Home > ที่เที่ยว > บางกระเจ้า การ เดินทาง ไปยังไง ไปไหนดี มีไม่กี่บาท

บางกระเจ้า การ เดินทาง ไปยังไง ไปไหนดี มีไม่กี่บาท

โพสเมื่อ วันที่ 29 November 2016 | เปิดอ่าน 3,237 views | หมวดหมู่ : ที่เที่ยว

พวกเขามาที่นี่เพื่อมาร่วมงานเสวนาเล็กๆ ที่ชื่อเรียบๆ ว่า บางกระเจ้า การ เดินทาง เพราะที่นี่เป็นที่ที่เขาหวงแหนและต้องการรักษาผืนแผ่นดินนี้ให้มีสภาพเป็นพื้นที่สีเขียวอย่างที่มันเคยเป็นมา

ใช่ครับ มันกำลังถูกทำให้เปลี่ยนไป บางกระเจ้า การ เดินทาง

“เกาะบางกระเจ้า” หรืออีกชื่อหนึ่ง “กระเพาะหมู” ที่เราต่างคุ้นเคยว่าเป็นปอดของคนกรุงเทพฯ กำลังเผชิญกับกระแสการพัฒนาที่อาจทำให้คนรุ่นหลังรู้จักบางกระเจ้าในความหมายที่ต่างไปจากเดิม

เรื่องของเรื่องมีอยู่ว่า เมื่อต้นเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมานี้ ได้มีการประกาศกฎหมายผังเมืองฉบับใหม่ของจังหวัดสมุทรปราการลงราชกิจจานุเบกษา ซึ่งอาจจะมีผลทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงขนานใหญ่ในเขตพื้นที่กระเพาะหมู แต่จะด้วยเหตุผลใดไม่ทราบ ประชาชนส่วนใหญ่ในพื้นที่กลับไม่ได้รับรู้หรือมีส่วนร่วมในการแก้ไขผังเมืองครั้งนี้เลย ใช่เพียงชาวบ้าน ตาสีตาสาที่ตกข่าว คนระดับสมาชิกสภาจังหวัด (สจ.) ที่อยู่ในท้องที่ก็เพิ่งรู้ข่าวหลังกฎหมายมีผลบังคับใช้แล้ว งานนี้จึงต้องสงสัยว่ามีเงื่อนงำ

บางกระเจ้า การเดินทาง

บางกระเจ้า การ เดินทาง
เมื่อมาดูที่รายละเอียด เราจะพบว่าแผนที่ผังเมืองในเขตบางกระเจ้าได้แบ่งพื้นที่ออกเป็น 3 สีด้วยกันคือ เขียวทึบ เขียวอ่อน และขาวทแยงเขียว

เขียวอ่อนนั้นหมายถึงพื้นที่ที่เป็นสวนสาธารณะ ส่วนเขียวทึบเป็นพื้นที่ชนบทและเกษตรกรรม และขาวทแยงเขียวเป็นพื้นที่อนุรักษ์ชนบทและเกษตรกรรม

‘เดิมทีปี 2544 พื้นที่ขาวทแยงเขียวไม่อนุญาตให้ก่อส ร้างอาคาร ปี 2548 ปรับให้สร้างบ้านเดี่ยวขนาดไม่เกิน 200 ตร.ม. ได้แต่ต้องไม่กินที่เกิน 5% ในแต่ละบริเวณที่กำหนดไว้ในผังเมือง และฉบับ 2556 นี้ปรับให้สร้างได้ไม่เกิน 15% ในแต่ละบริเวณ

ส่วนพื้นที่เขียวทึบ ในปี 2548 ให้ก่อสร้างได้ 10% ในแต่ละบริเวณ แต่ไม่ให้นำที่ดินไปจัดสรร ปี 2556 ปรับใหม่ให้นำไปจัดสรรบ้านเดี่ยวได้’

(คัดลอกจากบทความ บางกระเจ้า…ผังเมืองใหม่เอื้อตัวกินปอด?)

