพยนตร์เรื่องนี้ อย่างแรกเลยเราอยากให้เมืองมันดูเหงา แล้วอย่างกรุงเทพฯนี่เราจะทำให้รู้สึกเหงาได้อย่างไร แล้วบรรยากาศแบบเกือบเก่าเกือบใหม่อีก เรื่องนี้ พึ่งโลเคชั่นเยอะ เราไม่ค่อยได้เซ็ทฉากอะไรมากมาย เพราะอยากให้ได้บรรยากาศแบบสมจริง”

โลเคชั่นที่มีส่วนสำคัญในเรื่องนี้คือ ป่าคำชะโนด อำเภอบ้านดุง จังหวัดอุดรธานี สถานที่เกิดเสียงลือเสียงเล่าอ้างถึง ผีจ้างหนัง “ที่คำชะโนดนี่ทีมงานต้องไปคุยกับชาวบ้าน ให้เขาเข้าใจว่าเราจะไปทำอะไรแล้วพวกเราเองก็มีความเคารพในสถานที่ เราไปทำพิธี ไหว้ ทำบุญ ฉายหนังที่ศาล อย่างตัวผมเอง วันที่ถ่ายทำเสร็จ ผมเองต้องไปล้างทำความสะอาดบริเวณศาลของหลวงปู่จนสะอาด เพราะก่อนหน้านี้มีคนไปทำเรื่องราวไม่ดีไว้ ซึ่งหลังจากที่เราทำความเข้าใจกับชาวบ้านได้แล้ว ก็ไม่มีปัญหา การถ่ายทำก็ราบรื่นดี “

“การที่ผม และวุ้นเลือกที่จะร่วมงานกัน เป็นเพราะ เรามีความคิดอะไรคล้ายๆกัน ผมมีความมั่นใจ ผีจ้างหนัง “อาถรรพณ์ป่าคำชะโนด” เป็นหนังผี คุณภาพ ที่คนดูจะได้แง่คิดหลังดูจบออกไปไม่น้อย”
ทางด้าน ผู้กำกับ ภาพยนตร์ ทรงศักดิ์ มงคลทอง หรือ วุ้น มีเครดิต ในการทำงาน ในวงการภาพยนตร์มาไม่น้อยทั้งในฐานะ เป็นผู้เขียนบท และเป็นผู้ช่วยผู้กำกับ ภาพยนตร์ หลายๆเรื่อง อาทิ การร่วมงานกับ แดนนี่ และ อ็อกไซด์ แปง ในฐานะผู้แก้ไขบทภาพยนตร์ เรื่อง บางกอก แดนเจอรัส รวมไปถึง การเป็นผู้แก้ไขบท และช่วยกำกับ ภาพยนตร์ เรื่อง ดิ อาย คนเห็นผี รวมไปถึงภาพยนตร์เรื่อง พรางชมพู เฮี้ยน ผีสามบาท วัยอลวน 4 และ แก๊งค์ชะนี กับอีแอบ ภาพยนตร์เรื่องนี้ เป็นภาพยนตร์เรื่องแรก ในการก้าวขึ้นมาเป็น ผู้กำกับแถวหน้าของเขา