ซึ่งนั่นหมายความว่าด้วยอำนาจแห่งผังเมืองฉบับใหม่นี้ พื้นที่สีเขียว ต้นไม้ใหญ่จะลดลง และถูกแทนที่ด้วยบ้านจัดสรร โรงแรมและอื่นๆ  บางคนเปรียบเทียบให้เห็นเป็นรูปธรรมง่ายๆ ด้วยการเทียบเคียงกับตัวอย่างพื้นที่สีขาวทแยงเขียวอื่นๆ อย่างย่านรามอินทราหรือแนวโซนฟลัดเวย์ของกรุงเทพฯ ความเจริญอย่างนั้นอาจเป็นอนาคตของบางกระเจ้า พื้นที่สีเขียวกว่าหนึ่งหมื่นไร่ที่สมบูรณ์ที่สุดที่ครั้งหนึ่งนิตยสาร Time ได้ยกย่องให้เป็นสุดยอด urban oasis of Asia

บางกระเจ้า ไปยังไง

…..

แม้ว่าผังเมืองใหม่นี้ไม่ได้กระทบโดยตรงต่อการขี่จักรยาน แต่การรวมตัวเคลื่อนไหวครั้งนี้ นอกจากเครือข่ายองค์กรด้านสิ่งแวดล้อม ผู้นำและชาวชุมชนในพื้นที่ แขกส่วนใหญ่ในงานเต็มไปด้วยชาวจักรยาน มันสะท้อนว่าทุกวันนี้คนจักรยานมองภาพไปไกลกว่าเรื่องของจักรยานแล้ว ชาวจักรยานกำลังก้าวมาสู่แถวหน้าของการเป็น Active citizen ที่สนใจปัญหาต่างๆ ของบ้านเมือง โดยเฉพาะในด้านสิ่งแวดล้อม เมื่อครั้ง อ.ศศิน เฉลิมลาภ พาฝูงชนไปชุมนุมค้านเขื่อนแม่วงก์ที่หอศิลป์กรุงเทพฯ ก็เช่นกัน แม้วันนั้นเป็นวันคาร์ฟรีเดย์ที่รอคอย ชาวจักรยานก็ยังหมุนเวียนกันไปแสดงจุดยืนร่วมกันอย่างคึกคัก

นานมาแล้วผมเคยเขียนเรื่อง “ปั่นจักรยานสัมผัสธรรมชาติ” สะท้อนว่าการรับรู้และใส่ใจต่อธรรมชาติรอบข้างของคนขี่จักรยานจะสูงกว่าคนใช้พาหนะอื่นๆ  บางทีการปั่นจักรยานอาจเป็นการบ่มเพาะความรักธรรมชาติแบบสไตล์คนเมืองก็ได้

ทุกวันนี้มีนักปั่นหน้าใหม่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ตราบใดที่ยังเพิ่มขึ้นอย่างนี้ ความหวังเห็นสิ่งแวดล้อมดีๆ คงไม่ไกลเกินไปนัก

…..

เรื่องผังเมืองเป็นเรื่องที่มีรายละเอียดมาก ต้องศึกษาข้อมูลระดับหนึ่งก่อนจึงจะคุยกันรู้เรื่อง ดังนั้นการเสวนาครั้งนี้จึงเน้นหนักไปที่การอธิบายที่มาที่ไปและข้อมูลของผังเมืองใหม่มากกว่าการมุ่งหาทางออก แต่อย่างน้อยที่สุดผลของการเสวนาในเย็นวันนี้ ทำให้ความแปลกประหลาดของผังเมืองใหม่จะถูกตีแผ่ในสื่อและสังคมวงกว้างมากขึ้น อันจะนำมาซึ่งการติดตาม ตรวจสอบ วิพากษ์วิจารณ์ต่างๆ เพื่อหาทางออกให้แก่บางกระเจ้าต่อไป นี่เป็นจุดเริ่มต้นเล็กๆ ที่อบอุ่นไปด้วยพลังของคนเมืองที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม 

“ใกล้สิ้นเดือนแบบนี้”

“งบน้อยขนาดนี้”

“เบื่อ หน่าย ทำงานแต่ในตึก ตึก ตึก และก็ตึก”

“ไปไหนดี มีไม่กี่บาท”

“ไปปั่นจักรยานเล่นกันเหอะ”

ประโยคทั้งหมดนี้คิดเพียงไม่กี่วินาที  แค่แว๊บเดียว  นึกถึงที่หมายที่ยังไม่เคยไป และเห็นรีวิวผ่านตามาบ้างแล้ว นั่นก็คือ “คุ้งบางกะเจ้า”   งานนี้ไปคนเดียวอีกสินะ  คิดเอง เออเอง  ไปเอง  ไม่ถามไม่ชวนใครอีกแล้ว

ลุยเดี่ยวเที่ยวบางกะเจ้ากันเหอะ  อย่างใกล้ ไปก็อย่างง่าย

“ปั่นๆจักรยานไป  ปั่นๆจักรยานกัน” #ร้องเพลง บางกระเจ้า การ เดินทาง

กระทู้นี้สาระอาจจะไม่ค่อยมี  ไม่ค่อยได้ศึกษาข้อมูล  มาหาเอาดาบหน้า มโนเองล้วนๆบ้างอะไรบ้าง  หากข้อมูลผิดรบกวนมาแก้ไขด้วยละกันนะคะ 5555555  ไปแบบชิลล์ๆ  ไม่คิดเยอะ

หลายที่ที่คนมารีวิวส่วนใหญ่บอกว่าต้องมาให้ได้  ไม่มาก็เหมือนมาไม่ถึง  อันนี้ไม่ได้อยู่ในหัวเลย

แค่คิดว่าตรงไหนคนน้อยก็อยู่ตรงนั้นแหละ  ตรงไหนคนเยอะก็ไม่อยากเข้า  อยากพัก  อยากชิลล์เงียบๆ   ใกล้สุด และคุ้นทางสุดน่าจะเป็นแถวคลองเตย  ที่เราจะนั่งเรือข้ามไปบางกะเจ้ากัน ไปไม่ถูก   พี่วินเลย  เรียกไปลงวัดคลองเตยนอก  แล้วเดินไปท่าน้ำ  ค่าวิน 30 บาท (แน่ะ โหยยยยยย  แอบงก)

มาถึงท่าเรือ  ก็เงอะๆงะๆอ่ะนะ  “ไปบางกะเจ้าค่ะ”   ป้าบอก  นู่นๆๆๆๆ  ตาม 4 คนนั้นไปเลย  (มีกลุ่มเพื่อนวัยรุ่นมากัน 4 คน เราตามไปอีกคนเลยเนียนเป็นกลุ่มเดียวกันเฉย)

นั่งเรือหางยาว  ชิคมาก ชิลล์มาก  อากาศ 8  โมงเช้ากำลังดี  ค่าเรือ   10 บาท

อ่า……นั่งหัวเรือเลย    (มโนว่าตัวเองเป็นกัปตันเรือหางยาว)

แค่หลุดออกจากตึก  ออกจากห้องสี่เหลี่ยม  ได้สูดอากาศเต็มปอด  ก็ดีใจแล้ว   รูปล่างนี่  ฝั่งนู้นเป็นท่าเรือคลองเตย  ท่าใหญ่ๆ  ท่าที่เค้าใช้ขนส่งสินค้าทางเรือกันอ่ะนะ

ฝั่งนู้นแน่ะ  ท่าเรือกำนันขาว  ที่จะลงบางกะเจ้า  และเราก็เช่าจักรยานจากตรงนี้  ทั้งวัน 100 บาท  ไม่มีเงินมัดจำ  วางแค่บัตรประชาชน  เอามาคืนไม่เกิน 19.00 น.