นอกจากการเป็นผู้กำกับ วุ้น ทำหน้าที่เขียนบทภาพยนตร์ เรื่องนี้ด้วย “บทหนังเรื่องนี้ ผมจำได้ตั้งแต่ตอนอายุ 15 ปี ผมดูรายการท้าพิสูจน์เขาเอาปรากฏการณ์ผีจ้างหนังมาออกรายการแล้วผมก็จำได้ แล้วมันก็เกิดไอเดีย ว่าถ้าเราจะทำหนังที่มันไม่ใช่เรื่องไสยศาสตร์ ที่น่าสนใจก็คือมันไม่ต้องมีคาถาไม่ต้องใช้เวทมนตร์ไม่ต้องใช้อะไร แต่เราสามารถเห็นผีได้ แค่เราใช้สิ่งประดิษฐ์ที่เป็นเครื่องฉายกับจอหนัง มันเป็นวิทยาศาสตร์ที่สามารถทำให้เราเห็นวิญญาณได้ และพอเขียนบทตั้งแต่เริ่มจนจบนั้น มีวูบหนึ่งในการเขียนก็คือรู้สึกว่าเพราะว่าหนังมันว่าด้วยตัวละครที่จะพยายามจะพิสูจน์ปรากฏการณ์นี้ ในจังหวะที่เขียนอยู่พักหนึ่งก็มานึกว่าเรากำลังลบหลู่บางสิ่งบางอย่างอยู่หรือเปล่า เพราะว่าบางแอ็คชั่นของตัวละครมันก็เหมือนเป็น การไปท้าพิสูจน์ การไปลบหลู่หรือเปล่า กับสิ่งศักดิ์สิทธ์ที่คำชะโนด แต่พอเขียนจนจบแล้วพบว่า การลบหลู่มันเป็นเรื่องของคนที่ไม่ศรัทธา การทำหนังเรื่องนี้มันทำให้เราสะท้อนว่าบางทีบางสิ่งบางอย่างที่เราไม่เชื่อเราไม่จำเป็นจะต้องไปลบหลู่สิ่งที่เราไม่เห็นตัว”

วุ้นกล่าวต่อมาถึงสิ่งที่เขาอยากบอกกับคนดูถึงหนังเรื่องนี้ว่า
“เรื่องนี้ประเด็นหลักมันว่าด้วยเรื่องของคนที่อยากรู้ว่าโลกคนตายมีอยู่จริงไหม สาระสำคัญที่ผมอยากบอกคนดูก็คือการที่เราอยู่ในโลกของเราอยู่ในขอบเขตของเรา มันน่าเพียงพอแล้วเราไม่จำเป็นที่จะไปรุกล้ำทิศทางของคนอื่น คนในเรื่องนี้ก็คือโลกวิญญาณ ว่าเขาต้องการให้เรารุกล้ำเข้าไปหรือเปล่าพอดูแล้วคนดูบางคน บางทีจะตัดสินใจอะไร ก็จะทำให้มานั่งทบทวนได้มากขึ้นเกิดการยั้งคิดได้บ้าง”

นอกจากนี้ผมอยากจะให้คนดูเห็นว่าจริงๆแล้วรอบๆตัวเรามันมีวิญญาณมีคนตาย ระหว่างคน กับโลกวิญญาณ มันมีเส้นบางๆ แบ่งเขตระหว่างกันอยู่ หากใครแค่ล้ำเส้น ไปนิดเดียว เราก็จะเข้าไปในโลกของเขา” แรงบันดาลใจสำคัญที่ทำให้เขาจับประเด็นที่ว่า มนุษย์ไม่ควรล้ำเส้นแบ่งของโลกวิญญาณว่ามาจากการที่เขาไปที่ป่าคำชะโนด เพื่อหาข้อมูล