ให้แผนที่เป็นกระดาษ A4 วาดมือมา  คนที่ให้เช่าจักรยานบอกว่า  พิพิธภัณฑ์ปลากัดใกล้สุด   แต่ยังไม่เปิดนะ

เช้าอยู่  ปั่นไปที่อื่นก่อนแล้วค่อยกลับมานะ    ตามนั้นจ้า    สำหรับคนไม่ค่อยดูแผนที่   แล้วชอบจอดถามเอา

ก็แผนที่มันอยู่ที่ปากนี่นา   ใกล้สุดก็สวนสาธารณะสุดฮิตสินะ

 

อ้ะๆ  เจอเจ้าถิ่น!!  เอาไงล่ะทีนี้

เช้าๆนี่คนยังไม่เยอะนะ  ส่วนใหญ่มีแต่นักปั่นจักรยานที่มากันแต่เช้า  ต่างคนต่างชม  เฮ้ย! มันดี  เฮ้ย! มันชิค

เฮ้ย! มันโอ  ดูท่าทางจะชอบมาก   เรานี่ก็หลงรักเลยเหมือนกัน

 

สะพานไม้ตรงไหนมีป้ายห้ามนำจักรยานมาปั่นข้ามก็ต้องเชื่อฟังนะคะ  เพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อย

ลงเดินเที่ยวค่ะ  อากาศดี๊ดี

 

หลายคนคงสงสัย (ใครเค้าสงสัยเหลอ   มโนเองอีกและ)   คือสรุปสงสัยเองนี่แหละค่ะว่า  “บางกะเจ้า” หรือ “บางกระเจ้า”  เขียนกันหลายแบบ   แต่พอไปปั่นจักรยานถึงที่จริงๆ   ป้ายต่างๆในชุมชน  ไม่ว่าจะเป็น  วัด โรงเรียน สถานที่สำคัญต่างๆเขียน “บางกะเจ้า”  อ่ะงั้นเราเขียนตามเจ้าถิ่นละกัน

ไม่ได้เป็นแค่สถานที่ท่องเที่ยวอย่างเดียว  แต่ยังเป็นสถานที่ที่ให้เราได้ซึมซับความรู้จากป้ายต่างๆที่ให้ข้อมูลเกี่ยวกับพืชพรรณ  นก  แต่ที่ชอบคงเป็นพันธุ์ไม้แปลกๆที่เราไม่เคยรู้จัก  ก็มาเดินเล่นศึกษาธรรมชาติกันได้  ยิ่งมาบ่อย ยิ่งจำชื่อต้นไม้ได้เยอะเนาะ   ปั่นผ่านไปผ่านมาหลายรอบ  เราชอบต้นนี้อ่ะ

ชื่อไทยๆ มีเถาวัลย์ทิ้งๆลงมาจากกิ่งไม้ใหญ่ๆ  แอบหลอนเบาๆ

ตลาดน้ำบางน้ำผึ้ง  Bangkok Tree House  บ้านธูปสมุนไพร ฯลฯ  ทุกที่ที่คนอื่นรีวิวและคิดว่าต้องมาให้ได้  เราไปมาหมดแล้วค่ะ  ไปปั่นจักรยานผ่าน!!  ไปให้รู้ว่าอยู่ตรงไหน  แล้วก็กลับ  เนื่องจากไปวันอาทิตย์ คนเยอะมาก ต้องแย่งกันกินแย่งกันซื้อ  มันผิดคอนเซ็ป  ไม่ชิลล์สำหรับเราแล้วป้ะ??  และอีกที่ที่ติดป้ายแนะนำตลอดทางเป็นระยะๆ ว่าอยู่ตรงไหน  เราไปมาแล้วค่ะ ไปแล้วถอยกลับมาแทบไม่ทัน  สวยดีนะ  แต่คนเยอะมากๆ

นี่แหละค่ะ  “พบรัก ณ บางน้ำผึ้ง”  สถานที่ถ่ายทำละครเรื่อง “ภพรัก”  ที่หมากกับเบลล่าเล่น

ส่วนใหญ่คนมาตามรอยละครกัน

มีป้ายบอกทางตลอด  ไม่ต้องกลัวหลง  หลงก็จอดถาม  “แผนที่อยู่ที่ปาก”

ยิ่งทางเข้าเป็นชุมชนแล้วล่ะก็  ทางแคบมาก  มีรั้วกั้นฝั่งเดียว  ต้องมีสติในการปั่น  อย่าวอกแวกเด็ดขาด

หันไปโม้กับเพื่อนปุ๊บมีร่วงลงคลอง  น้ำเน่าน้ำครำทั้งนั้นเลยค่ะคุณผู้ชมขา

ไม่ไปเที่ยวตามที่คนอื่นไปเที่ยวแล้วเธอไปไหนล่ะ  บอกเลย  ไปเรื่อยๆ  ปั่นหลงๆ ก็เนียนเข้าป่าเข้าดงไป

คือกว้างมาก  ใช้เวลาแวะทั้งหมดตามแผนที่ เวลาไม่พอจริงๆ

เหนื่อยก็พัก  หาที่นั่ง  แต่ขอที่คนน้อยๆนะ

วัดทั่วไปที่คนเข้าเยอะๆไม่ได้เข้ากับเค้าหรอก  นั่นไง  เจอโบสถ์ร้างเข้าไปเฉย  เหมือนมีแรงดึงดูดจากของเก่า

โบสถ์เก่าตรงนี้ไม่ทราบชื่อวัดแน่ชัด  (หากใครมีข้อมูลเพิ่มรบกวนบอกต่อด้วยค่ะ)

เข้ามาที่ตรงนี้ก็เลี้ยวมาในซอยวัดบางน้ำผึ้งนอกประมาณ 100 ม.ก็อยู่ขวามือเลย

ถามคนแถวนั้น  “พี่ๆ  หนูเข้าไปได้มั้ย”  คำตอบคือ “ได้”

เจอคนนี้มาด้อมๆมองๆอยู่นาน  ท่าทางจะเล่นของเก่า เห็นเรามาถ่ายรูป  ชวนเราคุยจ้อซะงั้น

นี่น่าจะสมัย ร.5 นะครับ  นู่น นั่น นี่

แต่ประโยคแรกที่ทักเราเลยคือ  “งู งู งู  ระวังครับ  งูๆๆๆๆๆๆ”  ในใจนี่คิด  แม่เบี้ยแหงๆ  ต้องแม่เบี้ยแน่ๆ

กรีดร้องอย่างบ้าคลั่ง   เงยขึ้นไปดูบนประตูทางเข้า  เอ่อ…..

อยากรู้อยากเห็นไปหมด

เดี๋ยวๆ ไอ้หนู!! แย่งซีนพี่

เป้าหมายต่อไปคือวัดบางกระสอบ  คือไม่ได้คาดหวังว่าจะเจออะไรหรอก  แค่คิดว่าชื่อแปลกดี  ดูบ้านๆดี  ลองปั่นไปวัดดีกว่า   ทางเข้าเปลี่ยวเลย  คือไม่มีใครเข้ามาปั่นเลยนอกจากเราคนเดียว   มาถึงครึ่งทาง ถอดใจมาก

ปั่นเท่าไหร่ก็ไม่เจอวัดซักที  เข้าไปลึกมาก  มีแต่ป่ากล้วย  ทุ่งนา และบ้านเรือนเงียบๆ

คือไม่ได้อยากให้วงแตก  กินข้าวไปดิ่  บินหนีทำม้ายยยยยยยยย???