“จุดที่ผมได้ไอเดียเกี่ยวกับเรื่อง ผีจ้างหนัง “อาถรรพณ์ป่าคำชะโนด” นะครับ เรื่องเกี่ยวกับ ช่องว่าง ทางเดินที่ป่าคำชะโนดนะครับ คือที่ป่าคำชะโนดเนี่ยะ คนในพื้นที่เค้าพยายามทำทางเชื่อมจากแผ่นดินใหญ่เข้ามา ข้ามน้ำเพื่อเข้าไปสู่ป่าคำชะโนด แต่มันก็เป็นเรื่องแปลกคือ ทุกหน้าน้ำนี่ ทางเดินตรงที่เขาทำไว้จะเกิดการแตกตัวหักออกจากกัน ตั้งแต่สะพานเนี่ยะยังเป็นสะพานไม้ครับ มันเป็นไม้ก็แตก เขาก็เลยเกิดการตัดสินใจสร้างใหม่เป็นทางปูน แล้วก็พบว่า พอเป็นทางปูนแล้ว ทุกหน้าน้ำเหมือนกันมันก็จะแตกจะเกิดรอยแยกอีก ในที่สุดก็เลยตัดสินใจกันว่าจะสร้างใหม่ ทุกวันนี้ สะพานทางเข้า เขาเลยมีการเว้นช่องว่างไว้ ไม่ให้ทางเดินนั้นเชื่อมติดกัน ให้มันเกิดช่องว่างระหว่างทางเชื่อมนี้ พอ 2 ส่วนนี้มันแยกออกจากกัน ตอนนี้ก็เลยไม่มีปัญหา เรื่องสะพานแตกหักอีก เพราะมันไม่ได้ติดกันแล้ว ผมก็เลยเอามาตีเป็นสาระของหนังเรื่องนี้ว่า บางทีการที่เราเชื่อมต่ออะไรบางอย่างไปในโลกบางอย่าง อย่างจริงจังเกินไป โดยที่ไม่มีช่องว่างระหว่างกันมันอาจจะเกิดปัญหา อันนี้อาจจะเป็นนัยที่สิ่งศักดิ์สิทธิ์ในป่าคำชะโนด พยายามจะบอกกับคนปกติทั่วๆไปกับคนอย่างเราๆ มันก็เลยเป็นแรงบันดาลใจ ให้เกิดหนังเรื่อง ผีจ้างหนัง “อาถรรพณ์ป่าคำชะโนด” ในส่วนของทีมงานเบื้องหลัง ล้วนแล้วแต่เป็นทีมงานคนรู้ใจที่เคยร่วมงานกันมาแล้วจากภาพยนตร์เรื่องต่างๆ ซึ่งมีความชำนาญในงานแต่ละสาขาของตน จึงทำให้กองถ่ายนี้มีแต่เสียงหัวเราะ จนทำให้หลายคนอดสงสัย ไม่ได้ว่ากำลังถ่ายทำหนังผี หรือหนังตลกกันแน่

จากการที่ ผีจ้างหนัง “อาถรรพณ์ป่าคำชะโนด” เป็นภาพยนตร์ ผี สยองขวัญ ส่วนสำคัญที่จะทำให้ ภาพยนตร์ เรื่องนี้ ดูน่ากลัว และ น่าสยดสยองมากขึ้น ได้แก่ ผู้กำกับฝ่ายศิลป์ซึ่งภาพยนตร์ เรื่องนี้ ได้ ไพโรจน์ ศิริวัฒน์ หรือ ป้อม ผู้ที่เคยผ่านงานผู้ช่วยกำกับศิลป์ให้กับภาพยนตร์ เรื่อง คำพิพากษา ของมหาสมุทร ฯลฯ และเป็นผู้กำกับศิลป์ ให้กับภาพยนตร์ โหน่งเท่ง นักเลงภูเขาทอง และ เท่งโหน่ง คนมาหาเฮีย มาแล้ว เขากล่าวถึงการทำงานของเขาในเรื่องนี้ว่า “เรื่องนี้ ผู้กำกับให้โจทย์มาว่า อยากให้โทนของหนังเรื่องนี้ออกมาแบบ ฟิล์มนัวร์ แบบปัจจุบัน เรื่องนี้ไม่ได้เซ็ทฉากเยอะ แต่บรรยากาศต้องออกเหงาๆ ซึมๆ มีฝนบางๆ ซึ่งเป็นโจทย์ที่ยากกว่าเรื่องอื่นๆ ดูเหมือนทำน้อยแต่ต้องคุมโทนให้คนรู้สึกว่าดูเหงา ดูน่ากลัว”

“ทีมของหนังเรื่องนี้ มันเป็นเรื่องของเส้นแบ่งไม่ว่าจะเป็นเส้นแบ่ง ในเรื่องของมนุษย์ การไม่ล้ำเส้นสิทธิส่วนบุคคล ของกันและกัน ห้ามไปล้ำเส้นโลกวิญญาณ ก็เลยจะมีเรื่องของการใช้อาร์ตไดเร็คชั่น ที่มีเส้นกั้นในฉาก อย่างเซ็ทในห้อง ก็มีผนังให้เห็นเป็นเส้น หรือ โต๊ะทานข้าวของ หมอยุทธ และอร เก้าอี้ทั้งสองคน ก็จะใช้สีมาช่วย อย่างโต๊ะของอร ก็จะเป็นสีดำแต่ของหมอยุทธ ก็จะใช้เก้าอี้สีแดง ซึ่งมันอาจจะดูไม่เข้ากัน แต่เราแฝงเอาไว้ให้คิด” “ก็รู้สึกสนุกกับการทำงานเรื่องนี้ เพราะแม้จะเป็นเรื่องแรกที่ได้มาร่วมงานกัน แต่ผู้กำกับเขาก็เปิดโอกาสให้เราได้มีโอกาสใส่ความคิดเห็นลงไปได้เยอะมาก เวลามีปัญหาอะไรติดปุ๊ป ก็จะช่วยกันแก้ปัญหา”