ปั่นจนท้อ  เพราะคิดว่าไกลมาก  จอดถามค่ะ  “ลุงวัดบางกระสอบอีกไกลมั้ย”  ลุงบอก  “โอ้ย…นิดเดียว”  คือนิดเดียวของคนแถวนี้ไง   แต่ไกลสำหรับเรามาก  บ่ายแล้ว เริ่มร้อน  เริ่มเกรียม

เริ่มเจอนักปั่นและต่างชาติเข้ามาบ้างละ  รู้สึกมีเพื่อน   เค้าก็ทักทายกันปกติประสาคนปั่นจักรยาน

“เหนื่อยแล้วเหลอค้าบบบบบ”

“เปล่าค่ะ  จอดถ่ายรูป”

ในที่สุดก็ถึงวัด  ดีใจ  หายเหนื่อยตรงที่เงียบมาก  ไม่มีคนให้วุ่นวาย  เสียงกระดิ่งกุ้งกิ้ง ลมเย็น  สงบมาก

จอดถ่ายรูปเล่นสักพัก

ห๊ะ! เจอเจ้าถิ่นอีกแล้ว

 

ไก่บนเจดีย์

ลุงๆ  นี่ต้นอะไรอ่ะ?   “ต้นสาละอินเดียไง”  ลุงทำหน้าแบบ…นี่เธอโง่หรือเธอโง่เนี่ย  แล้วก็เดินจากไป

แต่มองมาทางเราเป็นระยะๆ ประหนึ่งเราเป็นขโมย

บรรยากาศเงียบ  เสียงกระดิ่งก็ชวนให้หลับ  แย่ละ  กลัวมานั่งหลับตรงนี้   รีบกลับดีกว่า  บ่ายแก่ๆแล้ว

แต่ก็อดไม่ได้ที่จะแวะตามทาง  เลี้ยวเข้านั่นนี่ไปเรื่อย

เจอวัดป่าเกด

วัดบางกะเจ้ากลาง  คือปั่นเข้าไปก็เจอทั้งเมรุ ทั้งโกฐ  จะเย็นแล้วด้วย  รีบถอยกลับดีกว่า

วันเดียว ยังเที่ยวไม่ทั่วจริงๆ  เพราะกว้างมาก  และเราค่อยๆปั่นจักรยานไปเรื่อยๆ  เวลาเลยเหมือนไม่พอเอาซะเลย  ความจริงกะจะปั่นไปสะพานภูมิพล  แต่คงอีกไกล  แถมเย็นแล้ว  รถเริ่มเยอะ  คนเริ่มแยะ  อันตรายกับคนปั่นจักรยานบนถนนใหญ่  รถคันใหญ่ยังให้ทาง  แต่ถ้าเจอมอเตอร์ไซค์ แว๊นเข้าไปหน่อยล่ะก็แทบปลิว

อันนี้เป็นข้อสำคัญที่พึงระวังมากๆ เรื่องการมาปั่นจักรยานที่นี่ค่ะ   ยังไม่หมด   ยังเหลือพิพิธภัณฑ์ปลากัดอีกที่ที่ยังไม่ได้ไป  ไปไม่ทัน 5 โมงอดดูแน่  เปิดแค่เสาร์-อาทิตย์ด้วย  ปั่นๆๆ  ถึงซะที

ข้างในนี่กว้างและร่มรื่นใช้ได้เลยแหละ

บางกระเจ้า การ เดินทางบางกระเจ้า การ เดินทางบางกระเจ้า การ เดินทางบางกระเจ้า การ เดินทาง

ปลาก็น่ารักฟรุ้งฟริ้ง  หลงรักปลากัด ^_^

บางกระเจ้า การ เดินทางบางกระเจ้า การ เดินทางบางกระเจ้า การ เดินทางบางกระเจ้า การ เดินทาง

อยากรู้อยากเห็นตลอด

อีกโซนนึงของพิพิธภัณฑ์  แต่คนไม่ค่อยมาตรงนี้

สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช

พระนเรศวร

     

 

ห้องน้ำสะอาด (แม้กระทั่งห้องน้ำก็ยังรีวิวแน่ะ)

ตอนแรกกะจะกลับแล้วแหละ  ไม่ได้เช็คเวลาเรือ กลัวเรือหมด   เอาน่า  ไหนๆก็มาละ  เข้าไปปั่นจักรยานในสวนอีกรอบ  อยากรู้ว่าฟีลตอนเช้ากับเย็นจะเป็นยังไง คนคงไม่เยอะแล้วม้างงงงงงง   ที่ไหนได้!!!  คนเพียบ  รถส่วนตัวเพียบ  มีแต่ครอบครัวมานั่งสวนตอนเย็น  และที่สำคัญ…..