“ผีในเรื่องนี้ น่ากลัวมาก คือมันไม่ใช่ผีที่จะมาตั้งใจหลอก เหมือนหนังผีเรื่องอื่นๆ ที่เคยมีมาเวลาถ่าย ผมชอบมานั่งดูที่มอร์นิเตอร์ ดูแล้วรู้สึกว่าเป็นหนังผีที่น่ากลัว และน่าสนใจมาก” ในส่วนของการกำกับภาพ ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้ ผู้กำกับภาพที่เป็นคนรุ่นใหม่ อย่าง เค จิตติ เอื้อนรการกิจ ที่ผ่านงาน กำกับภาพให้กับภาพยนตร์ โฆษณา มิวสิควิดีโอมาแล้วมากมาย รวมไปถึง ภาพยนตร์ อย่างเรื่อง คน ผี ปีศาจ สวยลากไส้ 13 เกมสยอง ที่ทำให้เขาได้รางวัล กำกับภาพยอดเยี่ยมมาแล้ว เขากล่าวถึงการทำงานในเรื่องนี้ว่า “วุ้นเขาให้โจทย์ เรื่องของมุมกล้องมา ว่าอยากจะให้เห็นอารมณ์ของคนก่อนที่เห็นผี กับหลังที่เห็นผี หนังเรื่องนี้ ก็เลยมีการใช้เทคนิคของมุมกล้องมาใช้ค่อนข้างเยอะ ผมว่าหนังเรื่องนี้ น่ากลัว เป็นหนังผีที่แตกต่างจากหนังเรื่องอื่นๆ”

“เป็นครั้งแรกที่ผมได้มาร่วมงานกับ วุ้น และ ปิ่น ผมว่าทั้งคู่มีความเป็นมืออาชีพ ชัดเจนดี คือ แม้จะเป็นหนังเรื่องแรกของเขา แต่เขาไม่มีการถ่ายเผื่อเลือกเลย เพราะปกติเวลาเราทำงานกับผู้กำกับใหม่ๆ นี่ ส่วนใหญ่แล้วจะถ่ายเผื่อไว้ก่อน แต่กับเรื่องนี้ แสดงถึงการวางแผนการทำงานมาอย่างดี” “นักแสดง แม้จะเป็นหน้าใหม่ อย่าง อิงค์ อชิตะนี่ ภาพอารมณ์ที่ออกมานี่ ผมว่า ใช้ได้เลย แม้บางครั้งจะมีอะไรติดขัดบ้างแต่ก็สามารถปรับได้อย่างรวดเร็ว ส่วนตอง ผ่านงานแสดงมามากกว่า ผมว่าก็ไม่ค่อยมีปัญหา สนุกมากครับ กับการทำงานในกองถ่ายนี้”

“ในส่วนของโทนภาพรวมๆแล้ว ผมชอบนะ ดูฟิล์มที่พริ้นต์ออกมาแล้ว ก็ค่อนข้างพอใจ คือเป็นหนังผีที่ไม่ใช่หนังแหวะ แต่มีวิธีการดำเนินเรื่องที่น่าสนใจมาก เรื่องการปรากฏตัวของผี เป็นทีมงานที่ทำงานด้วยแล้วมีความสุข มีอะไร เราถามไป เขาจะทำการบ้านกลับมาให้เราตลอด”จากการที่ได้ทีมงานที่มีความสามารถ และมีความชำนาญในการทำงานแต่ละสาขา ก็ทำให้การทำงานเรื่องนี้ ผ่านพ้นไปด้วยความรวดเร็ว