มนุษย์เด็ก!!!!

คือไม่ชอบเด็กไง  คนเยอะขึ้น  พาสัตว์เลี้ยงเข้ามาได้ด้วย  แต่ระวังเรื่องปั่นจักรยานระวังชนคนเพราะคนเดินกันเต็มถนนในสวน  บางคนก็ขวางทางจักรยานบ้าง  ต้องตะโกนขอทางกันไป

ได้เวลากลับ  เล่นเอาหมดแรง  วันนี้รวมๆแล้วน่าจะหลายกิโล  แต่…….ลืมอะไรไปรึเปล่า

ทั้งวันไม่ได้กินข้าวเลย  กินแต่ตอนเช้าก่อนมา   ทั้งวันกินแต่น้ำ น้ำ น้ำ และก็น้ำ  ปั่นจนลืมกินข้าว

ไม่หิวด้วย เพราะอยากทำเวลาไปให้ครบ  พอตกเย็นเริ่มตาลาย รีบกลับบ้านหาอะไรกิน

เอาจักรยานไปคืนเรียบร้อยแล้วรอเรือมารับข้ามฝั่งกลับคลองเตย  คราวนี้นั่งลำใหญ่

 

ครึ้มแล้วด้วย  โชคดีที่ทั้งวันที่ไป  ฝนไม่ตก  แดดงี้เปรี้ยงผิวแทนเลย

 

ค่าเสียหายวันงบน้อย

ค่ามอเตอร์ไซค์รับจ้างนั่งจากตลาดคลองเตย  ไปท่าเรือวัดคลองเตยนอก  ขาไป 30 บาท ขากลับ 25 บาท

ค่าเรือข้ามฟาก  ขาไป 10 บาท  ขากลับ 5 บาท

ค่าข้าวกินตอนเช้า 40 บาท  ตอนกลางวันลืมกิน!! ลืมหิว  กินแต่น้ำมะพร้าวปั่นที่ร้านกาแฟในบ้าน  30 บาท

ค่าเช่าจักรยาน 1 วัน 100 บาท

ค่าซื้อน้ำในเซเว่น (กินแต่น้ำสินะ) 24 บาท

รวม  264 บาท  คิดซะว่างดบุฟเฟ่ต์มื้อนึงแล้วไปเปิดโลกทัศน์เนาะ

อันนี้เรารีบ  ถ้าจะให้ประหยัดกว่านี้สามารถนั่งรถเมล์สาย 4 หรือสาย 47 สุดสาย ไปลงท่าเรือคลองเตย  แล้วเดินต่อไปอีกนิดได้เลย  ประหยัด สบายกระเป๋ามาก  ค่ารถเมล์ธรรมดา 6.50 บาท  ปอ.น่าจะประมาณ 10-11 บาทค่ะ

http://www.edtguide.com/article/438823/

  • ข่าวที่น่าสนใจ
  • ข่าวที่เกี่ยวข้อง
  • หัวหิน ทริปตะลุยกินทั้ง 2 วัน 1 คืน
    ครั้งแรกกับการลงรีวิวพันทิป เนื่องจากได้ไปเที่ยวหัวหินมาครับ เลยเอามาลงให้อ่านกันครับ เพราะว่าที่ได้ไปหลายๆแห่งก็หาจากรีวิวของหลายๆคนในที่นี้ ลองเข้ามาอ่านและติชมกันได้ครับ เนื่องจากตอนนี้กำลังทำงานค่อยๆเก็บเงินไปเที่ยว ไปเที่ยวไหนก็จะกลับมารีวิวกันครับ